“ศูนย์จุดศูนย์ศูนย์เปอร์เซ็นต์ค่ะ อาจารย์คะ หนูว่าความน่าจะเป็นที่โปรเจกต์นี้จะรอด มีค่าเท่ากับความเป็นไปได้ที่มนุษย์เราจะหายใจใต้น้ำได้โดยไม่ต้องใช้ถังออกซิเจนนะคะ”
เสียงใสๆ แต่แฝงไปด้วยความกวนประสาทระดับสิบของรินดังขึ้นกลางห้องพักอาจารย์ ท่ามกลางสายตาของนิสิตปีสามอีกร่วมสิบชีวิตที่ต่างพากันกลั้นหายใจ ร่างบางในชุดนิสิตรีดเรียบกริบยืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวใคร โดยเฉพาะเมื่อเป้าหมายของเธอยืนอยู่ข้างๆ กันต์
กันต์สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติ สตอเบอร์รี่โซดาเย็นเจี๊ยบที่ดื่มเข้าไปเมื่อครู่ดูเหมือนจะช่วยอะไรไม่ได้เลยเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับ ‘ยัยหัวหมอ’ คนนี้ ตั้งแต่เหตุการณ์ปริศนาเมื่อวานซืนที่เธอล่วงรู้ความลับบางอย่าง เขาก็ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบมาโดยตลอด และดูเหมือนว่าอาจารย์ที่ปรึกษาตัวดีจะจงใจซ้ำเติมสถานการณ์ให้มันแย่ลงไปอีกด้วยการจับคู่พวกเขาให้ทำโปรเจกต์วิจัยร่วมกัน
“จะไม่ให้รอดได้ยังไงล่ะครับริน ในเมื่อข้อมูลดิบทั้งหมดผมเป็นคนจัดการและวิเคราะห์ด้วยโมเดลสถิติที่มีความแม่นยำสูงถึงเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีกศูนย์จุดศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่มันจะพัง ก็คงเป็นเพราะสมองส่วนตรรกะของคนบางคนแถวนี้ทำงานบกพร่องมากกว่ามั้งครับ” กันต์สวนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากกลับกระตุกขึ้นอย่างเยือกเย็น
“อุ๊ย! พูดแบบนี้หมายความว่าไงคะคุณนักสถิติผู้ยิ่งใหญ่? จะบอกว่าหนูโง่ว่างั้นเถอะ? ระวังตัวไว้นะคะ คำพูดของคุณอาจจะกลายเป็นพยานวัตถุปากเอกในคดีหมิ่นประมาททางวาจาได้เลยนะคะ” รินก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นวานิลลาผสมความสดชื่นของซิตรัสโชยเข้าจมูกของกันต์จนเขาต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“พอๆ ทั้งคู่เลย!” ศ.ดร.ประจักษ์ ตบโต๊ะเบาๆ ด้วยความระอาใจ “ฉันไม่ได้จับคู่พวกเธอมาเพื่อเปิดศาลเตี้ยหรือตั้งโต๊ะอภิปรายไม่ไว้วางใจกันนะ ริน เธอเก่งเรื่องกฎหมายและการตีความข้อบังคับ ส่วนกันต์ นายเชี่ยวชาญเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลและตัวเลข งานวิจัยชิ้นนี้เกี่ยวกับ ‘การทำนายผลคดีความด้วยความน่าจะเป็นทางสถิติ’ ถ้าพวกเธอไม่ร่วมมือกัน... ก็เตรียมตัวรับเกรด F ไปนอนกอดเทอมนี้ได้เลย!”
สิ้นเสียงคำขู่ของอาจารย์ ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบกริบ รินหันขวับมามองกันต์ด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ขณะที่กันต์เพียงแต่ถอนหายใจยาวเหยียดออกมาอย่างปลงตก
“ตามนั้นครับอาจารย์… เดี๋ยวผมจะไปจองห้องสมุดส่วนกลางเพื่อเริ่มเคลียร์งานกับ ‘คู่หู’ ของผมเอง” กันต์เน้นเสียงคำว่าคู่หูเสียจนรินอยากจะหยิบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฟาดหัวเขาให้รู้แล้วรู้รอด
สิบนาทีต่อมา ณ โต๊ะอ่านหนังสือมุมอับสายตาชั้นสี่ของห้องสมุด บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ กันต์กางแล็ปท็อปราคาแพงออก วางแฟ้มข้อมูลสถิติย้อนหลังสิบปีลงบนโต๊ะเสียงดังปั้ง เพื่อเป็นการประกาศอาณาเขต รินเบะปากใส่หนึ่งทาที ก่อนจะดึงเก้าอี้ตรงข้ามมานั่งไขว่ห้างแล้วโยนสมุดโน้ตปกหนังสีดำปึกหนาลงมาบ้าง
“เอ้า! นี่คือข้อกำหนดทางกฎหมายและฎีกาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินคดีในรอบห้าปีที่ผ่านมา นายเอาตัวเลขงี่เง่าของนายไปยัดใส่สมองแล้วคำนวณมาซะสิ ว่าความยุติธรรมมันมีความน่าจะเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ที่จะเข้าข้างคนจนจริงๆ” รินเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
กันต์ชะงักมือที่กำลังพิมพ์แป้นพิมพ์ เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงข้าม แววตาคมกริบมองทะลุผ่านกรอบแว่นสายตา “โลกของตัวเลขไม่ได้ใจร้ายเหมือนโลกของกฎหมายหรอกนะริน กฎหมายมันบิดพลิ้วได้ตามฝีปากของทนาย แต่ตัวเลขไม่เคยโกหกใคร... และมันก็กำลังบอกผมด้วยว่า ตอนนี้คุณกำลังกังวลเรื่องอะไรบางอย่างอยู่”
รินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตวูบไหวไปชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม “อย่ามาทำเป็นจิตวิทยาใส่ฉันนะกันต์ นายไม่มีสิทธิ์มาวิเคราะห์ความรู้สึกของฉัน โฟกัสกับงานไปซะ!”
