ความเงียบงันในห้องรับรองวีไอพีของ “Atelier de Linin” นั้นหนักอึ้งเสียจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรมได้ กลิ่นหอมละมุนของวานิลลามาดากัสการ์และเนยแท้จากฝรั่งเศสที่ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ตึงเครียดนี้นุ่มนวลขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความหวานหอมนั้นกลับตัดกันอย่างโหดร้ายกับความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากร่างของหญิงสาวผู้ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์เตรียมขนม
ดวงตากลมโตคู่สวยของเด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างกายลินินกะพริบปริบๆ อย่างไร้เดียงสา ก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะเอียงคอมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนแข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินตรงหน้า
“คุณปู่... เอ้ย! คุณน้าฮะ หน้าตาคุ้นๆ จังเลย”
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังขึ้น ทำลายกำแพงแห่งความตกตะลึงลงทีละน้อย ธามันสะดุ้งเฮือกราวกับเพิ่งตื่นจากฝันร้าย นัยน์ตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจในโลกธุรกิจ บัดนี้กลับไหวระริก สั่นพร่า และเต็มไปด้วยคำถามนับล้านที่อัดแน่นจนจุกอก ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างกายสูงใหญ่ก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัวเมื่อสมองประมวลผลภาพตรงหน้า
โครงหน้าเหลี่ยมคมสัน จมูกโด่งรั้นที่เชิดขึ้นเล็กน้อยยามดื้อรั้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง... นัยน์ตาสีเข้มลึกล้ำคู่นั้น มันคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็ก ราวกับพิมพ์เดียวกันออกมาไม่มีผิดเพี้ยน
ธามันกวาดสายตามองเด็กน้อยสลับกับใบหน้าของลินินที่นิ่งสนิทไร้ระลอกคลื่น หัวใจของนักธุรกิจหนุ่มเต้นรัวกระหน่ำจนเจ็บแปลบที่หน้าอก ความรู้สึกผิดบาปและความตื่นตระหนกพุ่งพล่านขึ้นมาตีรวนในช่องท้องจนหายใจไม่ออก
“ลินิน...” เสียงของเขาแหบพร่า หลุดลอดริมฝีปากที่สั่นเทาออกมาได้อย่างยากเย็น “นี่มัน... หมายความว่ายังไง เด็กคนนี้...”
“กรุณาเรียกฉันว่าเชฟลินินค่ะ คุณธามัน”
น้ำเสียงหวานนุ่มแต่เย็นชาไร้เยื่อใยตัดรอนเขาทันทีราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลสด ลินินไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือลนลานแม้แต่น้อย เธอกลับวางพายสปาตูล่าในมือลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ก่อนจะย่อตัวลงโอบกอดไหล่เล็กของเด็กชายเข้าหาตัวอย่างปกป้อง สัมผัสที่อบอุ่นนั้นตรงกันข้ามกับสายตาที่เธอมองมายังอดีตสามีอย่างสิ้นเชิง
“คุณ... คุณปิดบังเรื่องนี้กับผมมาตลอดเลยงั้นเหรอ?” ธามันก้าวเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์อีกครั้ง มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยามเกาะขอบโต๊ะไม้เนื้อดี ดวงตาแดงก่ำด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ตีกันจนยุ่งเหยิง ทั้งความตกใจ ความผิดหวัง และความรู้สึกผิดที่กัดกินลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ “นี่ลูกของเราใช่ไหม? เขาเป็นลูกของผมใช่หรือเปล่าลินิน!”
คำถามนั้นเต็มไปด้วยความเวทนาและอาการดิ้นรนจะไขว่คว้าหาความจริง แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงรอยยิ้มบางเบา... รอยยิ้มที่ว่างเปล่าและเย็นชาเสียจนน่ากลัว รอยยิ้มที่ไม่มีเงาของความรัก ความโกรธ หรือแม้แต่ความเกลียดชังหลงเหลืออยู่เลย มันคือความเฉยเมยขั้นสุดยอดที่เชือดเฉือนหัวใจของคนที่เคยเย่อหยิ่งให้แหลقสลายลงกับพื้น
“ลูกของคุณเหรอคะ?” ลินินทวนคำด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน เธอมองหน้าเขาตรงๆ ไม่หลบตา “คุณเอาสิทธิ์อะไรมาถามหาคำว่า ‘พ่อ’ จากปากของผู้ชายที่เคยไล่ฉันออกจากบ้านในคืนที่ฝนตกหนัก พร้อมกับกระดาษหย่าและคำดูถูกว่าฉันมันก็แค่ผู้หญิงน่ารำคาญคนหนึ่งคะ?”
