กลิ่นอายของแชมเปญราคาแพงและดอกกุหลาบสีขาวที่ถูกจัดแต่งอย่างสมบูรณ์แบบจนไร้ที่ติในห้องบอลroomหรูหราใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกอึดอัดภายในอกของอคินจางลงไปได้เลย เขายืนอยู่ตรงนั้น ในฐานะประธานผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจพันล้าน ผู้ซึ่งกุมบังเหียนความสำเร็จไว้ในมือทุกด้าน ทว่ากลับไม่สามารถควบคุมเสียงสะท้อนเล็กๆ ที่ดังขึ้นในโสตประสาทของตนเองได้เลย เสียงนั้น... เสียงกระซิบแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความเย็นชาในค่ำคืนสุดท้ายที่เราหย่าขาดจากกัน
"คุณเลือกเองนะคะ... อคิน"
คำพูดนั้นยังคงหลอกหลอนเขา ดังก้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกครั้งที่เขาหลับตาลง อคินในวัยสามสิบปลายๆ ยังคงดูภูมิฐาน ชุดสูทตัดเย็บพิเศษรับกับเรือนร่างสูงสง่า ทว่าแววตาคู่คมกลับเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการถูกความรู้สึกผิดกัดกินมาเนิ่นนาน เขาพยายามบอกตัวเองว่าการปล่อยเธอไปคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับความเย็นชาที่เขาเคยสร้างขึ้น เป็นการปลดปล่อยผู้หญิงคนนั้นออกจากกรงขังที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง แต่ทำไม... ยิ่งเวลาผ่านไป ภาพเงาของรินลดากลับยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเธอยังคงวนเวียนอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่ว่างเปล่า ในห้องทำงาน และในทุกกระจกเงาที่เขาเดินผ่าน
"คุณอคินคะ ทางผู้บริหารจากฝั่งยุโรปมาถึงแล้วค่ะ" เลขานุการสาวกระซิ, รายงานเสียงเบา
อคินพยักหน้ารับอย่างสงبيน เขาปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยไร้ความรู้สึกตามวิสัยนักธุรกิจผู้เจนจัด ก่อนจะก้าวเดินเข้าสู่กลุ่มแขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติ รอยยิ้มทางธุรกิจถูกคลี่ออกอย่างเป็นระเบียบ ทว่าจิตใจกลับไม่ได้อยู่ที่บทสนทนาตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกเหมือนคนกำลังจมน้ำ คลื่นความรู้สึกผิดกำลังซัดสาดเข้าใส่หัวใจที่ด้านชามานานจนแหลกละเอียด
จนกระทั่ง... บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนออกไปชั่วขณะ
กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับปี ลอยผ่านปลายจมูกมาพร้อมกับความเย็นยะเยือกที่วิ่งพล่านไปตามสันหลัง มันไม่ใช่กลิ่นหอมหวานเย้ายวน แต่เป็นกลิ่นหอมละมุนแต่ทว่าบาดลึกและเย่อหยิ่งในที... กลิ่นที่อคินไม่มีวันลืมตลอดกาล
เขานิ่งงัน กล้ามเนื้อทุกส่วนบนใบหน้าเกร็งค้าง การสนทนากับนักลงทุนระดับโลกตรงหน้าขาดห้วงไปดื้อๆ อคินหมุนตัวช้าๆ ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกบังคับด้วยกลไกอันบีบคั้น สายตากวาดผ่านฝูงชนที่กำลังดื่มด่ำกับเสียงเพลงบรรเลงคลาสสิก ก่อนที่ม่านหมอกแห่งความทรงจำจะถูกแหวกออกด้วยตัวตนจริง
ณ ใจกลางโถงต้อนรับ... รินลดา ปรากฏกายขึ้น
เธอไม่ได้ดูบอบช้ำหรือแตกสลายอย่างที่เขาเคยเห็นในค่ำคืนสุดท้ายแห่งการหย่าร้าง รินลดาก้าวเข้ามาด้วยชุดราตรีสีดำสนิทเข้ารูปที่ดีไซน์มาเพื่อสะกดทุกสายตา เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตเผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าที่เฉียบคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตคู่เดิมที่เคยมีแต่หยาดน้ำตาและความเวทนา บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังราวกับมองทะลุปรองไปถึงวิญญาณของเขา รอยยิ้มที่มุมปากของเธอบางเบา ทว่าเย้ยหยันและทรงอิทธิพลเกินกว่าที่ใครจะกล้าเข้าหา
