ตั๋วรถไฟเที่ยวเดียว ใบแจ้งหนี้สามใบ และสัญญาจ้างงานที่พิมพ์ด้วยหมึกสีดำสนิท—ทั้งหมดนั้นถูกกองอยู่บนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่าในห้องพักขนาดแคบของริน กลิ่นอับชื้นของฝนตกใหม่ผสมกับกลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เพิ่งกินหมดไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ทำให้บรรยากาศรอบตัวชวนหดหู่เสียจนน่าถอนหายใจ
"ห้าแสนบาทภายในสามเดือน... งานดูแลคนป่วยใกล้ตาย หรือฉันกำลังเดินเข้าไปเซ็นสัญญาขายวิญญาณให้ซาตานกันแน่เนี่ย"
รินพึมพำกับตัวเอง นิ้วเรียวเคาะปากกาลงบนกระดาษแผ่นสุดท้ายที่มีลายเซ็นตวัดเฉียบคมของทนายความประจำตระกูล 'ศิลา' เงื่อนไขในสัญญาเขียนไว้ชัดเจนว่า *'ผู้รับจ้างต้องพักอาศัยอยู่ในคฤหาสน์รัตติกาลตลอดระยะเวลาสัญญา ห้ามออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต และต้องรับมือกับภาวะทางอารมณ์ของผู้ว่าจ้างในทุกกรณี'*
ฟังดูบ้าสิ้นดี... แต่ยอดเงินคงเหลือในบัญชีที่เหลือไม่ถึงหลักพัน กับหมายศวงอายัดห้องพักในสัปดาห์หน้า ทำให้รินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกระโจนลงไปในบ่อโคลนที่มองไม่เห็นก้นบึ้งนี้
รถยนต์สีดำสนิทคันหรูจอดเทียบท่าหน้าสถานีรถไฟปลายทางตามนัดหมาย ไร้ซึ่งคำทักทายจากคนขับรถสวมสูทสีเข้มที่เปิดประตูให้ รินก้าวขึ้นไปนั่งเบาะหลังที่เย็นเยียบราวกับช่องแช่แข็ง การเดินทางเข้าสู่เขตหุบเขาที่ปกคลุมด้วยหมอกทึบใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง สองข้างทางไม่มีบ้านเรือนผู้คน มีเพียงแนวสนสูงชันที่ลู่ตามแรงลม ราวกับกำลังกวักมือเรียกให้ผู้มาเยือนเดินเข้าสู่กรงขังชั่วนนิรันดร์
และเมื่อคลาสสิกแมนชั่นสไตล์วิคตอเรียขนาดมหึมาปรากฏขึ้นตรงหน้า รินก็รู้ทันทีว่าคำว่า 'คฤหาสน์ห่างไกล' ที่เอージェンシーเคยบอกไว้ มันหมายถึงการถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างแท้จริง
ประตูกระจกบานใหญ่เปิดออกโดยอัตโนมัติ รินก้าวเข้ามาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบย่อม แม่บ้านวัยกลางคนท่าทางเคร่งขรึมคนหนึ่งเดินนำทางเงียบเชียบผ่านโถงทางเดินที่ประดับด้วยภาพวาดสีน้ำมันของบรรพบุรุษตระกูลศิลา ทุกสายตาในรูปภาพคล้ายกำลังจ้องมองทะลุผ่านแผ่นหลังของริน ทำให้ขนลุกชันอย่างห้ามไม่ได้
"คุณศิลารออยู่ 20 นาทีแล้วครับ อย่าทำให้เขาต้องอารมณ์เสียไปมากกว่านี้เลย" เสียงแหบห้าวของชายสูงวัยคนหนึ่งดังขึ้นจากความมืดตรงมุมบันไดวน รินหันไปมองพบชายแต่งกายเนี๊ยบที่แนะนำตัวว่าเป็นพ่อบ้านประจำตระกูล สีหน้าของเขาไร้รอยยิ้มสิ้นเชิง
"ฉันมาตามนัดและตรงเวลาพอดีค่ะ... เอ้ย พอดีครับ" รินเกือบหลุดปากพูดเสียงปกติออกไป โชคดีที่ดึงสติกลับมาทันเวลาในวินาทีสุดท้าย การปลอมตัวเป็นผู้ชายเพื่อสมัครงานตำแหน่งผู้ดูแลส่วนตัวครั้งนี้ รินต้องระวังทุกฝีก้าว ทั้งน้ำเสียง ท่าทาง และการแต่งกาย
พ่อบ้านชำเลืองมองรินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเคลือบแคลง ก่อนจะผายมือไปยังประตูไม้บานคู่แกะสลักลวดลายวิจิตรที่ปิดสนิทที่ปลายโถงทางเดินชั้นสอง "เชิญทางนี้ครับ"