คำพูดนั้นพุ่งเข้าปักอกธามันอย่างจัง ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอกหลอนเขาราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก วันที่เขาผลักไสภรรยาแต่งงานที่ตัวเองมองไม่เห็นค่า วันที่เขาปล่อยให้เธอเดินออกไปจากชีวิตโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง เพราะคิดว่าผู้หญิงที่รักเขาหมดหัวใจคนนี้ไม่มีวันไปไหนได้พ้น
“วันนั้น... วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉัน คุณบอกว่าไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้าฉันอีกไม่ใช่เหรอคะ? แล้วทำไมวันนี้ ถึงมาร้องแรกแหกกระเชอโวยวายอยู่ในร้านขนมของฉันล่ะคะ คุณธามัน” ลินินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ความเจ็บปวดในอดีตถูกหลอมรวมกลายเป็นเกราะเหล็กที่แข็งแกร่ง เธอก้มลงลูบศีรษะลูกชายเบาๆ “ลูกชายของฉันมีแค่ฉันคนเดียวค่ะ เขาไม่มีพ่อ... และไม่เคยต้องการผู้ชายใจร้ายคนไหนมาทำหน้าที่นั้นด้วย”
“แม่ฮะ...” เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยความไม่เข้าใจในบรรยากาศที่คุกรุ่นรอบตัว ลินินส่งยิ้มอ่อนโยนให้ลูกชายก่อนจะกระซิบเบาๆ
“รวินลูก ไปรอแม่ที่ห้องพักด้านหลังก่อนนะจ๊ะ คนแปลกหน้าแถวนี้กำลังเสียมารยาทอยู่ แม่ขอคุยธุระสักครู่”
“ครับแม่” เด็กชายพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แม้จะยังอดหันกลับมามองชายแปลกหน้าแปลกตาที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายตนเองด้วยความสงสัยไม่ได้ ก่อนจะเดินหายลับไปหลังประตูบานทึบ
เมื่อในพื้นที่เหลือเพียงแค่เขaทั้งสองคน บรรยากาศก็ยิ่งกดดันหนักหน่วงขึ้นไปอีก ธามันรู้สึกราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยความจริงที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง มือหนายกขึ้นกุมขมับ ความหยิ่งทะนงตนที่เคยมีพังทลายไม่เป็นท่าต่อหน้าอดีตภรรยาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรี
“ลินิน... ผมขอโทษ” เสียงของธามันแผ่วเบาลงจนแทบกลืนหายไปกับอากาศ เขาก้าวเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์อีกนิด พยายามจะเอื้อมมือไปแตะข้อมือเรียวของเธอ แต่ลินินกลับชักมือหลบราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัสโดนตัว แม้แต่นิดเดียว
“เก็บคำขอโทษของคุณไว้ใช้ตอนที่มันมีค่าเถอะค่ะ” ลินินพูดเสียงเรียบ ดวงตาคู่สวยมองเขาด้วยความว่างเปล่า “คุณไม่ได้มาที่นี่เพราะคิดถึงฉัน หรือสำนึกผิดจากใจจริงหรอกค่ะ คุณมาที่นี่เพราะอีโก้ของคุณมันรับไม่ได้... รับไม่ได้ที่ผู้หญิงที่คุณเคยเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย สามารถยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง และสร้างชีวิตใหม่ที่งดงามโดยไม่มีเงาของคุณมาเกี่ยวข้องต่างหากล่ะคะ”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะลินิน! ผม...”
