กลิ่นอับชื้นของห้องเช่ารูหนูขนาดสิบตารางเมตร ปะปนกับกลิ่นมาม่าอืดน้ำซุปข้นคลัชบนโต๊ะพลาสติกโทรมๆ คือสิ่งแรกที่กระชากสติของฉันให้หลุดจากความมืดมิดอันยาวนาน
"ลินิน... เธอจะนอนอืดไปถึงไหน เงินค่าเช่าห้องเดือนนี้ค้างมาสองงวดแล้วนะ ถ้าวันนี้ไม่มีจ่าย ฉันจะโยนข้าวของพวกเธอลงไปกองที่ข้างถนน!"
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงแปร๋นของเจ้าของหอพักร่างท้วมที่ยืนด่าทอด้วยความกราดเกรี้ยว ลินินกะพริบตาถี่ๆ ปรับโฟกัสภาพตรงหน้า สมองที่เคยว่างเปล่ากลับแล่นฉิวดั่งคอมพิวเตอร์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เพิ่งรีบูตระบบ ความทรงจำของนางร้ายผู้พ่ายแพ้ในนิยายเรื่องโปรดหลั่งไหลเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ—เธอทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของ "ลินิน" ตัวประกอบผู้โง่เขลา ที่ยอมเอาเงินเก็บทั้งหมดไปเปย์ให้พระเอกสารเลว จนตัวเองต้องตกอับ ถูกสังคมรุมประณาม และใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างไร้ศักดิ์ศรี
น่าสมเพชสิ้นดี... แต่นั่นมันคือเรื่องของยัยโง่คนเก่าค่ะ!
"หนอย อีตัวดี เงียบแบบนี้คิดจะเบี้ยวใช่ไหม คอยดูนะ ฉันจะ..."
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ใสๆ ดังขึ้นในโสตประสาท พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
[ระบบเศรษฐินีพันล้านทำงานสมบูรณ์แบบ!]
[ตรวจพบความกดดันและสถานะทางการเงินติดลบของโฮสต์]
[มอบเงินสนับสนุนเริ่มต้นทันที: 10,000,000 บาท (สิบล้านบาทถ้วน) เข้าสู่บัญชีธนาคารส่วนตัวของโฮสต์เรียบร้อยแล้ว]
[เงื่อนไขการใช้เงิน: ต้องใช้จ่ายเพื่อยกระดับความสุขและความสะใจของตนเองเท่านั้น ห้ามนำไปให้ผู้ชายหน้าตัวเมียเด็ดขาด หากฝ่าฝืน ระบบจะทำการยึดร่างถาวร!]
มุมปากของลินินยกยดขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนาน สิบล้านบาทในยุคสมัยนี้อาจเป็นเงินก้อนโตสำหรับคนอื่น แต่มันเป็นเพียงแค่วิสกี้แก้วแรกของเศรษฐินีอย่างเธอก็เท่านั้นเอง
*ปัง!*
ลินินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเรียวกระชากเปิดประตูห้องพักเสียงดังสนั่น จนเจ้าของหอพักที่กำลังเงื้อมือจะทุบประตูอีกครั้งถึงกับชะงักค้าง เผลอผอยถอยหลังไปสามก้าวด้วยความตกใจกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างระหง
"แก... อีลินิน กล้าดียังไงมาทำหน้าทำตาใส่ฉัน อยากโดนไล่ออกจากห้องรึไง!" เจ้าของหอพักแว้ดเสียงแหลมสูงเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า
ลินินไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าหน้าจอแตกยับขึ้นมาปลดล็อกหน้าจออย่างใจเย็น ปลายนิ้วเรียวกดเข้าแอปพลิเคชันธนาคารด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคู่คมกวาดมองป้าเจ้าของหอพักหัวจรดเท้าด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับมองเศษฝุ่นใต้รองเท้า
"ค่าเช่าห้องค้างสองงวดใช่ไหมคะ... รวมค่าปรับ ค่าเสียเวลา และค่าทำความสะอาดที่คุณส่งเสียงน่ารำคาญรบกวนเวลาพักผ่อนอันมีค่าของฉันด้วย ทั้งหมดเท่าไหร่คะ?" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"อะ... อะไรของแก สามพันห้าร้อยบาท! จ่ายมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนเงินเข้าดังสนั่นจากโทรศัพท์มือถือรุ่นราคาถูกในมือของป้าเจ้าของหอพัก เจ้าตัวก้มลงมองหน้าจอด้วยความงุนงง ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน เมื่อยอดเงินในบัญชีแสดงตัวเลขเพิ่มขึ้นมาหนึ่งแสนบาทถ้วน!
"ฉันโอนให้หนึ่งแสนบาท..." ลินินก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้เจ้าของหอพักทีละก้าว ส่งผลให้ยายแก่ร่างท้วมต้องถอยร่นกรูดด้วยความหวาดหวั่น "...ส่วนต่างที่เหลือ ถือว่าเป็นค่าปิดปากและค่าทำขวัญที่ฉันต้องทนฟังเสียงหอนน่ารำคาญของคุณแต่เช้า... อ๋อ แล้วก็ช่วยไสก้นออกไปให้พ้นจากหน้าห้องฉันได้แล้วค่ะ รำคาญลูกตา!"
"คุณ... คุณลินิน นี่มัน..." เจ้าของหอพักหน้าซีดเผือด พูดจาติดอ่างด้วยความตกตะลึง เงินก้อนโตนั้นมากเกินกว่าค่าเช่าหลายสิบเท่า แต่ทว่าบรรยากาศกดดันรอบตัวหญิงสาวกลับทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากเถียง
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ศิลา ทนายความหนุ่มรูปงามผู้สวมสูทสีเข้มราคาแพง แต่สภาพยับเยินจากการตรากตรำทำงานหนักเพื่อหาเงินมาประทังชีวิตคู่ ก็ก้าวเท้าขึ้นมาจากบันไดตั๋วขั้นสุดท้ายพอดี ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นร่างระหงของหญิงสาวที่เขารักและยอมเคียงบ่าเคียงไหล่ฝ่าฟันความยากลำบากมาด้วยกัน ยืนสง่างามอยู่หน้าห้องพักโทรมๆ พร้อมกับป้าเจ้าของหอพักที่กำลังหน้าซีดตัวสั่น
"ลินิน..." ศิลาครางชื่อเธอเบาๆ ด้วยความตกตะลึงระคนเป็นห่วง กลัวว่าคนรักจะถูกรังแกจนทนไม่ไหว
ลินินหันกลับไปสบตากับชายหนุ่มผู้เป็นคู่ชีวิต รอยยิ้มเย้ายวนใจผุดขึ้นที่มุมปาก ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความมั่นใจที่หายไปนานแสนนาน เธอก้าวเข้าไปคว้าปกเสื้อสูทของศิลาให้โน้มลงมาใกล้ ก่อนจะกระซิบเสียงหวานข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ
"เลิกทำหน้าเครียดเป็นหมาหงอยได้แล้วค่ะคุณทนาย... ต่อไปนี้ สามีของฉันไม่ต้องก้มหัวให้ใครหน้าไหนอีกแล้ว เพราะภรรยาคนนี้... รวยมากค่ะ!"
ศิลานิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันของหญิงสาวตรงหน้า ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยถามคำถามใดๆ ออกมา เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยและน่ารังเกียจก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านล่าง พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์ดังระดับโลกที่เดินกอดคอมากับหญิงสาวแต่งกายจัดจ้าน
"อ้าว... นี่มันยัยตัวภาระที่เกาะแกะฉันไม่เลิกนี่หว่า ยังมีหน้ามาเช่ารูหนูกลุกซุกหัวนอนอยู่อีกเหรอลินิน นึกว่าไปกระโดดตึกตายหนีหนี้ไปแล้วซะอีก ฮ่าๆๆๆ!" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถางของ "ภาคิน" อดีตคู่หมั้นสารเลวที่เธอเคยทุ่มเงินเปย์ให้จนหมดตัวดังขึ้น พร้อมกับสายตารังเกียจเดียดฉันท์ที่มองตรงมายังพวกเขา
ศิลาขบกรามแน่น กำมือเป็นหมัดด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด เขาเตรียมจะก้าวออกไปซัดหน้าไอ้สารเลวคนนั้นให้หงายเงิบ แต่ทว่ามือเรียวบางของลินินกลับแตะลงบนแขนแกร่งของเขาเสียก่อน พร้อมกับแรงดึงเบาๆ ที่ส่งสัญญาณให้เขานิ่งสงบ
ลินินปรายตามองอดีตคู่หมั้นและชู้รักด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ร้ายกาจยิ่งกว่า รอยยิ้มของเศรษฐินีผู้กุมชะตากรรมของทุกคนไว้ในกำมือ
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอสีทองที่ขยายใหญ่ขึ้นต่อหน้าต่อตาเธอ
[ภารกิจเฉพาะหน้า: ตบหน้าพวกอวดดีด้วยความรวยระดับมหภาค]
[ปลดล็อกสิทธิ์พิเศษ: บัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัด (Black Centurion Card) พร้อมใช้งานแล้ว]
ลินินหยิบวัตถุสีดำสนิทที่สะท้อนแสงประกายเพชรระยิบระยับออกมาจากความว่างเปล่าอย่างใจเย็น เธอกวาดสายตามองภาคินด้วยแววตาสมเพชเวทนา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้อากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง
"ปากดีแบบนี้... ไม่ทราบว่าบริษัทใกล้เจ๊งของคุณพ่อคุณ ยังพอมีเงินเหลือให้ฉันซื้อทิ้งไว้ทำที่จอดรถสุนัขสักคันไหมคะคุณภาคิน?"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความแซ่บครั้งนี้ รี้ดเดอร์ที่น่ารักของ "ชาเขียวแก้วร้าย" เตรียมตัวฟินจนจิกหมอนในตอนต่อไปได้เลยนะคะ!
คุณหนูสายเปย์ผู้พลิกโฉมอาณาจักรแฟชั่น•ตอนที่ 1
ตื่นขึ้นมาในร่างที่ใครๆ ก็รังเกียจ
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายเปย์ผู้พลิกโฉมอาณาจักรแฟชั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!