“เอ่อ... ผม... ผมเข้ามารบกวนเวลาส่วนตัว... หรือเวลาสอบสวนกันแน่ครับเนี่ย?”
ประโยคยียวนกวนประสาทนั้นยังลอยเคว้งคว้างอยู่ในความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว ทว่าสายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวล่าเหยื่อของสารวัตรคณินกลับไม่ได้บ่งบอกเลยสักนิดว่าเขากำลังเล่นสนุก ผู้ชายคนนี้สวมสูทเข้ารูปเนี๊ยบกริบ ทว่าเม็ดกระดุมเม็ดบนถูกปลดออกอย่างไร้ระเบียบเล็กน้อยตามประสาคนทำงานหามรุ่งหามค่ำ กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงลอยวนอยู่ในอากาศแคบๆ นี้ ทำให้พราวตะวันเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
จิตแพทย์สาวเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี เรียวปากเคลือบลิปสติกสีแดงกุหลาบยกยิ้มเยาะเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนจังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะในอก เธอกวาดตามองคนตัวสูงกว่าที่จงใจก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของเธอจนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ
“ถ้าสารวัตรว่างมากจนไม่มีคดีไหนให้ทำ จนต้องมาเดินตามจับผิดฉันในห้องตรวจส่วนตัว ฉันแนะนำให้ไปหาจิตแพทย์ค่ะ... อ้อ ลืมไป ฉันนี่แหละจิตแพทย์ แต่อาจจะต้องคิดค่าปรึกษาเรตพิเศษสำหรับคนไข้ที่อาการหนักระดับสารวัตรนะคะ”
พราวตะวันตอกกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม เธอไม่มีวันแสดงความอ่อนแอให้ผู้ชายเจ้าเล่ห์คนนี้เห็นเป็นอันขาด แม้ว่าแผ่นหลังของเธอจะชนเข้ากับชั้นหนังสือบิวต์อินจนไร้ทางถอยแล้วก็ตาม คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านยาก—มันทั้งดุดัน คุกคาม และ... ปรารถนาอย่างน่ากลัว
“ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะหมอ” คณินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนเธอต้องเอียงคอหนี ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดผ่านข้างแก้มทำให้ขนอ่อนลุกชัน “แต่ระวังเถอะ ปากดีๆ แบบนี้... เดี๋ยวจะได้ใช้มันทำอย่างอื่นแทนการเถียงผม”
“สารวัตร!” พราวตะวันตวัดสายตาคมกริบใส่ทันที แก้มเนียนนวลซับสีเรื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ด้วยความโกรธปนความกระดากอายที่พุ่งพล่าน “ถอยไปนะคะ ไม่งั้นฉันจะข้อหาอนาจารและบุกรุก”
“เชิญแจ้งความได้ตามสบายครับหมอ แต่ก่อนจะถึงโรงพัก...” คณินหรี่ตาลง น้ำเสียงทุ้มต่ำเปลี่ยนเป็นจริงจังและเย็นเยียบขึ้นในเสี้ยววินาที “ช่วยอธิบายหน่อยสิครับ ว่าห้องลับหลังชั้นหนังสือบิลต์อินนี่... มันมีไว้รักษาคนไข้ หรือเอาไว้ซ่อนความลับอะไรที่หมอไม่อยากให้ตำรวจรู้อยกันแน่?”
ฉับพลันบรรยากาศรอบตัวก็ดิ่งวูบลงราวกับอุณหภูมิลดฮวบ พราวตะวันชะביกไปวบหนึ่ง ดวงตาคู่สวยไหววับด้วยความตกใจที่ถูกจับพิรุธได้เร็วกว่าที่คาดไว้ มือเรียวที่ไขว้ไว้ด้านหลังกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ห้องลับที่เธอซ่อนไว้ด้วยรหัสผ่านซับซ้อน พื้นที่ต้องห้ามที่แม้แต่พนักงานทำความสะอาดก็ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามา... เขารู้ได้อย่างไร?
“ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดถึงอะไร...”
