เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความพ่ายแพ้•ตอนที่ 7

ลูกค้าวีไอพีที่น่ารำคาญ

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลามาดากัสการ์และเนยแท้นำเข้าจากฝรั่งเศสที่ลอยอวนอยู่ในห้องครัวของ ‘Le Douceur’ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดในเวลานี้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ลินินยืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์หินอ่อน ปลายเรียวนิ้วที่เปื้อนแป้งโดว์สีขาวสะอาดกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด สายตาของเธอมองลอดผ่านกระจกใสบานใหญ่ไปยังพื้นที่ส่วนต้อนรับของร้าน ที่ซึ่งร่างสูงสง่าในชุดสูททําจากผ้าอิตาลีราคาแพงของ ‘ธามัน’ กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเกาะเบาะกำมะหยี่สีเอิร์ธโทน เขานั่งอยู่ที่นั่น... โต๊ะตัวเดิม มุมเดิม และเวลาเดิม ตั้งแต่ร้านเปิดจนกระทั่งใกล้เวลาปิดทำการมาเป็นเวลาเจ็ดวันติดต่อกันแล้วนะคะ กระดาษแผ่นเล็กแผ่นน้อยที่ซ่อนอยู่ใต้ลิ้นชักโต๊ะทำงานในห้องพักส่วนตัว—ใบรับรองการตรวจครรภ์ที่ระบุวันที่หลังจากวันหย่างร้างเพียงหนึ่งสัปดาห์—ยังคงส่งเสียงกรีดร้องอยู่ในหัวของลินินทุกครั้งที่เธอเผลอคิดถึงมัน เด็กในท้องที่เกิดมาจากความเย็นชาและการละเลยของเขา เด็กที่เธอตั้งใจจะเก็บไว้เลี้ยงดูด้วยลำแข้งของตัวเองโดยไม่ยอมเอ่ยปากขอความเวทนาจากผู้ชายใจร้ายคนนี้แม้แต่ครึ่งคำ ทว่าธามันในยามนี้กลับทำตัวราวกับปลิงดูดเลือดที่สลัดไม่หลุด เขากลับมาวนเวียนอยู่ในชีวิตเธอ ไม่ใช่ในฐานะอดีตสามีที่หย่าขาดจากกันอย่างไร้เยื่อใย แต่เป็น ‘ลูกค้าวีไอพีที่น่ารำカญ’ ที่สุดในประวัติศาสตร์ของร้านขนมหวาน "คุณธามันคะ รับเครื่องดื่มเพิ่มไหมคะ หรือว่าวันนี้จะรับ ‘มิลเฟย’ อีกสักชิ้นดีคะ เห็นคุณนั่งแช่มาตั้งแต่เก้าโมงเช้าจนบ่ายคล้อยแบบนี้ เกรงว่าเก้าอี้ของทางร้านจะสึกหรอเสียก่อนนะคะ" เสียงหวานใสแต่เย็นชาจนเฉือนกินหัวใจดังขึ้นที่ด้านหลัง ธามันเงยหน้าขึ้นจากแท็บเล็ตในมือ ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมองข้ามหัวเธอมาตลอดหลายปี คู่นั้นบัดนี้กลับเจือด้วยความอ่อนล้าและความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะประนีประนอม เขาไม่ได้โกรธเคืองถอดคำพูดประชดประชันของเธอเหมือนในอดีตอีกต่อไป ชายหนุ่มเพียงแต่ระบายยิ้มจางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ลินินรู้สึกหงุดหงิดใจทุกครั้งที่ได้เห็น "ผมไม่ได้อยากกินมิลเฟยหรอกครับ... ลินิน" ธามันจงใจเว้นวรรคคำพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ชวนให้ขนลุก "แต่ผมแค่อยากดูว่า... คนที่ทำขนมอร่อยๆ เหล่านี้ ใส่ความรู้สึกอะไรลงไปบ้างในแต่ละวัน" "เชฟเขาก็ใส่แป้ง เนย นม และน้ำตาลค่ะ ไม่ได้ใส่ความเวทนาหรือความว่างงานลงไปให้ใครมารบกวนเวลาทำมาหากินหรอกนะคะ" ลินินตอกกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความไม่พอใจ เธอวางถาดอบขนมลงบนเคาน์เตอร์เสียงดังลั่นจนพนักงานคนอื่นในร้านสะดุ้ง การที่เขามานั่งจ้องเธอทั้งวันแบบนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้เธอเสียสมาธิ แต่หัวใจที่พยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาห่อหุ้มไว้เริ่มร้าวรานลงทีละน้อย ความทรงจำในวันที่เธอเคยคุกเข่าอ้อนวอนขอให้เขากลับมามองเธอบ้าง แลกมาด้วยคำพูดเหยียดหยามและใบหย่าที่โยนใส่หน้าอย่างไม่ไยดี มันย้อนกลับมาตอกย้ำราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก ธามันในวันนี้ช่างแตกต่างจากอดีตสามีคนเดิมราวฟ้ากับเหว