กลิ่นอับชื้นของคราบเลือดเก่าและน้ำยาฟอร์มาลีนเจือจางในอากาศ ไม่เคยเป็นกลิ่นที่น่ารื่นรมย์สำหรับใครก็ตามที่มีลมหายใจ... ยกเว้นคนที่กำลังยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะชันสูตรโลหะไร้รอยต่อตัวนี้
ธันวาปรายตามองถาดสเตนเลสว่างเปล่าเบื้องหน้า ปลายนิ้วสวมถุงมือยางสีขา2ข้างเคาะลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ เสียง *‘ก๊อก... ก๊อก...’* สะท้อนก้องในห้องชันสูตรที่เงียบงันราวกับห้องใต้ดินของโบสถ์ร้าง ข้อมูลในใสนส่งตัวจากสถานีตำรวจระบุชัดเจน—ร่างของเหยื่อคดีฆาตกรรมอุกฉกรรจ์ถูกส่งมาถึงเมื่อสองชั่วโมงก่อน ทว่าสิ่งที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงเลื่อนคันนี้ กลับมีเพียงความว่างเปล่าและความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศที่ตั้งไว้ต่ำกว่ายี่สององศาเซลเซียส
"คุณหมอครับ ทางพนักงานเวรเปลยืนยันว่าเข็นเข้ามาถึงห้องนี้ด้วยตัวเอง..." ผู้ช่วยแพทย์หนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่นขณะมองสลับระหว่างใบส่งศพกับความว่างเปล่าบนเตียง "แต่ตอนที่ผมเปิดผ้าคลุม... มัน... มันไม่มีใครอยู่ข้างใต้"
ธันวาไม่ได้หันไปมองลูกน้อง น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนา ไร้ร่องรอยของความตกใจราวกับกำลังพูดถึงสภาพอากาศภายนอก
"ความกลัวมักทำให้คนเรามองเห็นสิ่งที่อยากเห็น หรือมองไม่เห็นสิ่งที่ควรจะเห็น... คุณเช็คสมุดบันทึกรับ-ส่งศพด้วยตาตัวเองหรือยัง หรือแค่เชื่อคำบอกเล่าของคนที่อยากรีบเลิกงาน"
"ผม... ผมตรวจสอบด้วยตาตัวเองครับ" ผู้ช่วยหนุ่มละล่ำละลัก "ผมเห็นรถเข็นคันนี้ถูกล็อคไว้ที่มุมห้อง มีป้ายชื่อติดชัดเจน และมีน้ำเลือดหยãลงบนพื้นสามหยดตรงนั้น..."
นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือยางหยุดเคาะ ธันวาก้มมองพื้นตามคำบอกเล่า หยดเลือดสีคล้ำสามหยดเรียงตัวกันเป็นเส้นตรง มุ่งตรงไปยังท่อระบายน้ำกลางห้อง นิติเวชหนุ่มย่อตัวลง ใช้กระดาษกรองวิทยาศาสตร์แตะลงบนคราบนั้นอย่างประณีต ก่อนจะยกขึ้นส่องกับแสงไฟนีออนสีขาวโพลน
"เลือดมนุษย์จริง... กรุ๊ป AB Rh Negtive ค่อนข้างหายาก" ธันวาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น สายตากวาดมองไปรอบห้องอย่างพิจารณา "แต่ปริมาณแค่นี้ไม่เพียงพอที่จะทำให้คนหมดสติจนต้องหามเข้าห้องฉุกเฉิน... ปรากฏการณ์นี้จึงมีความเป็นไปได้สองทาง หนึ่ง มีใครบางคนพยายามเล่นตลกโดยการส่งรถเข็นเปล่ามาพร้อมกับคราบเลือดปลอม หรือสอง..."
