กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวที่เคลือบด้วยน้ำมันหมูป่าหิมะและซอสถั่วเหลืองหมักบ่มสามปีลอยอบอวลตลบอบอวลไปทั่วชั้นที่สี่ของดันเจี้ยนหินผา ความร้อนจากเตาถ่านเวทมนตร์ส่งเสียงซู่ซ่าทันทีที่ข้าวสวยแช่เย็นถูกโยนลงไปในกระทะเหล็กหล่อหนาเตอะ เม็ดข้าวแต่ละเม็ดดีดตัวพรากๆ ราวกับเริงระบำอยู่บนเปลวเพลิงสีฟ้าคราม
"ความร้อนต้องสม่ำเสมอ... ข้าวถึงจะไม่แฉะและไข่ไก่จะเคลือบทุกอณูได้อย่างสมบูรณ์แบบ"
เรย์พึมพำกับตัวเองขณะควงตะหลิวไม้ไผ่ด้วยความคล่องแคล่ว แสงไฟสีส้มอมแดงสะท้อนบนใบหน้าคมคายที่มีหยาดเหงื่อผุดพรายเล็กน้อย รอบตัวเขาคือโต๊ะไม้สนหยาบๆ สองสามตัวที่ถูกจัดวางไว้กลางซากปรักหักพังของวิหารโบราณ รอบด้านเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากเพดานถ้ำ ทว่าความเงียบนั้นถูกทำลายลงด้วยฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าร้าน
*แกร๊ก... กรับ...*
เสียงส้นรองเท้าบูทหนังชั้นดีกระทบกับพื้นหินกรวด เรย์ไม่เงยหน้าขึ้นมองทันที เขายังคงตวัดตะหลิวผัดข้าวในกระทะต่ออีกสามรอบก่อนจะตักข้าวผัดไข่สีทองอร่ามลงบนจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ควันร้อนๆ พวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมยวนใจที่สามารถเรียกน้ำย่อยแม้กระทั่งซากศพให้ฟื้นคืนชีพได้
"วันนี้ไม่มีมอนสเตอร์คลั่งหลงเข้ามาในรัศมีห้าสิบเมตร... แต่ดูเหมือนเราจะมีแขกผู้มีเกียรติเป็นพิเศษสินะครับ"
เรย์เอ่ยขึ้นเรียบๆ โดยยังคงงอกงามความสะอาดหน้าเคาน์เตอร์บาร์ด้วยผ้าขนหนูผืนเก่า เขาเงยหน้าขึ้นสบตาผู้มาใหม่ นัยน์ตาคมกริบกวาดสำรวจร่างเพชรฆาตในชุดคลุมสีดำสนิท ขอบฮู้ดถูกดึงต่ำจนบังใบหน้าครึ่งบน ทว่าริมฝีปากอิ่มที่ยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นและเรียียวนิ้วเรียวยาวที่ถือคัมภีร์หนังมังกรเก่าคร่ำครึนั้น... ชัดเจนเสียยิ่งกว่าชัดเจน
เอลาร่า... จอมเวทสาวผู้กุมความลับแห่งหอคอยเวทมนตร์และเป็นลูกค้ารายเดียวที่ยังไม่เคยสั่งอาหารแม้แต่จานเดียวตั้งแต่เปิดร้านมา
"กลิ่นนี่มัน..." เอลาร่ากวาดสายตามองไปรอบร้าน จมูกเรียวเล็กสูดดมกลิ่นหอมที่ลอยวนในอากาศ ดวงตาสีไพลินภายใต้เงาฮู้ดหรี่แคบลงเล็กน้อย "ข้าวผัดธรรมดาๆ ใช้ไข่ของมอนสเตอร์ระดับต่ำอย่าง 'ไก่ฟ้าหางเพลิง' ผสมกับข้าวหอมมะลิป่า... เจ้ากล้าใช้ของธรรมดาเหล่านี้มาตั้งร้านกลางดันเจี้ยนระดับบีอย่างนั้นหรือ เรย์?"
น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันทางเวทมนตร์ระดับสูงที่แผ่ซ่านออกมาโดยไม่รู้ตัว อากาศรอบตัวเรย์เริ่มเย็นลงเล็กน้อยจนเกิดไอสีขาวจางๆ จากลมหายใจ
เรย์วางผ้าในมือลง เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างใจเย็น ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้าแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เขากลับพิจารณานางด้วยสายตาของเชฟที่กำลังประเมินวัตถุดิบชั้นเลิศ
"ความธรรมดาที่ถูกปรุงด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ย่อมมีค่ามากกว่าวัตถุดิบหายากที่ถูกทำลายด้วยมือของคนทำอาหารไร้ฝีมือนะครับ คุณเอลาร่า" เรย์ผายมือเชิญให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวตรงข้ามเคาน์เตอร์ "ว่าแต่... วันนี้คุณมาเพื่อชิมข้าวผัดไข่จานแรกในชีวิตของคุณ หรือมาเพื่อตรวจสอบว่า 'ระบบ' ที่ผมใช้อยู่มันรบกวนสมดุลของเวทมนตร์โบราณกันแน่ครับ?"