“พอเถอะค่ะ!” ลินินตวาดขัดขึ้นเสียงแข็ง แววตาเด็ดเดี่ยวฉายชัดถึงความรังเกียจระคนเหนื่อยหน่าย “ฉันเหนื่อยที่จะต้องมานั่งฟังคำแก้ตัวจากคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดในโลกแล้วค่ะ อดีตมันจบลงไปแล้วตั้งแต่วันที่เราเซ็นใบหย่า และตอนนี้... ระหว่างเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ทั้งในฐานะสามีภรรยา หรือในฐานะพ่อของลูก”
“แต่เขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของผมนะ! ลินิน คุณไม่มีสิทธิ์พรากพ่อไปจากลูก!” ธามันเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ความร้อนรุ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาเมื่อตระหนักว่าเขากำลังจะสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปตลอดกาล ความโกรธผสมผสานกับความสิ้นหวังทำให้เขาเผลอใช้น้ำเสียงแข็งกร้าวใส่เธอ
ลินินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงที่เย็นชาเสียจนธามันต้องสะท้าน “สิทธิ์เหรอคะ? คุณเพิ่งจะพูดคำว่า ‘สิทธิ์’ ออกมาจากปากผู้ชายที่ทิ้งลูกตั้งแต่อยู่ในท้องเนี่ยนะคะ ช่างกล้าพูดเสียจริงนะคุณธามัน”
เธอเดินอ้อมเคาน์เตอร์ออกมาประจันหน้ากับเขาในระยะประชิด ความสูงของเธอที่แม้จะยืนบนรองเท้าส้นแบนก็ยังทำให้เธอเชิดหน้าสบตากับเขาได้อย่างไม่เกรงกลัว รังสีความเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองแผ่ออกมาจากตัวเชฟสาวชื่อดัง จนนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลรู้สึกตัวเล็กจ้อยลงถนัดตา
“จำเอาไว้นะคะ... ความเย็นชาที่คุณเคยปฏิบัติกับฉันในอดีต วันนี้ฉันส่งมันคืนให้คุณครบทุกหยัดน้ำตาแล้ว และถ้าคุณยังไม่หยุดมารังควานชีวิตของฉันกับลูก ฉันนี่แหละค่ะที่จะทำให้คุณได้ลิ้มรสชาติของความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวดที่สุด ชนิดที่ต่อให้คุณมีเงินทองมากมายแค่ไหน ก็ไม่มีวันซื้อความสุขคืนมาได้อีกเลย”
ธามันยืนนิ่งอึ้ง สมองตื้อชาไปหมด คำขู่ที่เยือกเย็นและสายตาที่เด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้าของลินิน ทำให้เขารู้ซึ้งในวินาทีนั้นเองว่า... ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและโง่เขลา ยอมจำนนต่อเขาเสมอในอดีต ได้ตายไปจากโลกนี้แล้ว สิ่งที่เหลืออยู่เบื้องหน้าเขาคืออดีตภรรยาผู้ไร้หัวใจ ที่พร้อมจะบดขยี้เขาให้แหลกคราบด้วยมือคู่นี้
ในขณะที่ธามันกำลังจะอ้าปากเอ่ยอะไรบางอย่างเพื่อยื้อยุดสถานการณ์ที่กำลังหลุดมือ เสียงกระดิ่งหน้าร้านที่ติดไว้เหนือประตูก็กริ๊งเบาๆ ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
ร่างสูงโปรสง่าของชายหนุ่มอีกคนก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทีคุ้นเคย สวมเสื้อสูทสั่งตัดเข้ารูป ใบหน้าคมคายเปื้อนรอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นกันเอง ชายหนุ่มคนนั้นเดินตรงมากลายๆ เคาน์เตอร์โดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศมาคุระหว่างเขาทั้งสอง
“ลินินครับ ผมเอาเอกสารเรื่องการขยายสาขาเบเกอรี่ที่ปารีสมาให้เซ็น...”
เสียงทุ้มของชายหนุ่มชะงักกึกทันทีเมื่อกวาดสายตามาเห็นธามันที่ยืนจ้องหน้าเขาอยู่ด้วยแววตาดุดั่งพญาอินทรีที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ นัยน์ตาสีเข้มของธามันหรี่แคบลงด้วยความระแวงและคุกรุ่นไปด้วยไฟโทสะที่พุ่งพล่านขึ้นมาอีกระลอกเมื่อเห็นว่าผู้ชายแปลกหน้าคนนี้สนิทสนมกับอดีตภรรยาของตนมากเพียงใด
ลินินหันไปมองชายหนุ่มที่เพิ่งมาใหม่ด้วยแววตาที่อ่อนลงเล็กน้อย ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ายวนใจที่เธอไม่เคยแม้แต่จะมอบให้ธามันเลยสักครั้งเดียว...
“ขอบคุณมากค่ะคุณคีย์... พอดีเลยค่ะ ฉันกำลังต้องการคนช่วย ‘ไล่แขกไม่ได้รับเชิญ’ ออกไปจากร้านพอดีเลยค่ะ”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของลินินในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความพ่ายแพ้•ตอนที่ 3
ความเย็นชาคือเครื่องมือที่ดีที่สุด
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความพ่ายแพ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!