เซียนเกมเมอร์ขาโหด ปะทะ บอสสาวผู้กุมอำนาจเงินตรา•ตอนที่ 23

ความไว้ใจคืออาวุธ

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
"สายไปแล้วล่ะครับคุณคินน์... ผลงานชิ้นเอกของคุณตอนนี้ กลายเป็นสมบัติสาธารณะไปเรียบร้อยแล้ว!" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของศรุตยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท บด ขยี้ความภาคภูมิใจของเซียนเกมเมอร์มือหนึ่งอย่างคินน์จนแทบไม่เหลือชิ้นดี หน้าจอคอมพิวเตอร์ราคาแพงในห้องสตูดิโอส่วนตัวฉายภาพโค้ดโปรเจกต์ลับที่เขาใช้เวลาแรมปีในการพัฒนาขึ้นมา รหัสต้นฉบับถูกเปิดเผยและถูกดาวน์โหลดออกไปนับพันครั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต ความพยายามทั้งหมด แหล่งทุนมหาศาลที่รินรดาแอบสนับสนุนเบื้องหลัง และหยาดเหงื่อแรงกายกำลังจะพังทลายลงในพริบตาเดียวเพราะเกลือเป็นหนอนภายใน คินน์กำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว แววตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและมั่นใจในฝีมือยามนี้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนผิดหวัง เขาไม่เจ็บใจเท่าไหร่ที่ถูกหักหลัง แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาชาหนึบคือความรู้สึกผิด... ความรู้สึกที่ดึงเอารินรดา ซีเอโอสาวผู้ทรงอิทธิพลและกุมอำนาจเงินตราเข้ามาเสี่ยงในเกมสกปรกนี้ด้วย ทว่าท่ามกลางความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดากลับไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยืนกอดอกพิงขอบประตูด้วยชุดสูทผ้าไหมสีชาแนลเข้ารูปอย่างสง่างาม ใบหน้าเรียบนิ่งดุจน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคู่คมกวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์แวบหนึ่ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำเอาศรุตที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่หน้าจอถึงกับผะเผ่า "คิดว่าขโมยข้อมูลไปได้ แล้วบริษัทของฉันจะล้มละลายหรือคะ คุณศรุต" น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลังราวกับค้อนเหล็กหล่นกระทบพื้นกระจกแตกกระจาย รินรดาก้าวเท้าเข้ามาช้าๆ ส้นสูงสีดำกระทบพื้นห้องดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่กดดันจนคนฟังแทบหยุดหายใจ เธอปรายตามองหน้าจอที่มีรหัสโค้ดรันอยู่ราวกับมองเศษฝุ่นผง ไร้ซึ่งความกังวล ไร้ซึ่งความตื่นตูม มีเพียงความเย่อหยิ่งของผู้กุมอำนาจเงินตราที่เหนือกว่าทุกเกมธุรกิจ "คุณ... คุณหมายความว่ายังไง! นั่นมันซอร์สโค้ดจริงไม่ใช่เหรอ!" ศรุตเริ่มเสียงสั่น เมื่อเห็นว่าปฏิกิริยาของซีอีโอสาวไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ "ของปลอมที่เขียนขึ้นมาเพื่อล่อปลาตัวใหญ่ต่างหากล่ะคะ" รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตาเต็มไปด้วยความดูแคลน "คิดว่าคนอย่างรินรดา จะปล่อยให้ข้อมูลสำคัญระดับเปลี่ยนวงการเกมหลุดรอดไปได้ง่ายๆ โดยไม่มีระบบป้องกันระดับองค์กรหรือคะ? ข้อมูลที่คุณขโมยไป... เป็นแค่กับดักที่ตั้งไว้รอให้หนูอย่างคุณวิ่งเข้ามาติดจั่นเท่านั้น" ทันทีที่พูดจบ หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงโค้ดก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบความปลอดภัยระดับสูงสุดที่ล็อกดาวน์โหลดทุกไฟล์อัตโนมัติ และตามด้วยหน้าจอที่แสดงประวัติการโอนเงินและหลักฐานการทุจริตของศรุตที่เชื่อมโยงกับคู่แข่งรายอื่นอย่างมัดตัว ศรุตหน้าถอดสี ขาอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้นในทันที คินน์หันไปมองรินรดาด้วยความอึ้งปนทึ่ง เขาเคยคิดว่าตัวเองคือที่สุดในโลกของเกม แต่ในโลกแห่งอำนาจและผลประโยชน์ของผู้หญิงคนนี้... เธอกลับเหนือชั้นและร้ายกาจยิ่งกว่าใครทั้งหมด เมื่อเหตุการณ์ชุลมุนสงบลง ศรุตถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเชิญออกไปพร้อมกับคดีอาญาติดตัว เจย์เพื่อนสนิทของคินน์ขอตัวกลับไปจัดการเรื่องระบบต่อปล่อยให้ทั้งคู่อยู่กันตามลำพังในห้องสตูดิโอที่เงียบงัด แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของรินรดา ทำให้ความเย็นชาที่เธอสวมใส่มาตลอดเริ่มเจือจางลง เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งแกร่ง คินน์มองหญิงสาวที่ยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสเบื้องล่างคือแสงไฟระยิบระยับของมหานครที่ไม่เคยหลับใหล เขาขยับตัวเดินเข้าไปใกล้ชิดขึ้น ได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เอกลักษณ์ประจำตัวของเธอ ความรู้สึกผิดที่อัดอั้นอยู่ในอกทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก "เธอ... ไม่จำเป็นต้องแบกรับทุกอย่างเพื่อฉันขนาดนี้ก็ได้นะริน" เสียงทุ้มต่ำของคินน์แฝงความอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะได้ยิน รินรดาชะงักไปเล็กน้อย เธอยังคงไม่หันกลับมามอง แต่ไหล่บางที่เคยตั้งตรงอย่างมั่นคงกลับไหววูบลงเล็กน้อย ราวกับกำแพงเหล็กที่เธอสร้างไว้เพื่อปกป้องตัวเองกำลังถูกเซาะกร่อนด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ "ฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณสักหน่อย..." รินรดาพยายามดึงน้ำเสียงเย็นชาให้กลับมาเหมือนเดิม