นิติเวชเลือดเย็นกับฆาตกรที่ไร้รอยนิ้วมือ•ตอนที่ 4

ทฤษฎีคนนอกกฎหมาย

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นอับชื้นของน้ำยาฟอร์มาลินและคราบเลือดที่ฝังรากลึกอยู่ตามร่องกระเบื้องของห้องชันสูตรศพ ไม่เคยเป็นมิตรกับใคร แต่มันคือบ้านหลังเดียวที่ธันวาไว้วางใจ แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสาดส่องลงบนร่างไร้วิญญาณบนเตียงสแตนเลส ร่างนั้นเคยเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของกองปราบปราม ก่อนจะกลายเป็นชิ้นส่วนปริศนาในคดีที่ตำรวจทั้งกรมกำลังควานหาตัวฆาตกร "คุณกำลังบอกว่า รอยกรีดนี้ไม่ได้มาจากฝีมือของคนโกรธแค้นสติหลุด แต่มาจากมือของคนที่รู้ว่ากล้องวงจรปิดของกรมตำรวจมุมไหนบ้างที่บอดสนิทงั้นหรือ?" เสียงของ ร.ต.อ. ศิลา ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขายืนกอดอกพิงกรอบประตู ดวงตาคมกริบจ้องมองแพทย์นิติเวชหนุ่มผู้กำลังใช้คีมปลายแหลมคีบเส้นใยสังเคราะห์ชิ้นเล็กๆ ออกมาจากใต้เล็บของศพ ท่าทางของธันวายังคงนิ่งสนิท ราวกับเขากำลังผ่าตัดตุ๊กตา ไม่ใช่ศพมนุษย์ ธันวาไม่เงยหน้าขึ้นมอง เขายังคงง่วนอยู่กับงานตรงหน้า "ความโกรธแค้นทำให้คนเราทำเรื่องโง่ๆ ได้สารพัดศิลา แต่ความประณีตระดับที่เลาะเอากล่องบันทึกข้อมูลกล้องวงจรปิดในห้องเซิร์ฟเวอร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปได้โดยไม่มีร่องقรอยการงัดแงะ... นั่นไม่ใช่เรื่องของอารมณ์ แต่มันคือเรื่องของ 'สิทธิ์การเข้าถึง'" ศิลาขยับตัวเดินเข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตร รอยย่นที่หว่างคิ้วบอกชัดว่าเขาไม่สบอารมณ์กับข้อสมมติฐานนั้น "อย่ามาปรักปรำคนในเครื่องแบบด้วยตรรกะป่วยๆ ของคุณนะ ธันวา ระบบรักษาความปลอดภัยของเราแน่นหนาพอที่จะ..." "แน่นหนาจนแม้แต่คีย์การ์ดระดับผู้กำกับการยังต้องสแกนสองรอบ แต่ศพคนนี้... กลับมีรหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบสูงสุดบันทึกไว้ในสมองกลมือถือที่ถูกลบเกลี้ยง" ธันวาเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นโลหะจ้องมองตำรวจหนุ่มนิ่งสนิท ราวกับกำลังผ่าตัดความคิดของอีกฝ่ายบนโต๊ะนี้ด้วย "คุณคิดว่าโจรข้างถนนที่ไหน จะรู้รหัสผ่านศูนย์กลางระบบปฏิบัติการของกรมตำรวจล่ะครับ ผู้กอง?" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องชันสูตรอีกครั้ง ชั่วขณะหนึ่ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศที่ทำงานแข่งกับความตึงเครียดระหว่างคนทั้งสอง ศิลากัดกรามแน่น ขากรรไกรของนายตำรวจหนุ่มขยับนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ดีว่าธันวาไม่ใช่คนที่จะพูดจาเพ้อเจ้ออย่างไร้หลักฐาน ทุกคำที่แพทย์นิติเวชคนนี้เอ่ยออกมา มักมีน้ำหนักทางนิติวิทยาศาสตร์ค้ำจุนเสมอ "คุณกำลังจะบอกว่า... ฆาตกรใส่เครื่องแบบเดียวกับผม?" ศิลาเค้นเสียงถามทีละคำ ราวกับประโยคนั้นมีน้ำหนักนับร้อยกิโลกรัมที่กดทับลงบนบ่า "ผมไม่ได้บอกว่าเขาใส่... ผมกำลังบอกว่า 'เขาคือนักสืบ' ต่างหากละครับ" ธันวาถอดถุงมือยางสีขาวออกทีละข้าง