"ค่าความเสี่ยงโครงสร้างห้องเครื่องหลักพุ่งแตะระดับแปดสิบเจ็ดจุดสี่เปอร์เซ็นต์... ขอเตือนอีกครั้ง ระบบระบายความร้อนไครโอเจนิกส์ขัดข้องโดยสมบูรณ์"
เสียงสังเคราะห์โทนต่ำกังวานก้องขึ้นในโสตประสาทของลีโอราวกับระฆังเตือนภัยมรณะ แต่นั่นยังไม่น่าปวดหัวเท่ากับกลิ่นฉุนของโอโซนและควันไฟสีขาวโพลนที่พวยพุ่งออกมาจากแผงวงจรคอนโซลตรงหน้า ร่างกายของเขารู้สึกหนักอึ้งเหมือนถูกถมทับด้วยแท่งเหล็กกล้าผสมไทเทเนียมทั้งตัน
ให้ตายสซิ... นี่เขาเพิ่งจะกดบันทึกโค้ดบรรทัดสุดท้ายบนจอโปรเจกต์เตอร์ของบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ในกรุงเทพฯ เมื่อไม่กี่วินาทีก่อนไม่ใช่หรือ ทำไมตอนนี้ถึงได้มานอนจมกองอยู่บนพื้นโลหะเย็นเฉียบที่มีคราบน้ำมันเครื่องเหนียวเหนอะหนะแถมยังส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัวราวกับมันพร้อมจะหักพับได้ทุกเมื่อล่ะครับ
"ระบบปฏิบัติการวิศวกรฝึกหัดรุ่นที่เจ็ด ทำการซิงโครไนซ์กับคลื่นสมองของโฮสต์เสร็จสิ้น... ยินดีต้อนรับสู่ยานสำรวจอวกาศ 'อาเทมิส-โฟร์' ครับ"
หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสขนาดเท่าฝาบ้านปรากฏขึ้นกลางอากาศ กะพริบถี่ๆ ด้วยตัวอักษรสีแดงฉานที่ฟ้องสถานะวิกฤต ลีโอนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อไล่อาการมึนงง สมองที่เคยประมวลผลอัลกอริทึมซับซ้อนกำลังรับข้อมูลมหาศาลของเจ้าของร่างเดิม—ลีโอ วิศวกรฝึกหัดชั้นปลายแถวผู้มีความฝันสูงสุดคือการนอนเอกเขนกดูซีรีส์ในห้องพักติดแอร์เย็นฉ่ำ ไม่ใช่การมาติดแหงนอยู่กลางดงเศษเหล็กที่กำลังจะกลายเป็นสุสานอวกาศแบบนี้
"เดี๋ยวก่อนนะ ระบบ... ถ้าฉันจำไม่ผิด ฉันควรจะกำลังนอนอยู่บนโซฟาหนังนุ่มๆ ไม่ใช่มาวิ่งวุ่นกู้ภัยยานพังๆ ที่แรงโน้มถ่วงกำลังจะล่มสลายแบบนี้" ลีโอบ่นพึมพำกับความว่างเปล่า พลางใช้มือผลักแผงเหล็กหนักอึ้งที่ทับขาขวาของเขาออกอย่างระมัดระวัง แม้ในสถานการณ์คับขัน สัญชาตญาณความขี้เกียจและรักความสบายก็ยังกระซิบให้เขาเคลื่อนไหวด้วยพลังงานให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
*แกร๊ก... โครม!*
เสียงโลหะบิดตัวดังสนั่นจนพื้นห้องสั่นสะเทือน ลีโอรีบยันตัวลุกขึ้นยืนด้วยความทุลักทุเล สายตากวาดมองรอบตัวอย่างรวดเร็ว ห้องเครื่องยนต์หลักของยานอาเทมิส-โฟร์เวลานี้ไม่ต่างอะไรจากนรกขนาดย่อม สายไฟนับร้อยเส้นช็อตประกายไฟสีฟ้าแลบแปลบปลาบ กลิ่นไหม้ของฉนวนพลาสติกอบอวลจนแสบจมูก
ในฐานะอดีตโปรแกรมเมอร์มือฉมังผู้เคยแก้บั๊กซอฟต์แวร์ระดับวิกฤตมานักต่อนัก ลีโอรู้ดีว่าความตื่นตระหนกคือศัตรูตัวฉกาจที่สุด สิ่งที่เขาต้องทำไม่ใช่การวิ่งพล่านอย่างไร้ทิศทาง แต่เป็นการประเมินความเสี่ยงและหาทางออกที่ใช้แรงน้อยที่สุดแต่ได้ผลลัพธ์คุ้มค่าที่สุด
"หน้าต่างสถานะ... ขอดูฟังก์ชันหลักหน่อยครับ" เขาเอ่ยพึมพำเบาๆ
ทันใดนั้น หน้าต่างโฮโลแกรมก็เปลี่ยนรูปแบบเป็นผังวงจรสามมิติของยานอวกาศ พร้อมแถบคำนวณความน่าจะเป็นในการรอดชีวิตที่กระพริบเตือนด้วยตัวเลขสีแดงก่ำ: *รอดชีวิต 4.2%*