รินลดาหันมาสบตากับเขาโดยตรง... ไม่มีร่องรอยของการหลบเลี่ยง ไม่มีแม้แต่ความลังเล
หัวใจของอคินกระตุกวูบอย่างรุนแรง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่กลางอก ความรู้สึกหนาวเหน็บแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ลมหายใจสะดุดกักค้างไว้ในลำคอ เสียงรอบข้างทั้งเสียงดนตรี เสียงพูดคุย กลายเป็นความเงียบงันไปในพริบตา เมื่อผู้หญิงคนเดียวที่เขาพยายามหนีมาตลอดชีวิต ก้าวเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าเขาในค่ำคืนนี้ พร้อมกับรอยยิ้มที่ประกาศิตชัดเจนว่า... เกมการชำระแค้นที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
อคินก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือหนาที่ถือแก้วแชมเปญสั่นเทาจนของเหลวสีอำพันกระฉอกโดนปลายนิ้ว ความเย่อหยิ่งและระเบียบวินัยอันเคร่งครัดที่เขาถือ ษามาตลอดพังทลายลงในวินาทีที่สบเข้ากับดวงตาคู่นั้น เธอกำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ทุกจังหวะส้นสูงที่กระทบพื้นหินอ่อนเปรียบเสมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่หายนะที่เขาไม่เคยเตรียมรับมือ
รินลดาหยุดยืนห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว เธอมองสำรวจเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาที่ประเมินค่าต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ราวกับเขาก็เป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่งที่หมดประโยชน์และกำลังรอวันถูกทิ้งลงถังขยะ
"ไม่เจอกันนานนะคะ... คุณอคิน" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล เย็นเยียบ และก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเขาคนเดียว "ดูเหมือนคุณจะบริหารจัดการทุกอย่างได้ดีเยี่ยม... ยกเว้นเรื่องหัวใจตัวเองสินะคะ"
อคินอ้าปากจะเอ่ยคำพูดใดคำพูดหนึ่งออกมา แต่ลำคอกลับแห้งผาก คำแก้ตัวนับร้อยที่เคยเตรียมไว้ในใจยามค่ำคืนระเหิดหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความจริงอันโหดร้ายที่ว่า เขายังคงติดอยู่ในเงาของเธอ... และไม่มีวันหนีพ้น
ทว่า ก่อนที่อคินจะได้ตั้งสติและเอื้อนเอยประโยคใดออกไป รินลดากลับเบี่ยงสายตาเลยผ่านไหล่ของเขาไปด้านหลัง พร้อมกับส่งยิ้มอ่อนโยน—รอยยิ้มที่เธอไม่เคยแม้แต่จะมอบให้เขาเลยตลอดเวลาที่เราใช้ชีวิตร่วมกัน—ให้กับใครบางคนที่กำลังเดินตามหลังเธอเข้ามาในงาน
อคินขมวดคิ้วแน่นด้วยความระแวง เขากวาดสายตามองข้ามไหล่ของอดีตภรรยาไป และในวินาทีนั้นเอง... ลมหายใจของเขาก็ขาดห้วงลงอย่างสมบูรณ์
เด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สี่ขวบ ในชุดสูทตัวจิ๋วหน้าตาถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา ก้าวออกมาจากด้านหลังรินลดา มือเล็กๆ ข้างหนึ่งจับชายกระโปรงสีดำของเธอไว้แน่น ดวงตากลมโตคู่สีเข้มคู่นั้นช้อนมองอคินด้วยความนิ่งสงบ เย็นชา และไร้เดียงสา... แววตาเดียวกับที่เขามักจะเห็นตัวเองในกระจกทุกๆ เช้า
"คุณแม่ครับ... ผู้ชายคนนี้เหรอครับ ที่เรามาหา?"
เป็นความตั้งใจของ "กระจกเงาต้องสาป" ที่หวังว่าจะได้ร่ายมนตร์ดำนี้ร่วมกับคุณผู้อ่านไปจนหน้าสุดท้ายนะคะ
ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย•ตอนที่ 1
กระจกที่แตกร้าว
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เงาในกระจกบานสุดท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!