เสียงดีดของยางที่กระทบกับข้อมือดังชัดเจนในความเงียบ "ลองคิดตามผมดูสิครับศิลา ทำไมฆาตกรถึงรู้ล่วงหน้าว่าเหยื่อกำลังจะเก็บหลักฐานชิ้นสำคัญ? ทำไมทุกสถานที่เกิดเหตุถึงสะอาดเอี่ยม ปราศจากรอยนิ้วมือและดีเอ็นเอแปลกปลอม? ไม่ใช่เพราะพวกมันเก่งกาจมาจากไหน... แต่เป็นเพราะพวกมันรู้ดีว่า 'ขั้นตอนการเก็บหลักฐานของนิติเวช' ทำงานอย่างไร และจะหลบเลี่ยงมันได้อย่างไร" ศิลาสูดหายใจเข้าลึก มือหนาเอื้อมไปหยิบแฟ้มคดีบนโต๊ะขึ้นมาพลิกดูด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความจริงข้อนี้ช่างน่าสะพรึงกลัว หากองค์กรที่พวกเขาสังกัดอยู่ ถูกกัดกินจากภายในโดยคนที่สวมตราผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แล้วประชาชนจะฝากความหวังไว้ที่ใคร? "ถ้าสมมติฐานของคุณเป็นจริง..." ศิลาเงยหน้าขึ้น มองสบตาธันวาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความโกรธเคืองอีกต่อไป แต่เป็นความมืดมนที่ลึกล้ำกว่าเดิม "แปลว่าเรากำลังไล่ล่าเงาของตัวเองในห้องมืด... และใครก็ตามที่เรากำลังร่วมงานด้วยในกองสืบสวนตอนนี้ อาจจะเป็นคนที่ยืนถือมีดอยู่ข้างหลังเรา" "ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความจริงครับ ผู้กอง" ธันวาตอบเสียงเรียบ ใบหน้าไร้รอยยิ้มสิ้นเชิง "โลกที่ความยุติธรรมไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์สวยหรู แต่ด้วยผลประโยชน์และการปกปิดความเน่าเฟะของคนในบ้านหลังเดียวกัน" ก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยปากโต้แย้ง เสียงเคาะประตูก็จسดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องชันสูตรจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้หมวดสาวลูกน้องคนสนิทของศิลา สีหน้าของเธอซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับ แม้แต่ลมหายใจยังหอบกระชั้น "ผู้กองคะ... เกิดเรื่องแล้วค่ะ" เธอกล่าวละล่ำละลัก พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น "ฝ่ายไอทีเพิ่งกู้ไฟล์วิดีโอจากกล้องวงจรปิดรอบนอกอาคารสำนักงานเมื่อคืนนี้ได้... และ... และเราพบว่า..." ศิลาขมวดคิ้ว "พบอะไร พูดให้มันเคลียร์สิผู้หมวด" ผู้หมวดสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะหันมามองหน้าธันวาก่อนจะหันกลับมามองศิลาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "เราพบรถยนต์คันที่ใช้ขนย้ายศพ... วิ่งออกมาจากลานจอดรถชั้นใต้ดินของอาคารเราเองค่ะ... และคนที่นั่งอยู่ในเบาะคนขับตอนตีสองสิบห้านาทีนั้น..." เธอหยุดหายใจไปชั่วขณะ ราวกับไม่กล้าเอ่ยชื่อนั้นออกมา "...คือสารวัตรวินิจ หัวหน้าชุดสืบสวนพิเศษที่เราเพิ่งประชุมคดีร่วมกันเมื่อเช้านี้เองค่ะ" ธันวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มคมกริบหันขวับไปมองหน้าศิลาทันที ขณะที่นายตำรวจหนุ่มยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - พยานปากเอก
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเลือดเย็นกับฆาตกรที่ไร้รอยนิ้วมือ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%