แต่ความสั่นเครือเล็กน้อยในตอนท้ายกลับทรยศความรู้สึกที่แท้จริง "ฉันแค่ปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท... ในฐานะซีอีโอ ฉันยอมให้ใครมาลูบคมไม่ได้ก็แค่นั้น" "โกหก" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังขึ้น สายตาคมกอดอกมองแผ่นหลังบางของเธอ "ถ้าเธอแคร์แค่บริษัท เธอคงไม่ยอมเอาเงินส่วนตัวหกหลักมาลงในโปรเจกต์ที่เสี่ยงจะเจ๊งตั้งแต่แรก และเธอคงไม่ยืนกรานจะอยู่เคียงข้างฉันในวันที่ใครๆ ก็ตราหน้าว่าฉันเป็นคนทรยศหักหลังวงการ" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำมือเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเปราะบางที่เธอพยายามซ่อนเร้นมาตลอดหลายปีภายใต้หน้ากากของซีอีโอผู้เย็นชาและไร้หัวใจ กำลังถูกสายตาและการกระทำของชายหนุ่มคนนี้พังทลายลงทีละน้อย ความกดดันจากตระกูล ความคาดหวังมหาศาล และความโดดเดี่ยวในฐานะผู้กุมอำนาจที่ห้ามแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น... ทุกอย่างมันหนักหนาเกินกว่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะแบกรับไว้คนเดียว หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาที่ขอบตาคู่สวย แม้เธอจะพยายามกะพริบตาไล่ความอ่อนแอนั้นกลับไป แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว คินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว มือหนายื่นออกไปแตะที่ไหล่บางเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้น้ำตาหยดแรกไหลรินลงมาอาบแก้มเนียนอย่างเงียบงัน "คุณ... ไม่รู้หรอกว่าฉันต้องเหนื่อยแค่ไหน..." รินรดาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่คมที่เคยเฉียบขาดสั่นไหวระริก เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจมานาน "ตั้งแต่พ่อเสียไป ฉันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร้องไห้ ฉันต้องทำตัวให้เข้มแข็ง ต้องเฉียบขาด ต้องใช้เงินซื้อความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ เพราะถ้าฉันแสดงความอ่อนแอออกมาแม้แต่นิดเดียว... พวกมันก็จะฉีกฉันเป็นชิ้นๆ..." นี่เป็นครั้งแรกที่รินรดาสารภาพความเปราะบางในใจให้ใครสักคนฟัง คินน์ยืนนิ่งอึ้ง หัวใจของเขาไหววูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกโกรธแค้นพวกคนที่เคยทำร้ายเธอพวยพุ่งขึ้นมาในอกยิ่งกว่าตอนที่เขาโดนขโมยโค้ดเสียอีก เขาไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้ชุดสูทหรูหราและท่าทีเย่อหยิ่งราวกับเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ เธอต้องแบกรับโลกทั้งใบไว้ด้วยตัวคนเดียว คินน์ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความ เขาดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่นแนบอก รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามจะขัดขืนตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แต่สัมผัสที่อบอุ่นและอ้อมกอดที่แน่นหนาและปลอดภัย ทำให้เรี่ยวแรงทั้งหมดของเธอมลายหายไป ซบหน้าลงกับอกแบนราบของชายหนุ่ม ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใครเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี "ร้องออกมาเถอะ..." คินน์กระซิบแผ่วเบาข้างใบหู มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยอย่างอ่อนโยน ปลอบประโลมความเจ็บปวดที่เธอแบกรับไว้ "ต่อจากนี้ไป... เธอไม่ต้องแบกมันไว้คนเดียวแล้วนะริน ฉันอยู่ตรงนี้... และฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายเธอเด็ดขาด" บรรยากาศในห้องสตูดิโอเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงสะื้นเบาๆ ของหญิงสาวในอ้อมกอด และเสียงหัวใจของทั้งสองดวงที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียวกัน ความไว้ใจที่ถูกถักทอขึ้นจากเศษซากความเปราะบาง กลายเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรคในก้าวต่อไป ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความซาบซึ้งและแรงดึงดูดระหว่างคนทั้งคู่ เสียงสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะของตึกก็ดังลั่นสนั่นหู! หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่เคยปิดล็อกไปแล้ว กลับถูกเปิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีเลือดที่ปรากฏขึ้นทีละตัว... *“ยินดีด้วยกับชัยชนะชั่วคราว... แต่เกมระդับพรีเมียม เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ต่างหากล่ะคุณซีอีโอ”* และทันทีที่ข้อความนั้นหายไป ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ชั้นล่างสุดของตึก ก็เผยให้เห็นร่างของชายปริศนาในชุดสูทสีดำสนิท กำลังก้าวเท้าเดินผ่านประตูเข้ามาอย่างใจเย็น พร้อมกับเสียงปรบมือแปะๆ ที่ดังสะท้อนก้องผ่านลำโพงระบบ... และบุคคลที่ก้าวพ้นเงามืดออกมายืนหยัดอยู่เบื้องล่างนั้น กลับเป็นคนสนิทที่สุดที่รินรดาไม่มีวันคาดคิดว่าจะหักหลังเธอได้ลงคอ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ขาโหด ปะทะ บอสสาวผู้กุมอำนาจเงินตรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%