กลิ่นอานิสงส์ของธูปหอมโบราณคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ในอากาศ รวิศแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่า ภาพตรงหน้าจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้รวดเร็วเพียงชั่วพริบตาเดียว นทีในยามนี้ไม่ได้เป็นเพียงอดีตนายตำรวจผู้แข็งกระด้างและยึดมั่นในหลักฐานเชิงประจักษ์อีกต่อไปแล้ว ดวงตาสสีดำสนิทไร้แววตานั้นจ้องมองมาที่เขา ราวกับกำลังมองทะลุผ่านวิญญาณของทนายหนุ่มเข้าไปถึงก้นบึ้งของความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุด
"นาย... ไม่ใช่นที" รวิศเอ่ยเสียงลอดไรฟัน มือข้างขวาที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ดกำยันต์แผ่นทองแดงที่หลวงปู่ให้มาแน่นจนแผ่นโลหะคมกริบบาดฝ่ามือ เนื้อเลือดซึมผ่านเนื้อผ้าออกมาเล็กน้อย แต่ความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความหนาแน่นของพลังงานมืดที่แผ่ออกมาจากร่างของอดีตผู้หมวดหนุ่ม
รอยยิ้มบิดเบี้ยวบนมุมปากของร่างตรงหน้าขยายกว้างขึ้น เสียงหัวเราะแหบพร่าดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอของนที ราวกับมีเสียงของคนหลายคนพูดซ้อนทับกันในเวลาเดียวกัน
"ทนายรวิศ... ผู้เที่ยวไล่ไขคดีให้คนตาย แต่กลับปกปิดความเน่าเฟะของตระกูลตัวเองไว้ใต้พรม น่าสมเพชเสียจริงนะ" เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของนที แต่มันคือเสียงกระซิบจากห้วงลึกที่รวิศจำได้แม่นยำ—เสียงของคนที่ควรจะตายไปในกองเพลิงเมื่อสิบห้าปีก่อน
ความทรงจำอันมืดมนถูกกระชากขึ้นมาอีกครั้ง ภาพเปลวเพลิงสีแดงฉานที่แผดเผาบ้านไม้หลังเก่า เสียงกรีดร้องของมารดา และเงาร่างของบิดาที่ถูกตรึงไว้กับเสาเรือนด้วยอาคมโบราณ ไหลทะลักเข้ามาในหัวของรวิศจนเขารู้สึกวิงเวียนศีรษะ โลกทั้งใบคล้ายกำลังหมุนคว่ำ
"แกเป็นใครกันแน่... ต้องการอะไรจากฉัน!" รวิศคำราม ลืมความเยือกเย็นที่เคยรักษาไว้จนหมดสิ้น สัมผัสพิเศษที่เปิดกว้างทำให้เขามองเห็นสายใยสีดำนับร้อยเส้นพุ่งออกมาจากร่างของนที ล่ามโซ่ตรึงวิญญาณของอดีตตำรวจหนุ่มไว้ไม่ให้ดิ้นรน
"อยากรู้ความจริงเรื่องคืนนั้นไม่ใช่หรือไงล่ะ..." นทีในร่างถูกครอบงำก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ ทุกย่างก้าวที่กระทบพื้นไม้ส่งเสียงดังสนั่นราวกับค้อนทุบลงบนแผ่นอกของรวิศ "ความจริงที่ว่า... พ่อแม่ของแกไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ หรือแม้กระทั่งการฆาตกรรมธรรมดา แต่พวกท่าน... เสนอหัวใจให้เป็นเครื่องสังเวย เพื่อแลกกับการมีชีวิตรอดของแกเองต่างหาก!"
ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม รวิศชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกะทันหัน ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก คำพูดนั้นพุ่งเป้าตรงเข้าสู่แผลเป็นในใจที่เขาพยายามกลบฝังมาตลอดชีวิต
"โกหก!" รวิศตוดลั่น สะบัดข้อมือซัดยันต์ทองแดงออกไปสุดแรงเกิด แสงสีทองสว่างวาบผ่าความมืดเข้าปะทะกับหน้าอกของนทีอย่างจัง
*เปรี้ยง!*
แรงปะทะทำให้ร่างของอดีตตำรวจหนุ่มกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เลือดสีดำสนิทกระเซ็นออกจากปากของนที ก่อนที่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นจะกระพริบถี่ๆ สติที่หลุดลอยไปชั่วขณะเริ่มกลับคืนมา นทีทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น หอบหายใจอย่างรุนแรงราวกับคนจมน้ำ
"รวิศ... เกิดอะไรขึ้น..." นทีเอ่ยเสียงสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลท่วมใบหน้า เขามองมือทั้งสองข้างของตัวเองที่สั่นระริกด้วยความหวาดกลัว "ฉัน... ฉันทำอะไรลงไป..."
"นายถูกมันใช้เป็นสื่อกลาง" รวิศก้าวเข้าไปประคองเพื่อนร่วมทางขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แม้หัวใจจะยังเต้นรัวระรัวด้วยความตกใจจากคำพูดเมื่อครู่ แต่สัญชาตญาณความเป็นนักสืบและทนายความบอกเขาว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งตกใจกับอดีต
สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องสืบสวนที่บัดนี้อุณห็ภูมิลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวจากลมหายใจ เงาดำแปลกประหลาดตามมุมห้องเริ่มขยับตัว ยืดขยายรูปร่างกลายเป็นอสุรกายไร้หน้าหลายตน คลืบคลานเข้ามาปิดล้อมทั้งสองคนไว้ทุกทิศทาง
"ทางออกถูกปิดตายแล้วครับคุณนที" รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่กลับมานิ่งสนิทอีกครั้ง แม้ภายในจะปั่นป่วนด้วยคำสารภาพเมื่อครู่เพียงใดก็ตาม เขาดึงมีดอาคมเล่มเล็กออกจากสาบเสื้อ กระชับมันไว้มั่นในมือขวา "ดูท่าทางว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญในคืนนี้ จะไม่ได้มาแค่เพื่อทวงหนี้แค้นธรรมดาเสียแล้ว"
นทีกัดฟันกรอด ฝืนพยุงร่างตัวเองลุกขึ้นยืนหยัดเคียงข้าง แม้ร่างกายจะยังอ่อนล้าจากการถูกควบคุม แต่สายตาคมกลาของอดีตนายตำรวจกลับฉายแววความดุดันและเด็ดเดี่ยวขึ้นมาอีกครั้ง "ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเมื่อกี้มันพูดอะไรกรอกหูแกบ้างรวิศ แต่ถ้ามันอยากได้ชีวิตเรา มันต้องผ่านศพฉันไปก่อน"
ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก รวิศหันไปมองสหายร่วมรบด้วยหางตา แววตาขอบคุณวาบผ่านความเย็นชาไปชั่วพริบตา อย่างน้อยในค่ำคืนที่ความจริงอันโหดร้ายของครอบครัวกำลังจะถูกเปิดเผย เขาก็ไม่ได้เผชิญหน้ากับมันเพียงลำพัง
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ตั้งกระบวนท่ารับมือกับฝูงเงาดำที่พุ่งเข้ามา เสียงกระดิ่งลมโบราณที่แขวนอยู่หน้าประตูกลับดังขึ้น... *กริ๊ง...* ทั้งที่ไม่มีลมพัดผ่านแม้แต่น้อย
พร้อมกันนั้น ประตูไม้บานเก่าก็ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างสตรีในชุดโบราณสีดำสนิท ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายพลังวิญญาณระดับที่ทำให้กระดูกในร่างกายของรวิศสั่นสะท้าน และเสียงกระซิบอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากเบื้องหลังของหญิงลึกลับผู้นั้น ก็ทำให้เลือดในกายของทนายหนุ่มเย็นเฉียบลงทันที
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกชายตัวน้อยของแม่"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ
ทนายวิญญาณผู้กุมชะตา กับศพปริศนาในเงามืด•ตอนที่ 10
คืนที่วิญญาณร่ำไห้
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายวิญญาณผู้กุมชะตา กับศพปริศนาในเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!