เขาไม่ใช่ผู้ชายเย็นชาที่เดินหนีเธอไปหาเลขาหน้าห้องอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็นชายหนุ่มที่ยอมทิ้งงานประชุมธุรกิจนับร้อยล้าน มานั่งทนฟังคำพูดเชือดเฉือนและสายตาชิงชังจากเธอได้เป็นวันๆ "ผมรู้ว่าผมเคยทำเลวร้ายกับคุณไว้มากแค่ไหน ลินิน..." ธามันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์กั้นระหว่างห้องครัวกับโซนลูกค้าทีละก้าว ระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยแตะจมูกเธอ "แต่การที่คุณทำตัวหมางเมิน ไล่ผมเหมือนหมูเหมือนหมาทุกวันแบบนี้ มันไม่ได้ทำให้ความจริงที่ว่า... เราเคยเป็นสามีภรรยากันเปลี่ยนแปลงไปได้หรอกนะครับ" "เรา ‘เคย’ เป็นค่ะ เน้นคำว่า ‘เคย’ นะคะคุณธามัน!" ลินินก้าวเข้าไปประชิดขอบเคาน์เตอร์ ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "อย่ามาทำเป็นพูดจาโหยหาอดีตในวันที่มันสายไปแล้ว คุณต้องการอิสรภาพไม่ใช่เหรอคะ วันนั้นฉันเซ็นใบหย่าให้คุณตามประสงค์แล้วนี่คะ จะมาตามตื๊อ ตามรังควานฉันในฐานะอะไรอีก หรือว่าธุรกิจที่บริษัทมันขาดทุนจนไม่มีอะไรทำ ถึงได้ว่างงานมานั่งกินขนมปังฝรั่งเศสทุกวันแบบนี้!" ธามันชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเจอคำพูดเชือดเฉือนที่ตรงเข้าจุดเป้าหมาย แต่มุมปากของเขากลับกระตุกยิ้มขึ้นมาราวกับชอบใจในความดื้อรั้นของเธอ เขาเอื้อมมือหนาหมายจะแตะลงบนหลังมือเรียวที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ แต่ลินินไวกว่า เธอดึงมือกลับราวกับโดนของร้อน พร้อมกับถอยหลังก้นชนชั้นวางขวดโหลแยมผลไม้จนมันสั่นไหว "ผมไม่ได้ว่างงาน... ลินิน" ธามันลดมือลงช้าๆ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและนุ่มนวลขึ้นจนน่ากลัว "แต่ผมกำลังทำหน้าที่... ทวงของสำคัญที่ผมเคยทำหล่นหายไปคืนมาต่างหากล่ะ" "ของสำคัญอะไรคะ ที่นี่ไม่มีอะไรที่เป็นของคุณทั้งนั้น เชิญคุณกลับไปเสียเถอะค่ะ ก่อนที่ฉันจะแจ้งความข้อหาบุกรุกและก่อกวนการทำธุรกิจ" ก่อนที่ธามันจะได้เอื้อMคำพูดใดโต้ตอบ เสียงกระดิ่งลมทองเหลืองเหนือประตูหน้าร้านก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยอนุบาลในชุดนักเรียนกะลาสี ที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมกับกระเป๋าสะพายหลังลายการ์ตูนใบโต "ม๊ามี๊ฮะ! วันนี้คุณครูสอนวาดรูปด้วยนะ หนูวาดรูปเค้กรูปหัวใจให้ม๊ามี๊ด้วย ดูสิฮะ!" เสียงเจื้อแจ้วของเด็กชายหยุดชะงักลงทันที เมื่อเจ้าตัวเล็กวิ่งมาถึงเคาน์เตอร์แล้วเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายแปลกหน้าตัวสูงใหญ่ที่ยืนขวางทางอยู่ ธามันก้มลงมองเด็กน้อยด้วยสายตาสนใจในคราแรก แต่พอใบจิ้มลิ้มที่มีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากกระจกเงาของเขาเองปรากฏชัดเจนในคลองสายตา ร่างสูงของนักธุรกิจหนุ่มก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ลมหายใจของธามันสะดุดกึกในลำคอ สมองที่เคยเฉียบคมประมวลผลอย่างรวดเร็วย้อนกลับไปนับเดือน... นับปี... และมาหยุดอยู่ที่ใบรับรองการตรวจครรภ์ที่เขาเพิ่งแอบเห็นในกระเป๋าเอกสารของลินินเมื่อวานนี้ เด็กชายคนนี้... มีอายุไล่เลี่ยกับช่วงเวลาที่พวกเขาเซ็นใบหย่าพอดีเป๊ะ! "เอ่อ... ม๊ามี๊ฮะ คุณลุงคนนี้... ทำไมหน้าตาคุ้นๆ จังเลยฮะ เหมือนกระจกวิเศษในนิทานที่บ้านเลย" เสียงใสๆ ของเด็กน้อยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด ธามันค่อยๆ หันกลับไปมองหน้าลินินที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามความดราม่าครั้งนี้นะคะ *(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความพ่ายแพ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%