เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ•ตอนที่ 1

วันซวยๆ ของเลขาพาย

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกนิรภัยดัง *ปัง* สนั่นห้องประชุมใหญ่ ชั้น 45 จนบรรดารองประธานและผู้จัดการฝ่ายถึงกับสะดุ้งเฮือก กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยไม่ได้นัดหมาย "นี่หรือคือผลงานที่ผ่านการตรวจสอบจากเลขาฯ ของผม... พายครับ คุณช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยได้ไหมว่า ตัวเลขขาดทุนสามสิบล้านในโปรเจกต์นี้ มันหลุดรอดสายตาอันเฉียบคมของคุณมาได้อย่างไร หรือว่าช่วงนี้สมองของคุณกำลังยุ่งอยู่กับการจัดตารางชีวิตส่วนตัว จนไม่มีสติเหลือไว้ให้งานของบริษัทแล้ว" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมานั้นไม่ได้ตะคอก แต่กลับเยือกเย็น บาดลึก และกดดันจนแทบทำให้บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบลงทันที คิน นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหัวโต๊ะ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองเอกสารในมือสลับกับร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่ข้างจอโปรเจกต์ ความกดดันแผ่ซ่านจนทุกคนในห้องแทบไม่กล้าหายใจแรง พาย กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธตีรวนขึ้นมาจุกที่ลำคอ แต่เธอยังคงรักษาใบหน้าเรียบเฉยเอาไว้ได้ ดวงตากลมโตสบตากับเจ้านายหนุ่มตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว "ดิฉันตรวจสอบตัวเลขทุกบรรทัดอย่างละเอียดแล้วค่ะ... เอ่อ ครับ ท่านประธาน" พายเกือบเผลอหลุดคำสามัญสำนัยเดิมออกไปเมื่อเห็นสายตาดุดันคู่นั้นจ้องเขม็ง "ตัวเลขสามสิบล้านนั่นไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของฝ่ายเลขาฯ แต่เป็นเพราะฝ่ายบัญชีของฝั่งคุณธีร์ส่งข้อมูลดิบชุดเก่ามาให้เราใช้ประเมินผลต่างหากล่ะครับ... อ๊ะ หมายถึงค่ะ... เอ๊ย ไม่ใช่!" พายอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ตายเสียตรงนั้น สมองกับปากดันรวนไปหมดในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขัดแบบนี้เพราะความตื่นตระหนกที่ถูกคนตรงนี้จ้องมองด้วยสายตากดดัน คินหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันขึ้นมาอย่างน่าหมั่นไส้ "หึ... สติหลุดตั้งแต่ยังไม่เริ่มประชุม แล้วแบบนี้จะให้ผมเชื่อมั่นในตัวคุณได้อย่างไร พาย" "ดิฉัน... ผม... โอ๊ย!" พายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อกอบกู้สติที่กระเจิง "ท่านประธานครับ ถ้าท่านกรุณาเปิดไปที่หน้า 42 ของเอกสารฉบับเดียวกัน ท่านจะเห็นว่าดิฉันทำไฮไลต์หมายเหตุตัวแดงแจ๋ไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ว่าตัวเลขชุดนั้นมีความผิดปกติ และได้ส่งอีเมลแจ้งเตือนไปยังคุณธีร์คู่ค้าของเรา รวมถึงสำเนาถึงตัวท่านเองด้วย... แต่ดูเหมือนว่า ท่านประธานจะลืมเปิดอ่านมันเองมากกว่านะครับ" เงียบกริบ... ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบสนิท ชนิดที่ได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน บรรดาผู้บริหารต่างพากันก้มหน้ามองตัก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทุกคนรู้ดีว่าคินเกลียดการถูกเถียงและไม่ชอบให้ใครมาจับผิดต่อหน้าธารกำนัล แต่คนที่กล้าสวนเจ้านายกลับหน้าตาเฉยก็มีเพียงเลขาฯ ส่วนตัวคนนี้คนเดียวเท่านั้น คินชะงักไปเล็กน้อย นิ้วเรียายาวที่เคาะโต๊ะเป็นจังหวะหยุดกงทันที ดวงตาคมปลาบก้มลงเปิดเอกสารในมือพลิกหาหน้าที่พายพูดถึงอย่างรวดเร็ว และเมื่อพบข้อความไฮไลต์สีแดงเด่นชัด พร้อมสำเนาอีเมลที่มีชื่อของเขาจริงๆ ใบหน้าหล่อเหลาก็ฉายแววตึงขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยตามเดิมอย่างรวดเร็ว ทว่า... ร่องรอยความเสียหน้าเพียงเสี้ยววินาทีนั้นไม่รอดพ้นสายตาของพายไปได้ "ถึงจะมีการแจ้งเตือนแล้ว..." คินเสียงอ่อนลงเล็กน้อย แต่ยังคงไว้ซึ่งความถือดีและฟอร์มจัด "แต่วิธีการพูดจาและท่าทีของคุณในตอนนี้ มันสมควรแก่การเป็นเลขาฯ มืออาชีพแล้วหรือยัง การโยนความผิดให้พาร์ทเนอร์ในที่ประชุมไม่ใช่สิ่งที่คนฉลาดเขาทำกันนะ พาย" "ดิฉันไม่ได้โยนความผิดค่ะ... เอ๊ย ผมไม่ได้โยนความผิดครับ!" พายสวนกลับทันควัน ความอดทนที่มีขีดจำกัดเริ่มพังทลายลงทีละน้อย "ถ้าท่านประธานจะกรุณาเลิกใช้อคติส่วนตัวมาตัดสินการทำงานของดิฉัน... เอ๊ย ผม! ทุกอย่างมันก็คงเคลียร์ไปนานแล้ว ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาอธิบายให้คนหูทิพย์ตาบอดแถวนี้ฟังหรอกครับ!" *พรึบ!* คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้าใส่พายจนเธอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเลขาสาวอย่างรวดเร็ว จนพายต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องกระจกโดยมีแผงอกกว้างของเจ้านายหนุ่มกั้นขวางทางเอาไว้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเยือกเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของคินโอบล้อมเธอไว้ในระยะประชิด ใบหน้าของเขาก้มลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านปลายจมูก สัมผัสได้ถึงความโกรธกรุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม "ปากเก่งนักนะพาย..." คินกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมกราบมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดหย่อนด้วยแววตาที่ลุกโชนแปลกๆ "กล้าดียังไงมาว่าผมตาบอด หืม?" "ก็ถ้าท่านประธานใช้ตามองจริงๆ และใช้สมองคิดวิเคราะห์โดยไม่เอาอารมณ์ส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง ท่านก็คงเห็นความจริงไปนานแล้วถอยออกไปเลยนะครับ ใกล้เกินไปแล้ว!" พายเอ่ยเสียงสั่น พยายามใช้มือดันอกแกร่งเอาไว้ แต่ทว่ากล้ามเนื้อแน่นๆ นั้นกลับแข็งราวกับกำแพงเหล็ก ขยับเขยื้อนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เคมีที่ฟุ้งกระจายระหว่างคนทั้งคู่ในระยะประชิด ทำให้บรรดาผู้บริหารที่นั่งอยู่รอบโต๊ะประชุมต่างพากันแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น หันไปสนใจเอกสารตรงหน้ากันเป็นแถบ คินจ้องมองดวงตาคู่สวยที่ฉายแววพยศไม่ยอมแพ้ หัวใจของเขาเต้นรัวแรงจนน่าหงุดหงิด ปากร้ายๆ อยากจะเอ่ยคำพูดเชือดเฉือนเพื่อเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้ตามเคย แต่กลิ่นกายหอมละมุนจางๆ และความใกล้ชิดนี้กลับทำให้เขาลืมบทพูดที่เตรียมไว้เสียสนิท ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุและหัวใจของคนทั้งคู่เต้นผิดจังหวะจนแทบจะหลุดออกมานอกอกนั้นเอง... *ก๊อกๆๆ* เสียงเคาะประตูกระจกห้องประชุมดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปรดของ "ธีร์" คู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ในมือถือแฟ้มเอกสารโปรเจกต์คู่แข่ง "ขอโทษทีครับที่เข้ามาขัดจังหวะ..." ธีร์กวาดสายตามองภาพคินที่กำลังกักตัวพายไว้ชิดผนังด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "พอดีผมได้ยินว่ามีคนคิดถึงผมในที่ประชุม... เลยรีบเอาข้อมูลบัญชีตัวจริงมาส่งให้ท่านประธานตรวจสอบด้วยตัวเองครับ" ดวงตาคมของคินวาวโรจน์ขึ้นมาทันที ความหึงหวงและกรุ่นโกรธพุ่งทะยานถึงขีดสุดเมื่อเห็นรอยยิ้มที่ธีร์ส่งให้พาย ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนราชันย์หอกทมิฬคนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%