กลิ่นหอมเย็นของกำยานผลึกมังกรลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่าสำหรับฉินมู่หลานแล้ว บรรยากาศภายในห้องหนังสือส่วนตัวกลับหนתาวเหน็บเสียยิ่งกว่ายืนอยู่บนยอดเขาน้ำแข็งในช่วงเหมันต์ฤดู
"แม่นางฉิน... ท่านแน่ใจแล้วหรือกับการเดิมพันครั้งนี้?"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความกังวลระคนระมัดระวังดังขึ้นจากไป๋ซู ผู้ช่วยคนสนิทที่ยืนประสานมืออยู่เบื้องล่าง โคมไฟกระดาษทาน้ำมันวาดลวดลายกิ่งเหมยสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลัก ฉินมู่หลานในชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นเงินลายเมฆมงคลมิได้ขยับกาย นางยังคงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดง สายตาทอดมองรอยเปื้อนสีชาบนกระดาษสาแผ่นบางที่เพิ่งถูกเผาไหม้จนเกือบหมดสิ้น
ความเจ็บปวด... ไม่ใช่สิ่งน่ากลัวสำหรับนาง
นับแต่คืนที่ตระกูลฉินต้องมอดไหม้ลงพร้อมกับเปลวเพลิงแห่งความอยุติธรรม หัวใจของนางก็ด้านชาต่อความเจ็บปวดทางกายไปนานแล้ว ทว่าความเจ็บปวดที่เกิดจากการเห็นคนรอบข้างต้องมารับเคราะห์แทนตนต่างหาก คือสิ่งที่นางไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง
"ไป๋ซู" มู่หลานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดซ่อนในฝัก "รอยแผลที่ข้อมือของเจ้าจากคราวก่อน หายดีแล้วหรือยัง?"
ไป๋ซูชะงักไปเล็กน้อย รีบเก็บมือซ้ายที่สวมปลอกแขนหนาเข้ามาแนบลำตัว "เป็นความไร้ความสามารถของผู้น้อยเองที่ปกป้องคุณหนูไม่ดีพอ..."
"ไม่ใช่ความผิดของเจ้า" นางตัดบท แววตาคู่คมกริบดุจหงส์ตวัดขึ้นมองผู้ใต้บังคับบัญชา "แต่เป็นเพราะข้า... อ่อนข้อให้พวกมันมากเกินไป ความเมตตาในหมู่พยัคฆ์ คือความโง่เขลาที่จะนำพาความตายมาสู่ฝูงแกะ ข้าลากพวกเจ้าเข้ามาพัวพันในวังวนแห่งเลือดนี้เอง ดังนั้น... หากจะมีใครสักคนที่ต้องแหลกสลักคากลยุทธ์ คนผู้นั้นต้องไม่ใช่คนของข้า"
ภาพเหตุการณ์เมื่อยามบ่ายยังคงชัดเจนในความทรงจำ องค์ชายรองผู้เจ้าเล่ห์ส่งจดหมายขู่พร้อมยาพิษไร้สีไร้กลิ่นมายังเรือนพัก เพื่อบีบบังคับให้นางยอมจำนนต่อข้อเสนอทางการเมือง หากนางเลือกที่จะหลบเลี่ยงหรือใช้คนอื่นเป็นโล่กำบัง เช่นที่คนตระกูลใหญ่ในราชสำนักมักทำกัน ความปลอดภัยย่อมอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม แต่มู่หลานกลับเลือกที่จะก้าวเข้าไปรับคมดาบนั้นด้วยตนเอง
ตระกูลฉินพินาศเพราะความประมาทเลินเล่อ ชาตินี้... นางจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยกับผู้บริสุทธิ์รอบกายอีกแม้แต่คนเดียว
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่เงียบเชียบดังขึ้นที่นอกประตูก่อนที่บานประตูไม้แกะสลักจะถูกผลักออกอย่างแผ่วเบา ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมยาวสีดำสนิทปักลายพญาเหยี่ยวเงินด้วยด้ายไหมชั้นดีก้าวเข้ามา ไอเย็นจากยามราตรีภายนอกราวกับถูกกวาดต้อนเข้ามาด้วยการปรากฏตัวของ 'เซียวเหยียนเจ๋อ' ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้าย
ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของเขาชำเลืองมองถ้วยยาพิษบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าอันงดงามแต่ซีดเซียวของสตรีตรงหน้า
"เจ้าช่างกล้าหาญเสียจริง..." น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้แม้แต่ไป๋ซูก็ยังต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว เซียวเหยียนเจ๋อสาวเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นอายสนธยาและกลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กจากสนามรบโชยปะทะนาสิก "รู้ทั้งรู้ว่าองค์ชายรองวางตาข่ายรออยู่เบื้องหน้า แต่เจ้ากลับเดินเข้าไปติดกับดักของมันด้วยความเต็มใจ... ฉินมู่หลาน สมองอันปราดเปรื่องของเจ้าเลอะเลือนไปตั้งแต่เมื่อใดกัน?"
