หวนคืนยุคสมัยด้วยปลายพู่กันหยินหยาง•ตอนที่ 3

สมุนไพรในป่าดิบ

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
"เจ้าคิดจะเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในป่าลึกเพียงลำพังรึ หลินฟางเซียน? ความหยิ่งยโสของเจ้ามันจะทำให้สกุลหลินต้องแปดเปื้อน!" เสียงตวาดแหลมสูงของ ‘คุณนายหลิน’ ดังสะท้อนก้องทั่วเรือนไม้เก่าคร่ำคร่า สตรีวัยกลางคนในชุดผ้าแพรสีหม่นทว่าปักลายดอกโบตั๋นประณีตวางจอกชาลงบนโต๊ะไม้จนเกิดเสียงดังสนั่น สายตาที่จ้องมองมายังหลินฟางเซียนราวกับจะกรีดเนื้อคนให้ขาดเป็นชิ้นๆ ด้วยความชิงชังที่ปิดไม่มิด ฟางเซียนไม่ได้หันกลับไปมอง นางเพียงแค่ตรวจสอบปลายเชือกที่ผูกมัดตะกร้าสานบนหลังให้แน่นหนาขึ้น นิ้วเรียวยาวดุจลำเทียนของนางขยับอย่างคล่องแคล่ว แววตาของศัลยแพทย์มือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดในร่างสตรีชนบทผู้นี้ สงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงลมพัดผ่าน "ท่านแม่เจ้าขา ความแปดเปื้อนที่แท้จริงมิใช่การเข้าไปขุดสมุนไพรในป่าหรอกค่ะ แต่คือการที่ลูกสาวคนหนึ่งต้องอดตายเพราะแม่เลี้ยงผู้ใจจืดใจดำตั้งใจจะริบเครื่องประดับชิ้นสุดท้ายของมารดาที่แท้จริงไปขายเพื่อสมทบทุนการสอบของพี่ชายต่างแม่ต่างหาก" คำพูดเนิบนาบแต่ทิ่มแทงเข้าสู่จุดตายทำให้คุณนายหลินหน้าถอดสี มือที่ถือผ้าเช็ดหน้าสั่นระริกด้วยความโกรธจัด "เจ้า! นังเด็กปากดี!" ฟางเซียนหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ให้ ทว่าดวงตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก "หากลูกกลับมาไม่ได้... ท่านก็เตรียมรอรับคำครหาจากชาวบ้านได้เลยเจ้าค่ะ ว่าเหตุใดสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลหลินถึงปล่อยให้ลูกเลี้ยงตายในป่าเพียงเพราะอยากได้ปิ่นหยกชิ้นเดียว" นางไม่รอฟังคำด่าทอที่เหลือ เดินก้าวออกจากเรือนด้วยฝีเท้าหนักแน่น ทิ้งความเงียบงันที่แฝงไปด้วยไอสังหารไว้เบื้องหลัง ป่าดิบชื้นเบื้องหน้าดูลึกลับและน่าเกรงขาม กลิ่นไอดินชื้นแฉะผสมกับกลิ่นสาบของพงไพรเตะเข้าจมูก ฟางเซียนรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ป่าธรรมดา ในยุคสมัยที่ความอดอยากแผ่ซ่านไปทั่วหัวระแหงเช่นนี้ พืชพรรณที่ดูไร้ค่าในสายตาชาวบ้าน คือขุมทรัพย์มหาศาลสำหรับหมอเช่นนาง นางก้มตัวลงสำรวจพื้นที่ดินบริเวณรากไม้ใหญ่ แววตาคมกริบวิเคราะห์สภาพแวดล้อม 'สภาพความชื้นแบบนี้... แสงแดดที่ลอดผ่านยอดไม้เพียงรำไรแบบนี้...' สัญชาตญาณศัลยแพทย์ทำงานทันที นิ้วมือเริ่มขุดคุ้ยดินอย่างระมัดระวัง หนึ่งชั่วยามผ่านไป ในตะกร้าเริ่มมีสมุนไพรหายากอย่าง 'โสมคน' รุ่นเยาว์และ 'ตังกุย' คุณภาพดีวางเรียงราย ฟางเซียนปาดเหงื่อบนหน้าผากด้วยความพึงพอใจ ทว่าขณะที่กำลังจะขยับตัวไปยังพุ่มไม้ถัดไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่จงใจปกปิดร่องรอยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง นางหยุดชะงัก ร่างกายเกร็งตัวขึ้นโดยสัญชาตญาณ มีคนกำลังสะกดรอยตามนาง... และคนผู้นี้มิใช่ชาวบ้านธรรมดาแน่นอน "เจ้าเข้ามาลึกเกินไปแล้ว" เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจดังขึ้นเพียงแผ่วเบาจากเงามืดของแมกไม้ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทจะก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ ชายผู้นั้นสวมหน้ากากครึ่งหน้าทิ้งให้เห็นเพียงดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวที่จ้องมองนางอย่างพินิจพิเคราะห์ กลิ่นอายของเลือดจางๆ และความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าสัตว์ป่าชนิดใด ฟางเซียนไม่ยอมอ่อนข้อ นางยืนขึ้นเผชิญหน้า มือขวากระชับมีดพกที่ทำจากไม้แหลมคมไว้แน่น "คนขลาดเขลาเท่านั้นที่กลัวความตายในที่รบ และคนที่ไร้จุดหมายเท่านั้นที่หวาดเกรงป่าใหญ่... ท่านคือใคร?" บุรุษผู้นั้นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาแฝงความประหลาดใจชั่ววูบ ก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปาก "ข้าเป็นเพียงผู้ผ่านมา... และเจ้าเป็นคนแรกในรอบหลายปีที่กล้าเอ่ยคำถามนี้กับข้า" เขาเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นไม้สนจางๆ จากตัวเขา ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าฟางเซียนอย่างถือดี สายตาของเขาเลื่อนไปมองสมุนไพรในตะกร้าของนางแล้วชะงักไปครู่หนึ่ง "เจ้ามีความรู้เรื่องสมุนไพรไม่เลว... แต่เจ้ากำลังเก็บ 'หญ้าพิษมังกร' ที่มีหน้าตาคล้ายสมุนไพรบำรุงธาตุ หากนำไปใช้ผิดวิธี ชีวิตเจ้าคงจบสิ้นลงที่นี่" ฟางเซียนนิ่งไป ใจของนางเต้นรัวด้วยความสับสน นางหยิบสมุนไพรชิ้นนั้นขึ้นมาพิศดูใหม่ กลิ่นของมัน... ใช่จริงด้วย! มันไม่ใช่สมุนไพรชั้นดี แต่มันคือตัวยาที่มีพิษรุนแรงซึ่งออกฤทธิ์ช้า! "ท่านช่วยข้า..." นางพึมพำ "ข้าไม่ได้ช่วยเจ้า ข้าเพียงแต่ไม่อยากให้ของดีในป่าแห่งนี้ต้องมาเปื้อนศพสตรีโง่ๆ" เขาตอบพลางหมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้นางยืนงงอยู่กลางป่า ทว่าก่อนที่เขาจะลับสายตาไป บุรุษลึกลับผู้นั้นก็โยนวัตถุชิ้นหนึ่งลงบนพื้นหญ้าตรงหน้านาง มันคือตราประทับโลหะสีนิลสลักลวดลายพยัคฆ์ที่ดูน่าเกรงขามเกินกว่าจะอยู่ในป่าแห่งนี้ ฟางเซียนก้มลงเก็บตรานั้นขึ้นมา ทันใดนั้น ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อนางได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่กำลังมุ่งตรงมายังจุดที่นางยืนอยู่ และเสียงที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงของชาวบ้าน แต่มันคือเสียงของกลุ่มทหารที่กำลังตะโกนก้อง "ท่านอ๋อง! พวกเราพบร่องรอยของสายลับที่หนีเข้ามาในป่าแล้ว พะยะค่ะ!" ฟางเซียนเบิกตากว้าง ความหมายของตราพยัคฆ์ในมือพลันกระจ่างชัด... บุรุษผู้นั้นไม่ใช่คนพเนจร แต่คือ 'มู่หรงจวิน' หรือฉินอ๋อง แม่ทัพผู้โหดเหี้ยมที่กำลังถูกตามล่าโดยกลุ่มอำนาจมืด และตอนนี้... นางกลายเป็นพยานเพียงคนเดียวที่รู้เห็นว่าเขายังมีชีวิตอยู่! หัวใจของฟางเซียนร่วงไปถึงตาตุ่ม เมื่อทหารกลุ่มหนึ่งพุ่งพรวดพราดออกมาจากพุ่มไม้ พร้อมกับปลายดาบที่ชี้ตรงมาที่คอหอยของนางอย่างรวดเร็ว "สตรีคนนี้เห็นหน้าท่านอ๋อง! สังหารมันเสีย!" หวังว่ารี้ดทุกท่านจะได้รับอรรถรสแห่งความเข้มข้นในบทนี้ และอย่าเพิ่งวางใจในสถานะของฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันในบทถัดไปค่ะ ไป๋เป่าเปาของแม่
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนยุคสมัยด้วยปลายพู่กันหยินหยาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%