กระบี่วิปลาสสยบมาร กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ชำระแค้น•ตอนที่ 9

เลือดนองผืนป่า

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
"ขอบเขตลมปราณแท้จริงขั้นสมบูรณ์... พวกเจ้าคิดว่ามดปลวกจำนวนเท่านี้ จะเพียงพอให้กระบี่ในมือข้ากระหายได้กระนั้นหรือ?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามจากขุมนรกดังสะท้านสะเทือนไปทั่วรัศมีร้อยลี้ ป่าทึบเบื้องหน้ามิได้ถูกปกคลุมด้วยความสงบยามราตรีอีกต่อไป หากแต่ถูกย้อมด้วยสีเลือดฉานของอริราชศัตรูที่นอนเกลื่อนกลาดนับร้อยศพ กลิ่นอายคาวโลหิตคลุ้งตลบอบอวลปะปนไปกับไอหมอกยามวิกาล บรรยากาศรอบกายบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ หลี่มู่เฉินยืนหยัดอย่างองอาจ เส้นผมสีดำสนิทปลิวสยายตามแรงลมปราณที่แผ่พุ่งออกมาจากร่าง ดวงตาคมกริบทอประกายสีแดงฉานดั่งอสูรกายกระหายเลือด มือขวาของเขากำด้ามกระบี่วิปลาสแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "เจ้านาย... ข้าเตือนด้วยความหวังดีนะว่าพวกมันเป็นแค่สุนัขรับใช้ตระกูลหลง แต่เบื้องหลังพวกมันยังมีไอแก่ใกล้ลงโลงอยู่อีกคน ระวังจะสำลักเลือดตายเสียก่อนที่ข้าจะได้กินตับพวกมันล่ะ" อสูรพยัคฆ์เงาที่ย่อร่างเหลือเท่าลูกเสือโคร่งกระโจนขึ้นมาเกาะอยู่บนไหล่กว้าง มันส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ดวงตาสสีทองวาวโรจน์กวาดมองกลุ่มมือสังหารที่ยังเหลือรอดนับสิบคนที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว "หุบปากของเจ้าเสีย เจ้าแมวอ้วน หากเจ้ายังส่งเสียงน่ารำคาญ ข้าจะถลกหนังเจ้าไปทำพรมเช็ดเท้า" หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่ทำให้อากาศรอบกายแข็งตัว เบื้องหลังของเขา คือร่างระหงของเฟยหรง นางเซียนสาวผู้ถือครองพลังพิสุทธิ์แห่งตำหนักน้ำแข็งหล, ลมปราณเยือกแข็งรอบกายของนางแผ่รัศมีสีครามจางๆ ปกป้องพื้นที่ด้านหลังมิให้ละอองเลือดแปดเปื้อนอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ แม้ใบหน้าของนางจะยังคงราบเรียบเยชาดั่งน้ำค้างแข็งพันปี ทว่านัยน์ตาคู่สวยกลับทอดมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน นางเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงดุจหยกกระทบกัน "มู่เฉิน... พิษโลหิตในกายเจ้าเริ่มกำเริบอีกแล้ว อย่าหักโหมใช้พลังมากเกินไป" หลี่มู่เฉินชำเลืองสายตากลับมาเล็กน้อย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งทระนง "เพื่อปกป้องเจ้า ต่อให้ฟ้าดินล่มสลาย หรือกระอักเลือดตายคาที่ หลี่มู่เฉินผู้นี้ก็ไม่มีวันถอยแม้แต่ครึ่งก้าว" หัวใจของเฟยหรงกระตุกวูบ ความเย็นชาที่สะสมมานับร้อยปีราวกับถูกละลายด้วยคำกล่าวเพียงประโยคเดียว ทว่านางยังคงเก็บงำความห่วงใยไว้ภายใน ปล่อยให้พลังน้ำแข็งในกายโคจรเพื่อช่วยกดข่มพิษร้ายที่กำลังกัดกินชีพจรของเขา "อวดดีนัก! ตายเสียเถอะไอ้เด็กเหลือขอ!" ผู้นำกลุ่มมือสังหาร ซึ่งเป็นยอดฝีมือขอบเขตผสานวิญญาณขั้นต้น แผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ความอัปยศที่ถูกเด็กหนุ่มวัยเยาว์หยามเกียรติทำให้มันสูญเสียความสุขุม มันตบะทะลวงฝ่ามือออกสุดแรง เกิดเป็นเงาฝ่ามือเพลิงผลาญสวรรค์พุ่งแหวกอากาศเข้ามาหมายบดขยี้ศีรษะของหลี่มู่เฉินให้แหลกเป็นจุล แรงกดดันจากยอดฝีมือขอบเขตผสานวิญญาณทำให้พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของหลี่มู่เฉินยุบลงไปหลายชุ่น ต้นไม้รอบด้านหักโคั่นเป็นวงกว้าง