ประตูห้องชันสูตรถูกผลักเปิดออกกะทันหัน รินรดาแทรกตัวเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบ เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำของเธอยังคงชื้นละอองฝน กลิ่นอายความอันตรายและข่าวกรองใต้ดินติดตัวเธอมาเสมอราวกับเงาตามตัว
"ฉันรู้ว่านายกำลังงงกับเตียงว่างๆ นั่น คุณหมอธันวา" รินรดาเดินตรงดิ่งเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของสถานที่อนุญาต ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ของนายแพทย์หนุ่ม "นายไม่ได้ตาฝาด และผู้ช่วยของนายก็ไม่ได้สติฟั่นเฟือน... ศพที่ควรจะอยู่บนโต๊ะนั้น หายไปจากระบบทะเบียนราษฎร์ตั้งแต่สามปีก่อนแล้ว"
ธันวาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาลอกถุงมือยางออกทีละข้างอย่างไร้เสียง โยนมันลงถังขยะอย่างแม่นยำ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับนักข่าวสาว
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ รินรดา" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่ากดดันจนคนฟังต้องชะงัก "นี่คือสถานที่ราชการ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นสำหรับนักข่าวตกอับที่อยากสร้างข่าวหน้าหนึ่งเพื่อเรียกเรตติ้ง"
"ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะ..." รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ แต่แววตากลับไม่มีรอยยิ้ม เธอดึงแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำครึเล่มหนึ่งออกจากกระเป๋าเป้ แล้วโยนมันลงบนโต๊ะทำงานของธันวา เสียงกระดาษปะทะกับพื้นไม้ดังทึบ "ศพที่นายกำลังตามหา เขาชื่อ 'กร ภักดีอนันต์' อดีตนายตำรวจสืบสวนที่ถูกสั่งพักราชการเพราะพยายามขุดคุ้ยคดีค้ามนุษย์... และที่สำคัญที่สุด เขาคือพี่ชายแท้ๆ ของนายเองไม่ใช่หรือไง ธันวา"
ชื่อนั้นทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงทันที อุณหภูมิรอบตัวราวกับลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอ ธันวานิ่งงิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ สันปกสีซีดคุ้นตาเพราะมันคือคดีเดียวกับที่ฝังรากลึกอยู่ในความแค้นของเขามาตลอดสามปี
"พี่ชายฉันตายในกองเพลิงเมื่อสามปีก่อน มีผลชันสูตร มีชิ้นเนื้อ มีดีเอ็นเอและกระดูกที่ยืนยันตัวตนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย" ธันวาเค้นเสียงพูดทีละคำ ชัดถ้อยชัดคำราวกับตอกตะปูโลงศพ "คุณกำลังเอาความตายของคนในครอบครัวมาล้อเล่นเพื่อแลกกับยอดแชร์งั้นรังรดา?"
"ถ้าศพในกองเพลิงวันนั้นคือเขาจริงๆ แล้วไอ้คนที่ถูกส่งมาที่นี่เมื่อสองชั่วโมงก่อน... เป็นใครล่ะ?" รินรดาโน้มตัวเข้าไปใกล้ แววตาสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว "ฉันแอบไปดูภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลช่วงที่รถเข็นคันนี้เข้ามา คนที่เข็นเข้ามาไม่ใช่เจ้าหน้าที่เวรเปล แต่เป็นเงาของใครบางคนใส่เสื้อคลุมสีเข้ม ปิดบังใบหน้า... และที่บ้าไปกว่านั้นคือ กลิ่นน้ำหอมที่ไอ้คนนั้นใช้ มันคือน้ำหอมกลิ่นเดียวกับที่พี่ชายนายเคยใช้ก่อนตายไม่มีผิดเพี้ยน!"
ธันวาชะงักไป ปฏิกิริยาทางตรรกะที่เคยเฉียบคมสะดุดลงชั่วเสี้ยววินาที เคมีในสมองประมวลผลความขัดแย้งระหว่างวิทยาศาสตร์และสิ่งเหนือความคาดหมายที่กำลังท้าทายหลักการแพทย์นิติเวชของเขา
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดต่อ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น *‘ติ๊ด’*
ธันวาละสายตาจากรินรดาเดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หน้าจอแสดงภาพวิดีโอสตรีมมิ่งสดจากกล้องวงจรปิดภายในห้องเก็บศพห้องที่สอง ซึ่งเป็นโซนจำกัดเข้มงวดและมีรหัสผ่านผ่านเข้า-ออกเพียงคนเดียวคือตัวเขาเอง
ในภาพนั้น... ไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ
บนโต๊ะชันสูตรอีกตัวที่ควรจะว่างเปล่า บัดนี้มีเงาร่างของมนุษย์นอนทอดร่างอยู่ใต้ผ้าคลุมสีขาว และที่มุมจอภาพ... มีรอยเลือดสดๆ หยดลงบนพื้นเป็นทางยาว พร้อมกับข้อความตัวอักษรวิ่งขึ้นมาบนหน้าจอแบบเรียลไทม์
*‘ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ น้องชาย... ศพต่อไป นายเลือกเองก็แล้วกัน’*
ธันวากลืนก้อนความเย็นเยียบลงคอ ดวงตาคู่นั้นหรี่แคบลงอย่างอันตราย ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเชื่องช้า... กำลังดังขึ้นจากทางเดินมืดสนิทนอกประตูห้องชันสูตร ใกล้เข้ามาทุกที... ทุกที...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
นิติเวชไร้ศพกับนักขุดคุ้ยความตาย•ตอนที่ 1
ศพที่หายไป
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักขุดคุ้ยความตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