“ทำไมล่ะ? หรือว่าความลับที่คุณกุมไว้เมื่อวันก่อน... มันกำลังทำให้คุณนอนไม่หลับจนต้องมาลงกับผมแบบนี้?” กันต์โน้มตัวไปข้างหน้า สายตาสอดประสานกับเธออย่างท้าทาย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนน่าใจหาย รินรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะเข้ากับแก้มเนียน ความร้อนแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าของเธออย่างห้ามไม่อยู่
“ฉัน... ฉันไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้นแหละ!” รินเสียงสั่นเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจ มือเรียวรีบควโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทำทีเป็นไถหน้าจอเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ “ถ้านายเก่งนัก ก็พิสูจน์ให้ดูสิว่าโมเดลสถิติปัญญาอ่อนของนายมันจะแม่นสักแค่ไหน!”
กันต์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ฟังดูเซ็กซี่และกวนประสาทในเวลาเดียวกัน “ได้สิครับ... งั้นเรามาเดิมพันกันไหมล่ะ? ถ้าโปรเจกต์นี้ผ่านด้วยเกรด A คุณต้องยอมบอกความลับเรื่องชายคนนั้นให้ผมฟังทั้งหมด แต่ถ้ามันพัง... ผมจะยอมเป็นทาสรับใช้คุณไปจนเรียนจบ เป็นไง? ดีลไหมครับคุณตัวแสบ”
รินกัดริมฝีปากล่างอย่างใช้ความคิด สมองส่วนตรรกะแบบข้างๆ คูๆ ของเธอเริ่มทำงานทันที “ใครจะไปยอมเป็นทาสนายวะ! แต่... ถ้าฉันชนะ นายต้องเลี้ยงชาบูดองเค็มเกรดพรีเมียมฉันติดต่อกันหนึ่งเดือนเต็ม ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด!”
“ตกลงครับ” กันต์ตอบรับทันทีโดยไม่ต้องคิด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา “เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลยริน เพราะผมไม่เคยแพ้... โดยเฉพาะเรื่องของคุณ”
รินรู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะกับคำพูดกำกวมนั้น เธอรีบสะบัดหน้าหนีแล้วก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองเพื่อซ่อนอาการหน้าแดง นิ้วเรียวรีบพิมพ์ข้อความหาเพื่อนสนิทเพื่อระบายความหงุดหงิดโดยไม่ทันสังเกตว่าแอปพลิเคชันที่เธอกดอยู่นั้น ไม่ใช่แชทส่วนตัวของเพื่อนสนิท แต่เป็นแชทกลุ่มของโปรเจกต์ที่มีกันต์อยู่ในนั้นด้วย!
*‘ฮือออ แกกกกก ไอ้นักสถิติบ้านี่มันร้ายชะมัด ยิ้มทีนึงใจฉันจะละลายเป็นจุณแล้วเนี่ยยย ทำไมฉันต้องมาแพ้ทางผู้ชายปากเสียแบบนี้ด้วยนะ อยากจะบ้าตาย!’*
รินกดส่งข้อความไปโดยไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ตัวว่านิ้วซนๆ ของเธอกดส่งข้อความอะไรออกไป เธอก็รีบกดปุ่ม ‘ยกเลิกข้อความ’ ยิกๆ จนหน้าจอแทบพัง แต่ทว่า... มันขึ้นเตือนสถานะเด่นหรหลาว่า **‘กันต์ อ่านแล้ว’**
กันต์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามชะงักมือจากการพิมพ์งาน เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองรินที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู รอยยิ้มกว้างระบายขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างปิดไม่มิด ก่อนที่เสียงทุ้มนุ่มจะเอ่ยกระซิบเบาๆ ข้ามโต๊ะมาว่า...
“ใจละลายเพราะผมเหรอครับ... หืม? ยัยหัวหมอ”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซียนสถิติกับนิติฯ ตัวแสบ: ทฤษฎีความน่าจะเป็นที่จะรักเธอ•ตอนที่ 2
เมื่อหัวตารางสถิติมาเจอหัวหมอ
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสถิติกับนิติฯ ตัวแสบ: ทฤษฎีความน่าจะเป็นที่จะรักเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