ผลักประตูเข้าไป กลิ่นหอมจางๆ ของไม้จันทน์ผสมกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงลอยแตะจมูก ห้องทำงานกว้างขวางถูกปิดทึบด้วยผ้าม่านกำมะหยี่สีเลือดหมู แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องเพียงครึ่งซีกของใบหน้าคมคายที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน
ศิลา... ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลที่ถูกลือหนาหูว่ามีใบหน้าอัปลักษณ์จากคำสาป และมีจิตวิญญาณที่บิดเบี้ยว รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นเงยขึ้นสบตา
ไม่มีรอยแผลน่าเกลียดน่ากลัวอย่างที่จินตนาการไว้... มีเพียงรอยแผลเป็นบางๆ ที่ลากยาวจากหางคิ้วขวาลงมาถึงโหนกแก้ม ซึ่งกลับยิ่งขับเน้นให้ใบหน้านั้นดูคมเข้ม ดุดัน และอันตรายราวกับเสือดาวที่พร้อมขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อ
"เธอชื่อรินสินะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนอุณหภูมิในห้องเย็นเฉียบ "คิดว่าตัวเองฉลาดพอที่จะรับมือกับงานนี้ได้งั้นเหรอ?"
รินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ซ่อนความประหม่าไว้ภายใต้รอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทนิดๆ ตามนิสัยเดิม "ถ้าไม่คิดว่าทำได้ ผมคงไม่ยอมนั่งรถฝ่าหุบเขาบ้านี่มาจนถึงห้องคุณหรอกครับ คุณศิลา"
ศิลาหรี่ตามองผู้สมัครงานหนุ่มตรงหน้า ร่างเพรียวบางภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งไม่ได้ทำให้ดูน่าเกรงขามเลยสักนิดในสายตาเขา แต่ทว่า... แววตาดื้อรั้นคู่นั้นกลับมีความท้าทายบางอย่างที่ทำให้เขาอยากรู้อยากเห็น
"ความอวดดีไม่ได้ช่วยให้เธอมีชีวิตรอดที่นี่นานขึ้นหรอกนะ" ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรินอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน กลิ่นกายสะอาดผสมความเย้ายวนลึกลับโชยเข้าปะทะจมูก รินต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูที่เพิ่งปิดลง
ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้ม น้ำเสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหูจนหัวใจรินกระตุกวูบ
"งานของเธอไม่ใช่แค่ดูแลฉัน... แต่คือการรักษาชีวิตตัวเองให้รอดพ้นจากสิ่งที่ซ่อนอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ต่างหาก"
รินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตกใจและตื่นกลัวระคนเร่าร้อน ประโยคเตือนสติยังไม่ทันหลุดจากปาก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน พร้อมกับเสียงเปิดประตูผางเข้ามาอย่างไร้มารยาทของหญิงสูงวัยแต่งกายหรูหราที่จ้องมองพวกเขาทั้งคู่ด้วยแววตาวาวโรจน์
"ศิลา! แกพาใครเข้ามาในห้องนี้...!"
คุณหญิงรดาชะงักค้างเมื่อเห็นระยะห่างระหว่างศิลากับรินที่แนบชิดกันจนแทบจะรวมร่าง ดวงตาคมกริบของเธอกวาดมองรินด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินเย็นเฉียบ
"ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ... เพราะคนก่อนหน้านี้ที่ยืนตรงนั้น ก็เพิ่งถูกหามออกไปในโลงศพเมื่อสัปดาห์ก่อนนี่เอง!"
--------------------------------------------------
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความลับดำมืดครั้งนี้ด้วยกันนะครับ - ประตูมิติที่แปด*
กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล•ตอนที่ 1
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!