กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของหยาดฝนที่ซึมผ่านรอยแตกของคฤหาสน์โบราณตระกูลเวโรจน์ ลอยอวลปะปนกับกลิ่นฝุ่นเก่าคร่ำคร่าจนน่าคลื่นไส้ ร่างไร้วิญญาณของเจ้าของบ้านทรุดพับอยู่บนโซฟาหลุยส์กำมะหยี่สีแดงก่ำ รอบคอมีรอยรัดเป็นแนวช้ำเขียวชะอุ่ม ดวงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับภาพวาดสยองขวัญยุควิกตอเรียที่ถูกยกมาตั้งไว้กลางกรุงเทพมหานครยุคปัจจุบัน
“อย่าแม้แต่จะแตะต้องอะไรทั้งสิ้นครับหมอ”
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นและห้วนกระด้างดังขึ้นจากเบื้องหลัง ทำลายความเงียบงันของห้องโถงกว้างที่ถูกปิดตาย หมอพราวตะวันชะงักฝีเท้า ปลายรองเท้าส้นสูงหยุดลงห่างจากแนวเชือกกั้นสีเหลืองดำเพียงไม่กี่เซนติเมตร เธอไม่ได้สะทกสะท้านกับน้ำเสียงคุกคามนั้นแม้แต่น้อย กลับค่อยๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก—รอยยิ้มที่นักสืบสวนหลายคนลงความเห็นตรงกันว่ามัน ‘น่าหมั่นไส้’ พอๆ กับความฉลาดเป็นกรดของเจ้าตัว
สารวัตรคณินยืนกอดอกพิงกรอบประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มยับยู่ยี่บ่งบอกถึงการทำงานข้ามคืนโดยไม่ได้พักผ่อน ใบหน้าคมคายติดหนวดเคราจางๆ ดูดิบเถื่อนและอันตราย ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาวิเคราะห์แกมดูถูก ราวกับกำลังประเมินว่าจิตแพทย์สาวคนนี้เป็น ‘ภาระ’ มากกว่า ‘ผู้ช่วย’ ในคดี
“ถ้าฉันไม่ก้าวเข้ามาตรวจสภาพจิตใจของพยานที่กำลังจะสติหลุดอยู่ในห้องถัดไป สารวัตรคงต้องแบกศพเพิ่มอีกศพ เพราะความไร้มนุษยธรรมในการทำงานของคุณแน่ๆ ค่ะ” พราวตะวันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มจ้องสู้กลับอย่างไม่เกรงกลัว
คณินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาผละตัวออกจากวงกบประตู ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวเธอจนคนตัวเล็กต้องเงยหน้าขึ้นมอง ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนกับปกเสื้อเชิ้ตของเขา กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดของผู้ชายอันตรายลอยเข้าแตะจมูกจนพราวตะวันต้องแอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจที่ทรยศ
“จิตแพทย์เหรอ... ผมเห็นพวกหมอโลกสวยชอบเข้ามาพังหลักฐานในที่เกิดเหตุด้วยความ ‘หวังดี’ แบบนี้มานักต่อนักแล้ว” คณินโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดจนผิวแก้มรู้สึกถึงไออุ่น “ถ้าพยานของผมสติแตกจนให้การอะไรไม่ได้... คนแรกที่จะโดนผมสอบสวนจนหมดเปลือก ก็คือคุณนั่นแหละ หมอพราวตะวัน”
พราวตะวันเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจกระหน่ำเต้นโครมครามไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธและ... แรงดึงดูดประหลาดที่พยายามปฏิเสธแต่ก็ปฏิเสธไม่ลง เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นท้าทาย
“เชิญสอบสวนได้ตามสบายเลยค่ะ สารวัตร... แต่ก่อนจะสงสัยคนอื่น ช่วยใช้สมองอันปราดเปรื่องของคุณคิดดูก่อนดีกว่า ว่าทำไมรอยรัดบนคอของเหยื่อถึงไม่มีร่องรอยการดิ้นรน ทั้งที่มือยังกำแจกันราคาแพงแน่นขนาดนั้น”
คำพูดของเธอทำให้นัยน์ตาคมกริบของคณินหรี่แคบลงทันที รังสีความเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายความสนอกสนใจที่วาบผ่านอย่างรวดเร็ว เขามองเธอนิ่งนานราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาดตัวจิ๋วที่บังaอาจมาต่อปากต่อคำกับเสือร้าย
ก่อนที่คณินจะได้ทันเอάปากตอบโต้ เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงหอบหายใจของนายตำรวจชั้นประทวนก็ดังแทรกขึ้นมาจากโถงทางเดินด้านนอก
“สารวัตรครับ! แย่แล้วครับ... ภาพจากกล้องวงจรปิดรอบคฤหาสน์เมื่อคืนนี้ ถูกกู้ข้อมูลขึ้นมาได้แล้วครับ และ... และคนสุดท้ายที่เดินออกจากห้องนี้ ก่อนเวลาตายของเหยื่อ 5 นาที คือ...”
นายตำรวจหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สีหน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี
“คือใคร?” คณินถามเสียงต่ำ ตวัดสายตาดุดันกลับไปมองลูกน้อง
“คือ... คือคุณพราวตะวันครับ!”
บรรยากาศในห้องโถงเย็นเฉียบลงในพริบตา พราวตะวันชะงักกкаก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่คณินหันขวับกลับมามองหน้าเธออีกครั้ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแววตาดุร้ายราวกับสัตว์ป่าจ้องเหยื่อถูกจุดประกายขึ้นช้าๆ
“ว่าไงครับ... หมอพราวตะวัน” คณินโน้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มเนียนอย่างคุกคาม “ยังจะปากเก่งปฏิเสธอีกไหม... ว่าคุณไม่เกี่ยวกับศพนี้?”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปกับปริศนานี้ด้วยกันนะคะ
กับดักเงาซ่อนปมปริศนา•ตอนที่ 1
เงาแรกในที่เกิดเหตุ
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักเงาซ่อนปมปริศนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
