เสียงสายสะดุดกีตาร์ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นโน้ตตัวเดิม ดีดซ้ำๆ วนเวียนอยู่สามรอบเสมือนเครื่องเล่นแผ่นเสียงตกร่อง และนั่นคือฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผับในสมองของพิมพ์ชนก
เวลาตีสองสิบห้า นาทีทองของการนอนหลับเพื่อเตรียมตัวไปรบกับบรีฟงานนรกในเช้าวันใหม่ถูกพรากไปโดยฝีมือของเพื่อนบ้านห้อง 408 ที่เธอยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาแม้แต่ครั้งเดียว รู้แค่เพียงว่าเขาเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่เมื่อสัปดาห์ก่อน และทิ้งร่องรอยอารยธรรมเป็นการดีدกีตาร์คลาสสิกข้ามคืนข้ามวันราวกับกำลังประกวดเวทีระดับชาติ
พิมพ์ดีดนิ้วลงบนหน้าจอโทรศัพท์มือถืออย่างหัวเสีย หน้าจอเรืองแสงวาบในความมืดสลัวของห้องนอน เธอกดเข้าแอปพลิเคชันไลน์ของนิติบุคคลคอนโดด้วยความเร็วสูงราวกับนักกีฬาอีสปอร์ตที่กำลังไต่แรงก์
*(แชท: พิมพ์ชนก - ห้อง 409)*
พิมพ์: "สวัสดีค่ะนิติ รบกวนช่วยติดต่อตักเตือนห้อง 408 ให้หน่อยได้ไหมคะ ตอนนี้ตีสองกว่าแล้ว เขายังนั่งดีดกีตาร์เสียงดังรบกวนคนอื่นอยู่เลยค่ะ พิมพ์ต้องตื่นไปทำงานแต่เช้าจริงๆ เกรงใจคนอื่นบ้างเถอะค่ะแบบนี้"
พิมพ์กดส่งข้อความด้วยความหงุดหงิด เธอวางโทรศัพท์คว่ำหน้าลงกับเตียงนอนอย่างแรง ทิ้งตัวนอนหงายแล้วใช้หมอนใบโตปิดหูเพื่อหวังจะกลบเสียงดนตรีที่ยังคงเล็ดลอดผ่านผนังห้องปูนหนาเข้ามาได้บ้าง
ทว่าผ่านไปไม่ถึงสามนาที เสียงกีตาร์เจ้ากรรมก็เงียบลงจริงๆ พิมพ์แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก คิดว่ามาตรการทางสังคมผ่านนิติบุคคลคงได้ผลชะเด็ดขาด แต่แล้ว... เสียงเคาะผนังเบาๆ "ก๊อก ก๊อก ก๊อก" ก็ดังขึ้นจากฝั่งหัวนอน
พิมพ์ขมวดคิ้วมุ่น เธอดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที ดวงตากลมโตภายใต้ความมืดเพ่งมองไปยังกำแพงกั้นระหว่างห้องด้วยความฉุนเฉียว
*(แชท: นิติบุคคลคอนโด - แจ้งปัญหาลูกบ้าน)*
นิติบุคคล: "เรียนคุณพิมพ์ ทางเราได้ประสานงานติดต่อไปยังห้อง 408 ให้แล้วนะคะ แต่ทางเจ้าของห้องแจ้งว่า เขาไม่ได้ดีดกีตาร์เสียงดังค่ะ เขาบอกว่ากำลังซ้อมเกลาคอร์ดเบาๆ เพื่อหาแรงบันดาลใจในการออกแบบ และ..."
นิติบุคคลพิมพ์ข้อความค้างไว้ครู่หนึ่ง เหมือนกำลังลังเลที่จะพิมพ์ประโยคถัดไป
พิมพ์กัดริมฝีปากด้วยความหมั่นไส้ นิ้วเรียวกระแทกแป้นพิมพ์ตอบกลับไปทันที
พิมพ์: "และอะไรคะนิติ? หรือเขาจะบอกว่าเสียงกีตาร์มันลอยมาตามลมเองเหรอคะ? ช่วยบอกเขาด้วยนะคะว่าถ้าอยากได้แรงบันดาลใจมากนัก ให้ไปนั่งดีดกลางดาดฟ้าค่ะ อย่ามาสร้างความบรรลัยให้คนอื่นเขานอน!"
นิติบุคคล: "เอ่อ... ทางห้อง 408 ฝากข้อความนี้มาถึงคุณพิมพ์โดยตรงค่ะ เขาบอกว่า..."
