หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 1

หงส์ปีกหัก

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“หากเจ้าก้าวเท้าเข้าสู่เขตกำแพงแดงนี้แล้ว จงลืมชื่อเสียงเรียงนามและเกียรติยศที่เคยมีเสีย เพราะในวังหลวงแห่งนี้... ชีวิตของนางในต่ำต้อยอย่างเจ้า ก็เป็นเพียงหมากบนกระดานที่รอวันถูกทิ้งให้เน่าเปื่อยเท่านั้น” เสียงแหบพร่าของขันทีเฒ่าผู้ควบคุมขบวนนางในดังกังวานก้องอยู่ภายในโถงทางเดินหินอ่อนที่เย็นเยียบ หลิวเยี่ยนซีไม่ได้ขานรับ นางเพียงแต่ก้มหน้าลงต่ำ ปลายนิ้วเรียวบางสั่นระริกอยู่ใต้แขนเสื้อกว้างมิใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความอดสูที่แล่นพล่านอยู่ในอก นางเงยหน้าขึ้นเพียงเล็กน้อย แววตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องมองไปยังยอดปราสาทที่ทะมึนอยู่เบื้องหน้า—ป้อมปราการที่กักขังบิดาของนางไว้จนสิ้นลมหายใจ และเป็นที่ที่นางจะต้องสะสางหนี้เลือดนี้ด้วยมือตนเอง เยี่ยนซีในชุดนางในสีมอซอเดินปะปนไปกับหญิงสาวอีกนับสิบชีวิต บรรยากาศรอบข้างเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ทว่ากลิ่นอายที่ลอยคละคลุ้งอยู่นั้นไม่ใช่กลิ่นธูปหอม แต่เป็นกลิ่นไอความตายที่อบอวลอยู่ใต้เงามืดของกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่าน “เจ้านั่นแหละ ที่เดินรั้งท้าย” หญิงวัยกลางคนผู้มีใบหน้าดุดันเดินปรี่เข้ามาหาเยี่ยนซี ก่อนจะใช้ไม้เรียวในมือเชยคางนางขึ้น เยี่ยนซีบังคับดวงตาให้แสดงออกเพียงความซื่อเซ่อและหวาดหวั่น ทว่าลึกๆ ในใจนางกำลังนับจังหวะการหายใจของหญิงผู้นี้ “ข้าถามว่าเจ้าชื่ออะไร? เห็นทีจะดูฉลาดน้อยกว่าคนอื่นเขา หากเจ้าทำเครื่องกระเบื้องในห้องเครื่องแตกเพียงชิ้นเดียว ข้าจะตัดลิ้นเจ้าเสีย” “หม่อมฉันชื่อ... เยี่ยนซีเจ้าค่ะ ข้าน้อยจะพยายามทำงานให้ดีที่สุด ไม่ให้ระคายเคืองเบื้องสูง” เยี่ยนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ร่างกายย่อลงอย่างอ่อนช้อย แต่ในขณะที่หญิงผู้นั้นหันหลังกลับไปคุมแถวต่อ แววตาของเยี่ยนซีก็แปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง นางสังเกตเห็นตราประทับบนข้อมือของหญิงนางนั้น... ตราสัญลักษณ์ของตระกูลหยาง นี่คือหมากตัวแรกที่นางต้องก้าวข้าม ความโกลาหลเกิดขึ้นในชั่วพริบตา เมื่อขบวนนางในต้องหยุดชะงักลงด้วยขบวนทหารเกราะเหล็กที่เดินเรียงแถวเข้ามาขวางทางไว้อย่างกะทันหัน เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นหินดังก้องไปทั่วลานกว้าง บุรุษผู้หนึ่งก้าวลงจากเกี้ยวทองคำด้านหลัง เขาอยู่ในชุดฉลองพระองค์สีเหลืองทองทว่าใบหน้ากลับดูซีดเซียวและไร้ชีวิตชีวา ฮ่องเต้เฟยหลง... ผู้อยู่ใต้เงื้อมมือของอัครมหาเสนาบดีหยาง เยี่ยนซีแอบลอบมองผ่านหางตา ฮ่องเต้เฟยหลงกวาดสายตาผ่านกลุ่มนางในด้วยท่าทีเบื่อหน่าย จนกระทั่งสายตาของเขาหยุดนิ่งอยู่ที่นางเพียงเสี้ยววินาที—แววตาที่ว่างเปล่านั้นดูเหมือนจะมีประกายบางอย่างวาบผ่านขึ้นมา สายตาที่มองนางนั้นไม่ใช่สายตาที่มองหมากตัวหนึ่ง