ทว่าจอมยุทธ์หนุ่มกลับมิได้แสดงสีתตระหนกแม้แต่น้อย "ดี... เข้ามาพร้อมกันให้หมด!" หลี่มู่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในตันเถียนของเขา คลื่นพลังปราณกระบี่คำรามก้องดั่งมังกรผยอง เคล็ดวิชากระบี่วิปลาสบทที่สาม—'วิญญาณกระบี่ผ่าปฐพี' ถูกปลุกเร้าขึ้นอย่างสมบูรณ์! ฟุบ! ร่างของหลี่มู่เฉินหายวับไปจากจุดเดิม ราวกับภูตผีที่ไร้ร่องรอย ประกายแสงสีเลือดสว่างวาบขึ้นกลางความมืดมิด ท้องนภาที่เคยไร้เมฆหมอกพลันปรากฏสายฟ้าสีโลหิตผ่าฟาดลงมาผสานกับคมกระบี่ในมือ *ฉับพลัน!* เวลาในสายตาของทุกคนคล้ายหยุดเดิน คมกระบี่วิปลาสกรีดผ่านอากาศด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง เงากระบี่สายหนึ่งทอดยาวนับร้อยวา ผ่ากลางเงาฝ่ามือเพลิงผลาญสวรรค์ออกเป็นสองเสี่ยงอย่างง่ายดายราวกับตัดเต้าหู้ ผู้นำมือสังหารเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ความหวาดกลัวที่แท้จริงเพิ่งคืบคลานเข้าเกาะกุมขั้วหัวใจ เมื่อมันตระหนักได้ว่าช่องว่างระหว่างขอบเขตพลังของมันกับเด็กหนุ่มผู้นี้มิใช่สิ่งที่ประสบการณ์จะทดแทนได้ "วิชาบ้าอะไรกัน..." มันพึมพำได้เพียงแค่นั้น ร่างของยอดฝีมือขอบเขตผสานวิญญาณแข็งค้างกลางอากาศ ก่อนที่ลำตัวจะถูกแยกออกเป็นสองส่วนอย่างประณีต โลหิตสีแดงฉานพวยพุ่งราวน้ำพุ สาดกระเซ็นย้อมผืนป่าให้กลายเป็นสีแดงฉาดสมชื่อตอน ความตายของหัวหน้ากลุ่มทำให้มือสังหารที่เหลืออยู่โยนอาวุธทิ้งด้วยความหวาดผวา พวกมันหันหลังกลับและวิ่งหนีเอาชีวิตรอดราวกับฝูงสุนัขจนตรอก "คิดจะหนี? ถามกระบี่ในมือข้าหรือยัง" หลี่มู่เฉินแค่นเสียงเย็นชา สะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว คลื่นกระบี่นับร้อยสายพุ่งทะยานออกไปดั่งห่าฝน เสียบทะลุร่างของมือสังหารที่เหลือจนหมดสิ้นในพริบตาเดียว ความเงียบสงบกลับคืนสู่ผืนป่าอีกครั้ง มีเพียงเสียงหยดเลือดที่ไหลรินจากคมกระบี่กระทบพื้นดิน ทว่า ในวินาทีที่หลี่มู่เฉินกำลังจะเก็บกระบี่เข้าฝัก ร่างกายของเขากลับเซถลาเล็กน้อย กระอักโลหิตสีดำสนิทออกมาคำโต พิษโลหิตที่ถูกสะกดไว้ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม พลังปราณทั่วร่างปั่นป่วนจนแทบแตกสลาย "มู่เฉิน!" เฟยหรงพุ่งตัวเข้าไปรับร่างที่กำลังจะล้มลงของเขาไว้ได้อย่างทันท่วงที ปลายมือน้ำแข็งของนางสัมผัสได้ถึงไอความร้อนระอุที่แผดเผาจากร่างของเขา "ข้า... ไม่เป็นไร..." หลี่มู่เฉินฝืนยิ้ม พยายามเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มเนียนนุ่มของนาง ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วจะทันได้แตะต้อง ท้องฟ้าเบื้องบนกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ *เปรี้ยง!* สายฟ้าสีทองคำขาวสายมหึมาผ่าลงมาจากสรวงสวรรค์ พุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ราวกับต้องการลงทัณฑ์ผู้ฝืนลิขิตฟ้า พร้อมๆ กับเงาร่างปริศนาในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่ง ที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง พร้อมกับกลิ่นอายกดดันระดับจักรพรรดิเทพที่ทำให้หัวใจของเฟยหรงหยุดเต้นไปชั่วขณะ... ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้กระบี่วิปลาสเล่มนี้ก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปด้วยกันนะครับ — **ลั่วอสูรหมื่นภูผา**
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสยบมาร กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%