เสียงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะทำงานไม้สักราคาแพงคือสัญญาณเตือนภัยระดับสิบ... สำหรับกรณ์ที่รู้จักภูผามานานนับปี เขารู้ดีว่าเพื่อนสนิทและพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจคนนี้กำลังอยู่ในโหมด ‘พร้อมฆ่าคน’
“นายแน่ใจนะว่าบริษัทมัณฑนากรที่นายเลือกมา... ไม่ได้ใช้เรซูเม่ปลอมสมัครเข้ามาทำงาน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านริมฝีปากหยักได้รูปนั้นไม่ได้เจือแววขบขันเลยแม้แต่น้อย ภูผาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแกร่งที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามอารมณ์ เขากำลังจ้องมองแบบแปลนรีโนเวทห้องพัก V.I.P. ของโรงแรมบูติกหรูใจกลางเมืองด้วยสายตาราวกับมันเป็นกระดาษชำระใช้แล้ว
“โอ้ย คุณสถาปนิกผู้ไร้ที่ติ เบา,ซâครับ... เอ้ย เบาหน่อยเพื่อน พราวพิรุณเขาเป็นมือหนึ่งในวงการนะเว้ย ดีไซน์ของเธอกล้าได้กล้าเสีย ชิค เปรี้ยว และที่สำคัญ... ตรงโจทย์ที่เจ้าของโรงแรมต้องการเป๊ะ” กรณ์เอ่ยแก้คำพูดเกือบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่ตวัดมองมา
“กล้าได้กล้าเสียจนจะทุบผนังรับน้ำหนักของฉันทิ้งเนี่ยนะ?” ภูผาแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีเข้มคมกริบกวาดมองลายเส้นสีแดงที่ถูกวาดทับลงบนแปลนโครงสร้างหลักด้วยความหงุดหงิด “เธอคิดว่าโรงแรมนี้สร้างด้วยเลโก้หรือไง ถึงอยากจะรื้อตรงไหนก็รื้อตามใจชอบ”
“ก็ไปคุยกันเองเถอะน่า เธอนัดที่ไซต์งานบ่ายนี้พอดี” กรณ์ลอยหน้าลอยตาตอบก่อนจะรีบถอยกรูดไปหลบหลังเสาต้นใหญ่เมื่อร่างสูงสง่าของภูผาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวฉับๆ ออกจากห้องประชุมชั่วคราวตรงดิ่งไปยังพื้นที่รีโนเวทชั้นสิบห้าทันที
บรรยากาศภายในไซต์งานอบอุ่นไปด้วยฝุ่นปูนและกลิ่นสีจางๆ เสียงเครื่องมือช่างดังเป็นระยะ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของภูผาในวินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้ามา ไม่ใช่โครงสร้างที่กำลังปรับปรุง...
...แต่เป็นร่างเพรียวบางในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีขาวสะอาดตา เธอสวมหมวกนิรภัยสีเหลืองที่ดูขัดกับลุคแฟชั่นนิสต้า เส้นผมสีน้ำตาลเข้มยาวสลวยถูกรวบเป็นหางม้าสูง ใบหน้าเรียวรูปไข่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ทว่าสิ่งที่สะดุดใจที่สุดคือดวงตากลมโตคู่สวยที่กำลังฉายแววหงุดหงิดขณะยืนกอดอกฟังหัวหน้าคนงานอธิบายบางอย่าง
“ถ้าตรงนี้เราลดขนาดเสาลงครึ่งหนึ่ง พื้นที่ห้องสวีทจะดูกว้างขึ้นเป็นกอง คุณลุงว่าจริงไหมคะ?” เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยถามหัวหน้าช่างอย่างมั่นอกมั่นใจ
“ไม่ได้ครับคุณพราว!”