แต่เป็นสายตาของนักล่าที่กำลังตามหาพันธมิตรในเงามืด ทันใดนั้น อัครมหาเสนาบดีหยางที่ก้าวตามหลังฮ่องเต้มาติดๆ ก็หัวเราะร่าในลำคอ “ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ นางในกลุ่มนี้ขัดเกลามาอย่างดี หากพระองค์ถูกพระทัยนางใด ก็โปรดรับสั่งได้เลย... แม้แต่คนที่มีแววตาอวดดีเช่นนางผู้นี้” เสนาบดีหยางชี้ไม้เรียวมาที่เยี่ยนซี เยี่ยนซีรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล ฮ่องเต้เฟยหลงก้าวเข้ามาใกล้เยี่ยนซีช้าๆ จนกลิ่นกำยานอ่อนๆ จากชุดฉลองพระองค์โชยมาปะทะจมูก เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของนางที่ก้มหัวอยู่แทบพื้นดิน “เจ้า... เคยเห็นหงส์ที่ปีกหักหรือไม่?” น้ำเสียงนั้นต่ำพร่าและแฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง เยี่ยนซีใจสั่นระรัว นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่คำถามทั่วไป แต่มันคือการเปิดประตูสู่เกมอำนาจที่เดิมพันด้วยชีวิต “หงส์แม้ปีกหัก หากยังมีลมหายใจ ก็ย่อมรอคอยเวลาที่จะทะยานขึ้นสู่ท้องนภาอีกครั้งเพคะ” เยี่ยนซีตอบกลับโดยไม่เงยหน้า แต่ถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยนัยยะนั้นทำให้เฟยหลงชะงักไปครู่ใหญ่ ก่อนที่เสนาบดีหยางจะทันได้สงสัย ฮ่องเต้เฟยหลงก็หันกลับไปยิ้มให้เสนาบดี “ข้าไม่สนนางในพวกนี้หรอก ท่านลุง... ข้าสนใจเพียงว่า เมื่อคืนนี้ ใครเป็นคนแอบเข้าไปในห้องทรงพระอักษรของข้ามากกว่า” ความเงียบเข้าปกคลุมทันที เยี่ยนซีรู้สึกถึงไอสังหารที่แผ่ออกจากเสนาบดีหยาง ฮ่องเต้กำลังเล่นเกมวัดใจ! ทว่าในจังหวะนั้นเอง ขันทีคนสนิทของเสนาบดีหยางเดินเข้ามาใกล้หูของเจ้านายแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านอัครมหาเสนาบดี... มีรายงานด่วนจากคุกหลวง พยานปากเอกที่เก็บไว้เพื่อปรักปรำตระกูลหลิว... ถูกลอบสังหารสิ้นใจในห้องขังแล้วขอรับ” เสนาบดีหยางเบิกตากว้าง สายตาอำมหิตจ้องมองมาที่เยี่ยนซีอย่างผิดปกติ เขาก้าวเข้ามาใกล้จนเกือบประชิดตัวนาง “เจ้าชื่ออะไรนะ?” เยี่ยนซีเงยหน้าขึ้น สบตากับศัตรูผู้ฆ่าล้างตระกูลนางด้วยแววตาที่ไร้ความหวาดกลัวอย่างสิ้นเชิง นางตัดสินใจแล้วว่า ไม่ว่าอย่างไร คืนนี้จะต้องมีเลือดไหลนองบัลลังก์ ไม่ว่าจะเป็นของนาง... หรือของพวกมัน “หม่อมฉันชื่อหลิวเยี่ยนซี... หวังว่าท่านเสนาบดีจะจดจำชื่อนี้ไว้ให้ดี” สิ้นคำกล่าว รอยยิ้มเย้ยหยันก็ปรากฏบนมุมปากของนาง แต่เสนาบดีหยางกลับควักกริชสั้นออกมาจากแขนเสื้ออย่างรวดเร็วและจ่อไปที่ลำคอของนาง ท่ามกลางสายตาของทหารนับร้อยที่นิ่งงัน ฮ่องเต้เฟยหลงเพียงแต่ยืนกอดอกดูเหตุการณ์ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ “ท่านลุง... ดูเหมือนนางจะรู้ชื่อตระกูลของ ‘กบฏ’ ที่ท่านเพิ่งสั่งประหารไปเมื่อหลายปีก่อนนะ ท่านว่ามันบังเอิญไปไหม?” ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับข้าในเส้นทางสายเลือดนี้... แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าเจ้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%