กลิ่นอายของแชมเปญชั้นดีผสมผสานกับความหรูหราของค่ำคืนนี้ไม่ได้ทำให้ลินินรู้สึกระคายเคืองแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม ปลายเรียวลิ้นของเธอกำลังสัมผัสกับความซับซ้อนของรสชาติที่เธอเพิ่งชิมผ่านช้อนเงินขนาดพอดีคำ
งานค็อกเทลเปิดตัวกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเครือข่ายใหม่กำลังดำเนินไปอย่างคึกคัก ผู้คนในชุดสูทตัดเย็บเนี๊ยบและราตรียาวหรูหราต่างจับกลุ่มพูดคุยกันด้วยรอยยิ้มเคลือบเคลือบหน้ากากทางสังคม ลินินยืนอยู่มุมหนึ่งของห้องโถงกว้าง ภายใต้ชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิทที่ขับผิวเนียนละเอียดให้ดูโดดเด่น ไหล่ลาดมนและแววตานิ่งสงบไม่ได้เกรงกลัวต่อสายตาของผู้ใด ทั้งที่เธอก้าวเข้ามาในฐานะเชฟที่ถูกทาบทามให้มารังสรรค์เมนูของหวานระดับซิกเนเจอร์ให้กับโปรเจกต์เรือธงของพวกเขา
"คุณลินินคะ ทางผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจต้องการพบคุณเป็นการส่วนตัวค่ะ เขาอยากปรึกษาเรื่องคอนเซปต์ของหวานที่จะใช้ในงานเปิดตัวเดือนหน้า" ผู้ช่วยสาวในชุดสูทกระซิบด้วยน้ำเสียงสุภาพ
ลินินพยักหน้ารับเบาๆ ริมฝีปากระบายยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา "พาฉันไปสคะ"
เธอเดินตามแผ่นหลังนั้นผ่านฝูงชนที่ระคนไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพง จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าห้องรับรองวีไอพีแบบส่วนตัว ประตูบานไม้สักทองแกะสลักถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับส่องกระทบกับร่างสูงสง่าของชายหนุ่มที่ยืนหันหลังให้
ร่างนั้นยืนพิงขอบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน ไหล่กว้างที่คุ้นเคยในความทรงจำอันมืดมน... ไหล่กว้างที่เธอเคยซบใบหน้าร้องไห้อย่างไร้ค่าเมื่อหลายปีก่อน
ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน อากาศรอบตัวกลายเป็นไอเย็นเฉียบที่บีบรัดลำคอ
"เชิญนั่งก่อนครับ... หรือถ้าคุณชอบยืนมากกว่าก็ตามใจ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เย็นชาและติดจะเย่อหยิ่งนิดๆ นั้น... เสียงที่สลักลึกอยู่ในรอยแผลเป็นของหัวใจ
ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า แววตาคมกริบใต้กรอบคิ้วหนาเข้มจ้องมองตรงมายังเธอ นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนภาพของหญิงสาวที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากภรรยาผู้เคยอ่อนแอ ยอมจำนน และร้องขอความรัก กลายมาเป็นผู้หญิงที่ยืนหยัดอย่างสง่างาม เต็มไปด้วยรัศมีแห่งความมั่นใจและบาดลึกเกินกว่าจะเอื้อมถึง
ธามันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากในแบบที่เขาชอบทำเมื่อคิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่า
"ไม่คิดเลยว่าเชฟขนมหวานฝีมือเยี่ยมที่ทางทีมงานสรรหามาด้วยเงินเดือนมหาศาล... จะเป็นคุณ ลินิน"
ลินินไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ด้วยจังหวะที่มั่นคงและสง่างาม รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเป็นรอยยิ้มแบบมืออาชีพที่เย็นชาเสียยิ่งกว่าน้ำแข็ง
"โลกกลมดีนะคะคุณธามัน หรือควรจะเรียกว่า... ท่านประธานและหุ้นส่วนใหญ่ของโปรเจกต์นี้ดีล่ะคะ" เสียงหวานใสแต่เจือด้วยความเยียบเย็นเอ่ยตอบอย่างไม่เกรงกลัว
ธามันหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก ผู้หญิงตรงหน้าไม่เหลือเค้าลางของคนเดิมที่เคยนั่งรอเขาอยู่ที่บ้านอย่างไร้จุดหมายในยามดึกดื่น เธอนิ่งสงบราวกับผืนน้ำลึกที่ซ่อนคลื่นพายุไว้เบื้องล่าง และนั่น... กลับดึงดูดสายตาของเขาอย่างน่าประหลาด
"ดูเหมือนว่าเธอจะเติบโตขึ้นมากนะ ลินิน" ธามันก้าวเข้ามาใกล้ระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก "เก่งถึงขนาดกล้าปฏิเสธเงื่อนไขของฉันผ่านผู้จัดการส่วนตัวได้โดยไม่กะพริบตาเลยทีเดียว"