"โห... น้อยกว่าโอกาสถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเสียอีกมั้งเนี่ย" ลีโอถอนหายใจยาวเหยียด ใบหน้าฉายแววปลงตกเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นคมกริบ "แต่ก็นะ... ถ้าขี้เกียจเกินไปจนปล่อยให้ยานระเบิดตรงนี้ ชีวิตหลังความตายคงไม่ได้นอนสบายอย่างที่คิดแน่"
ระหว่างที่เขากำลังคำนวณเส้นทางหลบหนีที่สั้นที่สุดไปยังแคปซูลนิรภัย เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งรีบก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก ประตูนิรภัยไฮดรอลิกที่บุบยุบจากการกระแทกค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยแรงดันลมที่รั่วไหล
ร่างของหญิงสาวในชุดเกราะยุทธวิธีสีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว เรือนผมสีเงินยาวถูกรวบเก็บไว้อย่างทะมัดทะแมง ใบหน้ารูปไข่คมคายนั้นเรียบเฉยเย็นชาจนเกือบจะไร้อารมณ์ ทว่าดวงตาสีเทาคู่สวยกลับกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องเครื่องด้วยความเฉียบคมราวกับใบมีด
"ลีโอ! นายยังไม่ตายสินะ" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยอำนาจเอ่ยขึ้นทันที เซราฟินา หัวหน้าแผนกยุทธการผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและเด็ดขาดในกองยาน กำลังถือปืนพลาสม่าไร้รอยขีดข่วนในมือ มืออีกข้างคว้าแขนเสื้อของเขาไว้แน่น "อย่ามัวแต่ยืนเหม่อ ระบบขับเคลื่อนสำรองกำลังจะตัดการทำงาน เรามีเวลาอีกไม่ถึงสามนาทีในการรีเซ็ตระบบระบายความร้อนด้วยมือ มิฉะนั้นแรงดันปฏิกิริยาฟิวชันจะฉีกร่างเราเป็นจุล"
ลีโอมองหน้าหัวหน้าสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยว ก่อนจะเหลือบมองแผงควบคุมระบายความร้อนที่อยู่ห่างออกไปสิบเมตร ซึ่งเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่ยังคงสパークไม่หยุด
"หัวหน้าครับ... ถ้าผมบอกว่าผมถนัดงานนั่งโต๊ะพิมพ์คีย์บอร์ดมากกว่าการมาปีนป่ายสายไฟช็อตๆ นี่ คุณจะพิจารณาให้ผมลาพักร้อนย้อนหลังไหมครับ?" ลีโอยิ้มแห้งๆ พลางส่งสายตาออดอعอ้อนแบบเด็กดีไปให้
เซราฟินาหรี่ตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยหน่ายระคนหมั่นไส้ "ถ้าไม่อยากตายคาที่ นายจะได้พักร้อนยาวชั่วนิรันดร์แน่... เลิกบ่นแล้วตามฉันมา!"
เธอดึงตัวเขาพุ่งทะยานไปข้างหน้าท่ามกลางเสียงเตือนภัยที่ดังหนวกหูยิ่งขึ้น แต่อย่างที่ลีโอไม่เคยคาดคิด... ในซอกมุมมืดของแผงวงจรที่เสียหายหนักที่สุด ใต้กองเศษเหล็กที่กำลังลุกไหม้ มีดวงตาสสีแดงฉานคู่หนึ่งกำลังกะพริบถี่ๆ พร้อมกับเสียงหัวรุนแรงของระบบที่ถูกแฮกจากภายนอก
*ติ๊ด... ติ๊ด... ตรวจพบ 'สิ่งแปลกปลอม' ระดับ SSS กำลังเชื่อมต่อเข้ากับแกนกลางของยาน*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับก้าวแรกของวิศวกรขี้เก๊กคนนี้นะครับ
ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก•ตอนที่ 1
ลืมตาตื่นในดงเศษเหล็ก
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซ่อมใจนายวิศวกรขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!