มู่หลานมิได้หวาดกลัวต่อรัศมีคุกคามนั้น นางเงยหน้าขึ้นสบตากับท่านอ๋องอย่างไม่หลบเลี่ยง มุมปากหยักยิ้มบางเบาคล้ายเย้ยหยันทั้งตนเองและโลกหล้า
"หม่อมฉันไม่ได้เลอะเลือนเพค่ะท่านอ๋อง" นางเอ่ยตอบ น้ำเสียงมั่นคงและราบเรียบ "เพียงแต่ตระหนักดีว่า หากไม่ยอมเจ็บตัววันนี้ เพื่อก้าวข้ามขวากหนามที่พวกมันวางไว้ วันหน้า... คนที่จะต้องหลั่งเลือดอาจไม่ใช่แค่ไป๋ซู แต่อาจเป็นกองกำลังทั้งหมดที่พระองค์และหม่อมฉันร่วมกันสร้างขึ้นมา"
เซียวเหยียนเจ๋อหรี่ตาลงเล็กน้อย สันจมูกโด่งเป็นสันนูนรับกับกรอบหน้าคมคาย เขาโน้มตัวลงมาใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางสตรีตรงหน้าขึ้นเบาๆ สัมผัสจากปลอกนิ้วหยกเย็นเยียบตัดกับอุณหภูมิร้อนผ่าวของหัวใจที่กำลังเต้นเร่าอยู่ภายใต้รอกอก
"เจ้ากลัวข้าจะเจ็บปวดหรือ... หรือกลัวว่าแผนการของเจ้าจะพังทลายกันแน่" เขากระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงเจือความเย้าหยวนระคนความขมขื่นลึกล้ำ
"หม่อมฉันไม่เคยกลัวความตายเพค่ะท่านอ๋อง" มู่หลานตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาดั่งหงส์ส่องประกายวาววับราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด "แต่หม่อมฉันเกลียด... เกลียดความรู้สึกที่ต้องยืนมองคนรอบข้างล้มลงทีละคนโดยที่ตนเองทำได้เพียงกอดตำราพิชัยสงครามไว้แน่น ความเจ็บปวดจากการสูญเสีย สอนให้หม่อมฉันรู้ว่า บางครั้ง... การเป็นฝ่ายยื่นมือเข้าไปรับคมดาบเสียเอง คือหนทางเดียวที่จะปกป้องคนที่เรารักไว้ได้"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องหนังสือชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาของเปลวไฟในตะเกียงที่ยังคงลุกโชน เซียวเหยียนเจ๋อจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น เขารู้ดีว่าเบื้องหลังความแข็งแกร่งและสติปัญญาที่เฉียบคมราวกับปีศาจ ซ่อนร่องรอยของบาดแผลที่ไม่มีวันสมานตัวอยู่
ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้ายถอนหายใจออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกที่แววตาดุดันนั้นเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนล้ำลึกที่หาดูได้ยากยิ่ง นิ้วมือที่เคยชี้ขาดความเป็นความตายของผู้คนในกองทัพ ค่อยๆ เลื่อนมาเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของนางอย่างทะนุถนอม
"เจ้ามันดื้อรั้น... และโง่เขลากว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก มู่หลาน" เขาเอ่ยเสียงพร่า "แต่ก็นั่นแหละ... หากเจ้าไม่เป็นเช่นนี้ เจ้าก็คงไม่ใช่ฉินมู่หลานที่ทำให้หัวใจของอ๋องผู้ไร้หัวใจผู้นี้ต้องสั่นคลอน"
มู่หลานนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยด้านชากลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงภายใต้อ้อมกอดทางสายตาที่มั่นคงดั่งหินผานี้ นางรู้ดีว่าในเส้นทางล้างแค้นอันโดดเดี่ยวนี้ นางไม่ได้เดินอยู่เพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังอบอวลไปด้วยความผูกพันอันลึกซึ้ง เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับห่าฝนก็ดังขึ้นจากทางระเบียงด้านนอก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูดังรัวและเสียงตะโกanขององครักษ์ประจำตัวที่หน้าห้อง
"ท่านอ๋อง! คุณหนูฉิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวเหยียนเจ๋อชักมือกลับทันที รัศมีอำนาจและแววตาดุร้ายดั่งพญาเหยี่ยวกลับคืนสู่ร่างในเสี้ยววินาที มู่หลานสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเยือกเย็นดังเดิม นางส่งสัญญาณให้ไป๋ซูไปเปิดประตู
ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแรง องครักษ์ในชุดเกราะชุ่มโชกไปด้วยหยาดฝนและคราบเหงื่อทรุกตัวลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด
"มีราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... ประกาศปลดขุนนางคลังและกักบริเวณกองกำลังลับของท่านอ๋องทั้งหมดด้วยข้อหาสมคบคิดกับกบฏ! และ... และตอนนี้กองกำลังราชองครักษ์หลวงกำลังเคลื่อนพลปิดล้อมจวนกุนซือฉินแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
มู่หลานเบิกตากว้างเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปากทันที นางหันกลับไปสบตากับเซียวเหยียนเจ๋อที่กำลังแย้มสร้อยยิ้มเย้ยหยันออกมาเช่นกัน
เกมกระดานนี้... องค์ชายรองไม่ได้ส่งแค่ยาพิษมาขู่ แต่มันเปิดฉากฆ่าล้างบางอย่างเต็มรูปแบบแล้ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันพายุการเมืองและคมดาบเคียงข้างมู่หลานและท่านอ๋องมา ณ ที่นี้นะคะ
กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือด กับท่านอ๋องผู้ถือเข็มทิศสังหาร•ตอนที่ 21
ความเจ็บปวดคือครู
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือด กับท่านอ๋องผู้ถือเข็มทิศสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!