"ถ้าฉันยังเป็นคนเดิมที่ยอมก้มหัวให้คุณอย่างไร้เหตุผล วันนี้ฉันคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ" ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ นัยน์ตาสีนิลคู่สวยสะท้อนภาพของอดีตสามีที่เคยทำให้เธอแหลกสลาย "และฉันก็หวังว่า ในฐานะนักธุรกิจมืออาชีพ คุณคงแยกแยะระหว่าง 'เรื่องส่วนตัว' กับ 'งาน' ออกนะคะ เพราะถ้าคุณคิดจะใช้โปรเจกต์นี้มาเล่นเกมตื้นๆ เพื่อกดดันฉันล่ะก็... บอกไว้ก่อนเลยว่าคุณคิดผิดถนัด"
คำพูดที่เฉียบคมและท่าทีที่ไม่มีความหวั่นเกรงแม้แต่น้อยทำให้ธามันชะงักไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชามานานนับตั้งแต่เธอเดินออกจากชีวิตไป กลับกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกท้าทายผสมผสานกับความเร่าร้อนบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก เขาไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับสิ่งใด และยิ่งเธอทำตัวราวกับไม่แยแสเขาเท่าไหร่ เขากยิ่งอยากจะบดขยี้ความแข็งกระด้างนั้นให้แหลกคามือ เพื่อให้เธอกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาอีกครั้ง
"เกมงั้นเหรอ?" ธามันหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำและอันตราย "เธอคิดว่าฉันกำลังเล่นเกมอยู่หรือไง ลินิน? สำหรับฉัน... สิ่งที่ฉันต้องการ ฉันต้องได้กลับคืนมาเสมอ แม้ว่าสิ่งนั้นจะเคยถูกฉันโยนทิ้งไปเองก็ตามที"
ลินินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาวาววับด้วยประกายแห่งความสะใจที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด
"น่าเสียดายนะคะที่ของบางอย่าง เมื่อคุณปล่อยให้มันเน่าเสียจนใช้การไม่ได้แล้ว... ต่อให้คุณอยากได้คืนแค่ไหน มันก็ไม่มีวันกลับมามีค่าเหมือนเดิมหรอกค่ะ"
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลดปล่อยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาส่งตรงไปให้เขา ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้องรับรองแห่งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าการสนทนากับเขาได้จบลงแล้ว
หมับ!
มือหนาคว้าเข้าที่ข้อแขนเรียวของเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่เพียงพอที่จะหยุดยั้งฝีเท้าของเธอไว้ได้ ลินินหันขวับกลับมามองด้วยความไม่พอใจ ดวงตาวาวโรจน์ขึ้นทันที
"ปล่อยค่ะ! นี่คือมารยาทของนักธุรกิจที่คุณร่ำเรียนมาอย่างนั้นเหรอคะ"
ธามันไม่ยอมปล่อย เขาก้มตัวลงกระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและเย่อหยิ่งที่ยังคงฝังรากลึก
"เรายังคุยกันไม่จบ ลินิน... เธอยังไม่ได้ชิมรสชาติของความจริงที่ว่า เธอไม่มีวันหนีฉันพ้นหรอก"
ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งเบาๆ ก่อนที่บานประตูจะเปิดออก พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบในชุดสูทเด็กตัวจิ๋วที่วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหาลินินด้วยรอยยิ้มสดใส
"มัมมี่ฮะ! น้องรันหิวน้ำจังเลย... เอ๊ะ? คุณลุงคนนี้หน้าตาคุ้นๆ จัง เหมือนในรูปถ่ายที่มัมมี่เก็บไว้ในกล่องไม้เลยฮะ!"
เด็กน้อยหยุดยืนกะพริบตาปริบๆ เงยหน้าขึ้นมองธามันด้วยดวงตากลมโตคู่สวยที่ถอดแบบมาจากผู้ชายร่างสูงตรงหน้าอย่างไม่มีผิดเพี้ยน... โครงหน้า จมูกโด่งรั้น และนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้น ทำให้ธามันถึงกับนิ่งง้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางศีรษะ ร่างกายของนักธุรกิจผู้เย่อหยิ่งแข็งค้างไปในทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เมฆหมอกสีชมพู" เสมอนะคะ
เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความพ่ายแพ้•ตอนที่ 2
คนคุ้นเคยในงานค็อกเทล
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความพ่ายแพ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!