“อย่าเสียเวลาโกหกเลยครับหมอ” คณินขยับตัวเข้าประชิดยิ่งขึ้น ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งทาบลงบนชั้นหนังสือเหนือหัวเธอ เป็นการกักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนกลายๆ สัมผัสจากตัวเขาร้อนผ่าวทะลุเนื้อผ้าสูทออกมา แผ่ซ่านความตึงเครียดเข้ามาในอกของเธอ “รอยนิ้วมือบนแป้นพิมพ์รหัสข้างชั้นหนังสือมันสึกหรอผิดปกติ และที่สำคัญ... กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินมันลอดออกมาตามรอยต่อไม้ ถ้าหมอคิดว่าผมเป็นแค่ตำรวจกระจอกงอกง่อยที่ดูไม่ออกล่ะก็... หมอประเมินผมต่ำเกินไปแล้ว”
พราวตะวันเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มคู่นั้น เธอรู้ดีว่าการเถียงต่อมีแต่จะทำให้เธอเสียเปรียบ ผู้ชายคนนี้ฉลาดเป็นกรดและดุดันยิ่งกว่าสุนัขป่า เขาไม่ยอมปล่อยเหยื่อหลุดมือแน่หากยังไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจ
“ก็ได้ค่ะ...” น้ำเสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อย แต่แววตายังคงดื้อรั้น “ถ้าอยากเห็นนัก... ก็เชิญค่ะ สารวัตรคณิน”
นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปกดแป้นตัวเลขบนผนังไม้ซ้ำๆ ด้วยรหัสลับหหลัก โครงสร้างตู้หนังสือขนาดมหึมาส่งเสียงกลไกเฟืองโลหะขบกันดังคลิKเบาๆ ก่อนที่บานประตูไม้จะเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นความมืดมิดเบื้องหลัง และกลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นอายความเก่าแก่ก็พวยพุ่งออกมาปะทะใบหน้าทันที
ความหนաբึงตึงของบรรยากาศภายในห้องลับชวนให้ขนลุกซู่ราวกับอุณหภูมิลดลงหลายองศาเซลเซียสในพริบตา แสงไฟนีออนสลัวๆ จากด้านนอกสาดส่องเข้าไปได้เพียงเสี้ยวเดียว เผยให้เห็นโครงสร้างภายในที่แคบและลึกราวกับอุโมงค์มรณะ ฝุ่นละอองลอยวนอยู่ตามลำแสงที่ลอดผ่านเข้าไป
คณินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหันมามองคนข้างกายที่ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าสวยหวานนั้นซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความหวาดระแวงที่ซ่อนอยู่ใต้ความนิ่งเงียบ
“มืดชะมัด” คณินพึมพำเบาๆ ก่อนจะควักสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดไฟฉาย แสงสว่างจ้าสาดส่องกวาดไปทั่วห้องแคบๆ นั้น และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้ลมหายใจของนายตำรวจหนุ่มสะดุดกึก
กลางห้องลับมีวัตถุชิ้นหนึ่งถูกคลุมด้วยผ้าแพรสีดำผืนใหญ่ รูปร่างของมันยาวรีและสูงเกือบเท่าตัวคน และเมื่อคณินก้าวเท้าเข้าไปใกล้เพื่อจะดึงผ้าคลุมออก พราวตะวันก็พุ่งเข้ามาคว้าแขนเขาไว้แน่น แรงบีบที่ปลายนิ้วสั่นเทาเล็กน้อยฟ้องชัดว่าเธอกลัวแค่ไหน
“อย่า... อย่าเปิดนะคะ สารวัตร” เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครืออย่างปิดไม่มิด
คณินชะงัก เขาก้มมองมือเรียวที่จิกเกร็งอยู่บนแขนเสื้อของตน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว แววตาเยาะหยันเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยที่ฉายชัดอย่างไม่ปิดบัง เขาใช้มืออีกข้างทาบทับลงบนมือของเธอ สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือเขาแผ่ซ่านความมั่นคงมาให้เธออย่างประหลาด
“กลัวอะไรครับหมอ?” เสียงของเขาอ่อนลง นุ่มนวลขึ้นจนน่าใจหาย “มีผมอยู่ทั้งคน... ไม่มีอะไรต้องกลัวหรอก”
คำพูดเรียบง่ายแต่มั่นหนักนั้นทำเอาพราวตะวันเกือบลืมหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงนาฬิกา ความใกล้ชิดในพื้นที่แคบและมืดสนิททำให้กลิ่นกายหอมสะอาดของเขาโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว สบตากันในระยะประชิดจนแทบจะนับจำนวนแพขนตาได้
ในจังหวะที่คณินกำลังจะเอื้อมมือไปดึงผ้าคลุมสีดำออกเพื่อเปิดเผยความจริงทั้งหมดนั่นเอง—
*กริ๊ก! เสียงล็อกประตูด้านนอกดังขึ้นสะท้อนก้องห้องทำงานส่วนตัว*
ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่เดินเข้ามาอย่างไร้การเคาะประตู และเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบที่ตะโกนก้องเข้ามาจากด้านนอก ทำให้เลือดในกายของพราวตะวันและคณินเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที
“สารวัตรคณินครับ! คุณผู้บัญชาการสั่งให้ควบคุมตัวหมอพราวตะวันข้อหาสมรู้ร่วมคิดในคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง... ตอนนี้สารวัตรถูกปลดจากการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวแล้วครับ!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปในความมืดมิดของจิตใจมนุษย์ด้วยกันนะคะ
กับดักเงาซ่อนปมปริศนา•ตอนที่ 3
คำเตือนจากกระจกบานนั้น
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักเงาซ่อนปมปริศนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