เอลาร่าชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนริมฝีปากจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาพิจารณา เธอเดินเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์มากขึ้น กลิ่นอายเวทมนตร์โบราณจากคัมภีร์ในมือสั่นไหวเบาๆ ราวกับมันกำลังตอบสนองต่อบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในตัวของเรย์
"เจ้าช่างเป็นมนุษย์ที่ปากกล้าเสียจริง... เรย์" เอลาร่าทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ นางวางคัมภีร์ลงบนโต๊ะ เสียงกระแทกเบาๆ แต่สะเทือนถึงก้นบึ้งของหัวใจ "ข้าไม่ได้มาเพื่อกินอาหารขยะราคาถูกของเจ้า แต่ข้ามาเพื่อเตือน... ดันเจี้ยนชั้นนี้กำลังจะเกิดความผิดปกติครั้งใหญ่ พลังงานมานาที่เจ้าใช้จุดไฟเตาถ่านของเจ้านั่นแหละ คือตัวล่อชั้นดีที่ดึงดูด 'ภัยพิบัติ' เข้ามา"
เรย์หรี่ตาลง เขารู้ดีว่าเอลาร่าไม่ได้โกหก ระบบ 'กูร์เมต์ดันเจี้ยน' ของเขาแสดงสัญญาณเตือนสีเหลืองกะพริบถี่ๆ ที่มุมสายตามาได้สักพักแล้ว ทว่าแทนที่จะตื่นตระหนก เรย์กลับหยิบชามใบเล็กใส่พริกน้ำปลาและมะนาวมาวางไว้ข้างจานข้าวผัด ก่อนจะเลื่อนมันไปตรงหน้าหญิงสาว
"ภัยพิบัติหรือความหิวโหย... สิ่งไหนจะมาถึงก่อนกัน เราคงต้องพิสูจน์ด้วยช้อนส้อมในมือคุณแล้วล่ะครับ" เรย์โน้มตัวเข้าไปใกล้ น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดเดี่ยว "ลองชิมดูก่อนสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าพลังงานมานาที่ผมใช้ ไม่ได้ดึงดูดแค่ความตาย... แต่มันกำลังสร้างปาฏิหาริย์"
เอลาร่ามองจานข้าวผัดสีทองที่ส่งกลิ่นหอมยวนใจสลับกับใบหน้าของชายหนุ่มผู้เป็นปริศนา นางลังเลอยู่ชั่วขณะ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปหยิบช้อนเงินขึ้นมาอย่างช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันขึ้นเรื่อยๆ
ทันใดนั้นเอง... ผนังหินด้านหลังร้านก็เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งชั้นดันเจี้ยน แรงกดดันมหาศาลพุ่งทะลักเข้ามาจนตะเกียงเวทมนตร์บนเพดานดับวูบลงในพริบตา
*ตู้มมม!*
เศษหินกระเด็นว่อน ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ร่างมหึมาของอสูรเงาพันปีปรากฏขึ้นจากรอยแยกของผนัง ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองตรงมาที่โต๊ะอาหารของเรย์โดยไม่กะพริบ ทว่าก่อนที่เอลาร่าจะทันได้วาดวงเวทป้องกันตัว เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัวของเรย์อย่างชัดถ้อยชัดคำ
[ติ๊ง! ตรวจพบวัตถุดิบระดับ SSS 'หัวใจอสูรเงาพันปี' กำลังเข้าสู่รัศมีร้านค้า]
[ภารกิจลับเปิดใช้งาน: 'เสิร์ฟอาหารให้บอสผู้คลุ้มคลั่ง' - เวลาจำกัด 3 นาที หากสำเร็จจะปลดล็อกเตาปฏิกรณ์มานาโบราณ]
เรย์หันไปสบตากับเอลาร่าที่กำลังถือช้อนค้างไว้กลางอากาศ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเชฟหนุ่มอีกครั้ง
"ดูเหมือนว่า... ลูกค้าคนพิเศษของเรา จะสั่งอาหารจานหลักเข้ามาแล้วล่ะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความอร่อยในดันเจี้ยนไป2ด้วยกัน ณ ที่นี้ครับ
พ่อค้ากระทะเหล็กในดันเจี้ยนเวิลด์: เสิร์ฟข้าวผัดไข่ใส่หน้ามอนสเตอร์คลั่ง•ตอนที่ 3
ลูกค้าคนแรกที่ไม่ได้สั่งอาหาร
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อค้ากระทะเหล็กในดันเจี้ยนเวิลด์: เสิร์ฟข้าวผัดไข่ใส่หน้ามอนสเตอร์คลั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