ข้อความใหม่จากนิติถูกส่งเข้ามา ทำเอาพิมพ์ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความเหลือเชื่อ
นิติบุคคล: "คุณห้อง 408 ฝากบอกว่า 'ฝากบอกคุณคนสวยห้อง 409 ด้วยนะครับว่า เพลงเมื่อครู่นี้แต่งให้เป็นพิเศษเพื่อกล่อมให้นอนหลับฝันดี ถ้ายังไม่นอน แสดงว่าเพลงยังไม่เพราะพอ เดี๋ยวผมจะบรรเลงเพลงกล่อมเด็กเวอร์ชันพิเศษให้ฟังเพิ่มอีกสักสามเพลงนะครับ' ...ทางนิติขอตัวไปนอนก่อนนะคะคุณพิมพ์ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ"
พิมพ์กำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้ว10 นิ้วขาวซีด ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธปนความงุนงงระคนกัน นี่มันเพื่อนบ้านประเภทไหนกัน ถึงได้ทั้งกวนประสาทและหน้ามึนได้เบอร์นี้!
พิมพ์: "คนสวยบ้านป้าingสิคะ! ใครอยากฟังเพลงกล่อมเด็กบ้าบออะไรนั่นวะ โรคจิตชัดๆ!"
พิมพ์พึมพำกับตัวเองด้วยความโมโห เธอตัดสินใจเดินไปที่ระเบียงห้องของตัวเอง เปิดประตูรับลมยามดึกเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ สายตากวาดมองไปยังระเบียงห้องข้างๆ ที่อยู่ติดกันอย่างคาดโทษ
ที่ระเบียงห้อง 408 แสงไฟส้มสลัวเปิดไว้ ตรงมุมนั้นมีร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สนาม ตัวเขาสวมเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงนอนขาสั้น เส้นผมยุ่งเหยิงราวกับเพิ่งตื่นนอนหรือไม่ได้หวีมาสามวัน ในมือข้างหนึ่งถือกระป๋องเบียร์ ส่วนอีกมือ... กำลังถือปิ๊กกีตาร์เคาะเบาๆ กับราวระเบียงเป็นจังหวะกวนประสาท
ธันวาสัมผัสได้ถึงสายตาดุๆ ที่มองมาจากระเบียงข้างๆ เขารemove ปิ๊กออกจากมือ หันใบหน้ามาสบตาเข้ากับพิมพ์พอดี ชายหนุ่มไม่ได้แสดงท่าทีตกใจแม้แต่น้อย กลับคลี่ยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มที่มุมปาก ดวงตาเรียวรีพราวระยับด้วยความสนุกสนาน
"อ้าว... คุณคนสวยห้องข้างๆ ออกมารับลมชมจันทร์เป็นเพื่อนกันเหรอครับ นึกว่าหลับไปตามเสียงเพลงของผมซะแล้ว" เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเอ่ยทักทายข้ามกำแพงกั้นระเบียงด้วยความคุ้นเคยราวกับรู้จักกันมานานแรมปี
พิมพ์สูดหายใจเข้าลึก and ปรับสีหน้าให้บึ้งตึงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอกอดอกมองผู้ชายปากแจ๋วตรงหน้าด้วยสายตาพิฆาต "นี่คุณ! มีมารยาททางสังคมบ้างไหมคะ? นี่มันตีสองกว่าแล้ว คนอื่นเขาต้องนอนหลับพักผ่อน ไม่ใช่มานั่งฟังคุณดีดกีตาร์เพ้อเจ้ออยู่คนเดียวแบบนี้ ถ้าว่างมากนักก็เอาเวลาไปนอนเถอะค่ะ สมองจะได้ไม่ฝ่อ!"
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะของเขายิ่งทำให้พิมพ์รู้สึกหงุดหงิดจนแทบจะพ่นไฟออกมาได้อยู่แล้ว ชายหนุ่มยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวมาใกล้ระเบียงมากขึ้น ดวงตาคมกริบสำรวจใบหน้าบูดบึ้งของเธอด้วยความนึกสนุก
"ผมชื่อธันวาครับ เป็นสถาปนิก... ส่วนคุณพิมพ์ใช่ไหมครับ? ดีไซเนอร์สาวคนเก่งห้อง 409 ที่วันๆ เอาแต่หมกมุ่นอยู่หน้าคอมจนขอบตาดำเป็นแพนด้า ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะครับ" ธันวาแนะนำตัวหน้าตาเฉย แถมยังรู้ข้อมูลส่วนตัวของเธอราวกับแอบซุ่มสืบมานาน
พิมพ์ชะงักไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ "คุณรู้ชื่อฉันได้ยังไง? แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันทำงานอะไร?"
