อาคมอำพรางกับคนช่างสงสัย•ตอนที่ 15

สัมผัสอันตราย

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นควันธูปอบเชยและกลิ่นอายอับชื้นของห้องเก็บของใต้ดิน อาคารคณะโบราณคดีในยามวิกาล คล้ายจะหนาแน่นจนแทบกลายเป็นของเหลวที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเรา ศิลาไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างออกจากกรอบประตู เขายืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือย ปล่อยให้ความมืดสลัวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่กะพริบติดๆ ดับๆ อาบไล้โครงหน้าคมสันที่เรียบนิ่งราวกับรูปสลักหินอ่อน มีเพียงนัยน์ตาคู่คมเท่านั้นที่กำลังจดจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยประกายระอุ "คุณกำลังเล่นกับไฟ รินรดา" น้ำเสียงนุ่มทุ้มราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบยาพิษเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาเธอทีละก้าว ระยะห่างระหว่างเราถูกลดทอนลงเหลือเพียงแค่เอื้อมมือ ทว่าแรงกดดันมหาศาลกลับพุ่งทะยานสูงขึ้นจนอากาศรอบกายแทบเจือจาง รินรดาไม่ถอยหลังหนี เธอเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ดวงตากลมโตคู่นั้นวาววับด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นผสมผสานกับแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ใต้สำนึก เธอกำแฟ้มคดีอาคมในมือแน่นจนกระดาษยับย่น "ไฟงั้นเหรอคะ... หรือว่าคุณกลัวกันแน่ อาจารย์ศิลา" เธอสวนกลับ เสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยด้วยความโกรธ "กลัวว่าถ้าฉันสาวไปถึงตัวการใหญ่ ความลับสกปรกที่คุณพยายามปกป้องมันไว้ภายใต้หน้ากาก 'ไสยเวทสายขาว' จอมปลอมนี่ มันจะพังทลายลงมา" ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข มีเพียงความเย้ยหยันและรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเซ็กซี่อันตราย เขาหยุดยืนประชิดตัวเธอ กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับกลิ่นอายของควันธูปและกระดาษเก่าๆ จากตัวเขาโชยเข้าจมูกเธอ รินรดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของชายหนุ่ม มือใหญ่ของศิลาเอื้อมออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนคางอิ่มของเธออย่างถือวิสาสะ บังคับให้เธองยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ สัมผัสแผ่วเบานั้นสร้างความสั่นสะท้านแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลังของหญิงสาวจนเธอต้องกลั้นหายใจ "คุณเป็นคนดื้อรั้น... และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด" ศคโนโล้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมใบหูของเธอ เสียงกระซิบนั้นต่ำพร่าจนน่าขนลุก "คุณคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมสืบสวน แต่คุณไม่รู้เลยว่าวิชาอาคมที่คุณกำลังขุดคุ้ย มันกำลังกัดกินจิตวิญญาณของคุณทีละน้อย... และผม... ก็ไม่อยากเห็นคุณกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป" "ปล่อยฉัน..." รินรดาพยายามเบือนหน้าหนี แต่ปลายนิ้วที่ตรึงคางเธอไว้นั้นมั่นคงราวกับคีมเหล็ก ทว่าเธอกลับไม่ได้ใช้มือปัดป้อง เขากลับปล่อยให้ความใกล้ชิดนี้ทำลายเกราะป้องกันของตนเอง หัวใจของเธอกำลังเต้นระรัวราวกับกลองเพล แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเสียจนความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดทางอารมณ์ที่ซับซ้อนและเร่าร้อน "ทำไมล่ะครับ รินรดา" ศิลาจ้องมองริมฝีปากที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจของเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความลุ่มหลงชั่วขณะ "ปากของคุณบอกให้ผมถอย แต่ดวงตาของคุณ... กำลังร้องขอให้ผมทำมากกว่านี้" เพี้ยะ! ฝ่ามือบางฟาดลงบนแก้วสากของชายหนุ่มเต็มแรง เสียงเนื้อกระทบกันดังสะท้อนก้องห้องใต้ดินอันเงียบสงบ ศิลาไม่ได้หลบเลี่ยง ปล่อยให้ใบหน้าของเขาหันไปตามแรงอารมณ์ รอยแดงปรากฏเด่นชัดบนผิวขาว แต่เขากลับค่อยๆ หันกลับมามองเธอด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เจือแววเย้ยหยันระคนท้าทายยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคู่นั้นมืดสนิทราวกับก้นบึงของมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง "รุนแรงใช้ได้นี่ครับ..." ศิลาเอ่ยเสียงพร่า มือข้างเดิมเลื่อนจากคางของเธอลูบไล้ขึ้นไปตามแนวเส้นผม นวดคลึงที่ท้ายทอยของเธออย่างถือสิทธิ์ ความนุ่มนวลที่แฝงไว้ด้วยความคุกคามทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ ขาของเธอแทบไร้เรี่ยวแรงจะยืนหยัด "คุณมันบ้า..." เธอหายใจหอบกระชั้น หน้าอกอิ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจที่ขาดห้วง ระยะห่างที่แนบชิดทำให้เธอรับรู้ได้ถึงแผงอกกว้างและจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่แพ้กันของเขา "ใช่... ผมมันบ้าที่ยอมปล่อยให้ผู้หญิงหัวรั้นอย่างคุณเข้ามาปั่นป่วนชีวิตที่ถูกจัดระเบียบไว้อย่างดีของผม" ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากของเขาสัมผัสกับพวงแก้มเนียนแผ่วเบา "แต่คุณจำไว้นะครับ... ทุกก้าวที่คุณเดินเข้ามาในอาคมนี้ ไม่มีทางที่คุณจะเดินออกไปได้โดยไม่ทิ้งอะไรไว้เบื้องหลัง" ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยคำโต้แย้งใดๆ ริมฝีปากอุ่นร้อนของเขาก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดของเธออย่างอุกอาจและเร่าร้อน การจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยนโรแมนติก แต่มันคือการลงทัณฑ์ การครอบครอง และการประกาศสงครามทางจิตวิทยาที่ไร้ซึ่งทางถอย รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลน ชั่วขณะหนึ่งเธอพยายามทุบตีอกเขาเพื่อประท้วง แต่ปลายนิ้วที่แข็งแกร่งของศิลาที่กดท้ายทอยเธอไว้กลับบังคับองศาให้เธอยอมรับรสสัมผัสอันดุดันนั้นอย่างจำยอม ความโกรธ ความกลัว และความปรารถนาอันมืดมนหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในความเงียบงันของห้องใต้ดิน รินรดาปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในห้วงเสน่หาอันตรายนี้ มือเรียวที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ยอมจำนนต่อแรงดึงดูดที่รุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังระอุถึงขีดสุด เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นทำลายภวังค์ *แกร๊ก...* เสียงโลหะกระทบกันแผ่วเบาจากมุมมืดสุดของห้องเก็บของ—มุมที่ควรจะมีเพียงลังกระดาษเปล่าและหุ่นจำลองโครงกระดูกโบราณ ศิลาผละริมฝีปากออกอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณความเป็นมืออาชีพพุ่งพล่าน ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความระแวดระวังในเสี้ยววินาที เขาดึงรินรดามาหลบไว้ด้านหลังลำตัวด้วยมือข้างเดียว พร้อมกับชักกริชโบราณอาคมที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อสูทออกมาถือกระชับมั่น สายตาดุดันกวาดมองไปในความมืดสลัว "ใครอยู่ตรงนั้น" ศิลาตะโกนถาม เสียงก้องกังวานทรงอำนาจ ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ก่อนที่เงาร่างหนึ่งจะค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดของกองลังกระดาษ แสงไฟฟลูออเรสเซนต์กะพริบติดๆ ดับๆ เผยให้เห็นใบหน้าของผู้มาเยือน รินรดาที่แอบมองผ่านไหล่ของศิลาถึงกับหายใจสะดุด หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็น **สารวัตรวิกรม** นายตำรวจผู้รับผิดชอบคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ควรจะอยู่ที่สถานีตำรวจในเวลานี้ ทว่าในมือของสารวัตรหนุ่มกลับถือสมุดบันทึกสีดำเล่มเดียวกันกับที่เหยื่อรายล่าสุดถือไว้ก่อนตาย และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ รอยยิ้มบิดเบี้ยวที่มุมปากของเขา—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยรอยสักอักขระโบราณสีดำสนิทที่กำลังเรืองแสงจางๆ ใต้ผิวหนังตรงลำคอ "อาจารย์ศิลา... และคุณรินรดา" สารวัตรวิกรมเอ่ยด้วยเสียงที่แหบพร่าผิดปกติ ราวกับไม่ใช่เสียงของคนๆ เดิม "พวกคุณมาช้าไปหน่อยนะครับ... พิธีเปิดประตู บัดนี้... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความลับอันมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ — อรุณมนตราขาว
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนช่างสงสัย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%