เสียงทุ้มห้าวที่แทรกขึ้นมาอย่างกะทันหันทำให้พราวพิรุณสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันขวับกลับไปมองตามต้นเสียง ดวงตากลมโตหรี่ลงทันทีเมื่อพบว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าสูงโปร่งจนเธอต้องเงยหน้ามองเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลานั้นบึ้งตึงราวกับโกรธใครมาสามชาติ แถมแววตาสีเข้มที่มองมายังเต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างไม่คิดจะปิดบัง
พราวพิรุณเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เธอปรายตามองป้ายชื่อพนักงานที่ติดอยู่บนอกเสื้อของอีกฝ่าย ‘ภูผา - สถาปนิกโครงการ’
*อ๋อ... ไอ้คุณสถาปนิกจอมเนียบที่กรณ์กรอกหูให้ฟังทุกวันสินะ*
“ขอโทษนะคะ... คุณคือใครคะ ถึงมาตะโกนขัดจังหวะการทำงานของฉัน” พราวพิรุณเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความจิกกัดในที เธอยกมือขึ้นกอดอกบ้าง เชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เสียเปรียบด้านความสูง
“ผมเป็นสถาปนิกหลักของโปรเจกต์นี้ และถ้าไม่อยากให้ตึกถล่มลงมาทับหัวคุณตายคาที่ กรุณาใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิดก่อนจะสั่งให้คนงานทุบโครงสร้างหลักทิ้ง” ภูผาย่างสามขุมเข้ามาประชิดตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุคลิกภาพเย็นชาพุ่งเข้าปะทะจมูกเธอทันที คำพูดคำจาร้ายกาจทำเอาพราวพิรุณเลือดขึ้นหน้า
“นี่คุณ! พูดจาให้มันดีๆ นะคะ ฉันแค่ออกความคิดเห็นในฐานะมัณฑนากร!” พราวพิรุณก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเขากลับบ้าง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบจะแนบชิด ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดุคมของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว “ถ้าคุณมีความสามารถพอที่จะออกแบบให้พื้นที่มันแคบและอึดอัดได้ขนาดนี้ ฉันก็คงต้องช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้มันใช้งานได้จริง ไม่ใช่เอาแต่กางตำราแล้วยืนเก๊กหล่อไปวันๆ!”
ภูผานิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ไม่ใช่เพราะตกใจที่โดนต่อว่า แต่เพราะผู้หญิงตรงหน้ากล้าต่อปากต่อคำกับเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายท้าทายแบบนี้เป็นคนแรก รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักหนา
“อ๋อ... มัณฑนากรสายแฟชั่นสินะครับ ที่เก่งแต่เรื่องแต่งเติมเปลือกนอกโดยไม่สนว่าข้างในมันจะกลกลวงหรือพังทลายลงมาเมื่อไหร่ ถ้าสมองของคุณมีรอยหยักมากพอที่จะเข้าใจหลักวิศวกรรมพื้นฐาน คุณคงไม่เสนอไอเดียปัญญาอ่อนแบบเมื่อกี้ออกมาหรอก”
“คุณว่าใครปัญญาอ่อนนะ?!” พราวพิรุณหมดความอดทน เธอยื่นนิ้วเรียวไปจิ้มอกแกร่งของเขาเน้นๆ อย่างเหลืออด “อีตาSarcasticเอ๊ย! หน้าตาก็ดูดีหรอกนะ แต่ปากเหมือนอมส้วมไว้ตลอดเวลาหรือไงคะ ถึงได้พ่นแต่คำทุเรศๆ ออกมาแบบนี้!”
“ปากเก่งนักนะ... อยากลองพิสูจน์ดูไหมล่ะครับว่าปากผมมันเป็นยังไง ถึงได้วิจารณ์งานคนอื่นได้เจ็บแสบขนาดนี้”
ภูผาโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาหาเธออย่างกะทันหัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนจนพราวพิรุณผะหนีด้วยความตกใจ ร่างบางเอนหลังไปด้านหลังตามสัญชาตญาณ แต่ท่อนแขนแข็งแรงของอีกฝ่ายกลับคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่ว รั้งเข้าประชิดตัวแนบแน่นในเสี้ยววินาทีจนหัวใจของเธอเต้นระรัวผิดจังหวะ
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความใกล้ชิดที่อันตรายเกินบรรยาย
“ปล่อยฉันนะไอ้บ้า...!” พราวพิรุณพยายามจะผลักอกเขาออก แต่ยิ่งดิ้น ภูผากลับยิ่งกระชับวงแขนแน่นขึ้น ดวงตาสีเข้มคมกริบคู่นั้นทอประกายลึกล้ำแปลกประหลาดขณะจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธ
ก่อนที่ริมฝีปากหยักร้ายกาจจะขยับเอื้อnเอ่ยคำพูดเย้าแหย่บางอย่างออก It...
“มีแขกไม่ได้รับเชิญเดินมาทางนี้แล้วครับ... คุณมัณฑนากรปากเก่ง”
เอมเมอรัลด์อายส์ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเข้ามาสัมผัสเคมีแรกพบอันดุเดือดนี้นะคะ
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 1
ศึกแรกพบที่ไซต์งาน
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!