ธันวาไหล่งอเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจ เขายกยิ้มมุมปากที่ดูเจ้าเล่ห์เกินบรรยาย "ป้ายชื่อบนกล่องพัสดุที่คุณชอบวางทิ้งไว้หน้าห้องไงครับ... แล้วก็เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดรัวๆ ตอนตีสามทุกคืนเนี่ย ชัดเจนซะยิ่งกว่าเสียงกีตาร์ของผมซะอีกนะคุณสถาปนิกคนสวย"
"นี่คุณแอบส่องฉันเหรอ!" พิมพ์เสียงสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ ใบหน้าร้อนผ่าวยิ่งกว่าเดิม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะความเขินอายที่ถูกจับผิดพฤติกรรมยามดึกได้คาหนังคาเขา
"เปล่าสักหน่อย ผมแค่เป็นคนช่างสังเกตครับ... โดยเฉพาะกับเรื่องของห้องข้างๆ" ธันวาตอบหน้าตาเฉย พร้อมกับดีดนิ้วเปาะหนึ่ง "เอาอย่างนี้ไหมครับ เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ผมทำลายเวลานอนอันมีค่าของคุณ พรุ่งนี้เลิกงาน... เดี๋ยวผมพาไปเลี้ยงกาแฟแก้วใหญ่ ชดเชยที่ทำให้คุณตื่นมาด่าผมตอนตีสอง ครึ่งดีไหมครับ?"
พิมพ์จ้องมองใบหน้าทะเล้นของนายสถาปนิกข้างห้องด้วยความหมั่นไส้ขั้นสุด ผู้ชายอะไรทั้งกวนประสาท หน้าด้าน และไร้ความเกรงใจที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมาในชีวิต!
เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำชวนหน้าไม่อายนั้นกลับไปอย่างเจ็บแสบ แต่ทว่า... เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานในห้องนอนก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน เป็นข้อความจาก "กรณ์" รุ่นพี่ที่ทำงานส่งบรีฟงานด่วนโปรเจกต์ใหม่เข้ามา พร้อมกับคำสั่งที่ทำเอาเธอยากจะร้องไห้
*(แชท: พี่กรณ์ - สถาปนิกอาวุโส)*
กรณ์: "พิมพ์ พรุ่งนี้เช้า ลูกค้าขอเปลี่ยนแบบแปลนทั้งหมดด่วนเลยนะ พี่รบกวนหนูช่วยแก้ให้ทันก่อนเที่ยงด้วย พี่ฝากความหวังไว้ที่น้องสาวคนเก่งคนนี้นะครับ!"
พิมพ์หน้าซีดเผือดทันที สมองประมวลผลไม่ทันกับภารกิจสุดโหดหินที่กองอยู่ตรงหน้า เธอยืนนิ่งค้างอยู่ที่ระเบียง ความเครียดพุ่งปรี๊ดขึ้นจนสมองแทบระเบิด
ธันวาที่ยืนมองปฏิกิริยาของหญิงสาวผ่านแสงไฟสลัว สังเกตเห็นสีหน้าถอดสีของเธอได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่มหุบยิ้มทะเล้นลงเล็กน้อย แววตาสتمเรียbร้อยและอบอุ่นขึ้นอย่างกะทันหัน
"หน้าตาเครียดขนาดนั้น... งานเข้าล่ะสิครับคุณสถาปนิกคนเก่ง?" เสียงทุ้มของธันวาเอ่ยถามเบาๆ น้ำเสียงปราศจากความกวนประสาทอย่างเมื่อครู่ มีเพียงความนุ่มนวลชวนประหลาดใจ
พิมพ์หันกลับมามองหน้าเขา ชั่วแวบหนึ่ง... แววตาคู่นั้นของธันวาทำให้เธอนึกถึงความอบอุ่นบางอย่างที่ขาดหายไปนาน แต่เธอก็รีบสะบัดความคิดนั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว
"เรื่องของฉันค่ะ ไม่เกี่ยวกับคุณ..." พิมพ์ตอบเสียงแข็ง พยายามจะหันหลังเดินกลับเข้าห้อง
แต่เสียงทุ้มจากระเบียงข้างๆ ก็เอ่ยประโยคที่ทำให้เธอนิ่งค้างอยู่กับที่ จนต้องหันกลับมามองเขาอีกครั้ง
"ถ้าแก้แบบไม่ทัน... เปิดระเบียงห้องเรียกผมได้ตลอดเวลานะครับ เพราะผมเองก็... ถนัดเรื่องรื้อถอนและแก้ปัญหาโครงสร้างที่พังทลายพอดี" ธันวาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องมองตรงมาที่ดวงตาของเธอด้วยความหมายลึกซึ้ง "โดยเฉพาะ... โครงสร้างหัวใจของคนข้างห้องคนนี้ด้วยครับ"
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่แวะมาเปิดหน้าสมุดบันทึกสีน้ำตาลใบนี้ร่วมกันนะคะ แล้วมาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันนะคะ
สถาปนิกปากแจ๋วกับแมวขู่ฟ่อข้างห้อง•ตอนที่ 1
เสียงเพลงปริศนาตอนตีสอง
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับแมวขู่ฟ่อข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!