กลิ่นของสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินไม่เคยเป็นมิตรกับใคร และสำหรับรินแล้ว มันคือกลิ่นอายของงานที่มักจะนำพาความปวดหัวมาให้เสมอ
"ร่องรอยถูกลบจนเกลี้ยง ไม่มีรอยนิ้วมือ ไม่มีคราบดีเอ็นเอ แม้แต่ฝุ่นละอองบนพื้นก็ยังไม่ถูกรบกวน... เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานข้างนอกลงความเห็นว่าเป็น 'การตายธรรมชาติ' ครับ อาจารย์"
รินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมกวาดมองร่างไร้ลมหายใจของชายวัยกลางคนบนเก้าอี้โยก ศพนั้นนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานที่สะอาดสะอ้าน ราวกับเจ้าตัวแค่หลับตาลงชั่วคราว ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีบาดแผลภายนอก ทว่า สัญชาตญาณของนักสืบมือใหม่กลับร่ำร้องว่านี่คือคดีฆาตกรรมที่แยบยลที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ
ดร.อลิซ ผู้ยืนกอดอกพิงกรอบประตู เคาะนิ้วเรียวยาวลงกับข้อศอกเบาๆ แววตาสีฟ้าครามใต้ปอยผมสีเงินยวงสะท้อนแสงไฟนีออนสลัว เธอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย คล้ายจะเย้าแหย่แต่ก็แฝงความคาดหวัง
"ถ้ามองด้วยตาเปล่าและเครื่องมือวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ มันก็คงเป็นเช่นนั้นแหละนะ ริน" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบของเธอดังขึ้น "แต่ระบบที่เราถือครองอยู่ไม่ได้ถูกสร้างมาให้มองโลกแคบเพียงแค่สิ่งที่ตาเห็น... นายรู้หน้าที่ของตัวเองดีนี่"
รินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบที่จะตามมา เขายกมือขึ้นดันกรอบแว่นขึ้นเล็กน้อย เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงก้องกังวานในหัวสมองดังขึ้น
[ติ๊ง!]
[ระบบตรวจสอบวิญญาณและร่องรอยอดีตทำงาน...]
[เงื่อนไขการใช้งาน: 'จักษุสามัญ' (Level 1) กำลังเชื่อมต่อ]
[คำเตือน: ตรวจพบความซับซ้อนของร่องรอยระดับสูง พลังงานจิตวิญญาณที่ต้องใช้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบไหลเวียนโลหิต]
พริบตาที่อินเทอร์เฟซโปร่งแสงสีฟ้าปรากฏขึ้นเบื้องสายตา โลกทั้งใบก็เปลี่ยนเป็นสีโมโนโครม ภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายซ้อนทับเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ รินเห็นชายผู้ตายกำลังนั่งทำงานอยู่ตามปกติ ก่อนที่เงาสะท้อนในกระจกเงาด้านหลังจะขยับเคลื่อนไหวได้เอง เงาดำสนิทไร้ใบหน้านั้นยื่นมือทะลุกรอบกระจกออกมา บีบเข้าที่ลำคอของเหยื่ออย่างเงียบเชียบและไร้ซึ่งความปรานี เหยื่อพยายามอ้าปากร้องขอความช่วยเหลือ แต่อากาศทั้งหมดกลับถูกดูดหายไปในพริบตาเดียว
มันคือการฆาตกรรมด้วย "เวทมนตร์" หรือพลังเหนือธรรมชาติที่ระบบวิทยาศาสตร์ทั่วไปไม่มีทางตรวจจับได้!
แต่ทว่า...
[เตือนภัย! ความดันโลหิตพุ่งสูงเกินขีดจำกัดปลอดภัย 160/100 mmHg!]
[อัตราการเต้นของหัวใจ: 135 ครั้งต่อนาที!]
[คำแนะนำ: โปรดถอดแว่นตาออกทันที มิฉะนั้นท่านอาจหมดสติด้วยอาการเส้นเลือดในสมองตีบ!]
"อึก..." รินทรุดตัวลงคุกเข่ามือข้างหนึ่งกุมขมับแน่น เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า ความเจ็บแปล๊บราวกับมีเข็มนับพันเล่มพุ่งเข้าชนสมองทำให้เขาลืมตาแทบไม่ขึ้น ภาพอดีตที่กำลังไขปริศนาขาดสะบั้นลงทันทีเมื่อเขาฝืนดึงสติแล้วกระชากแว่นตาออกจากใบหน้า
ลมหายใจหอบถี่รัว รินพยายามยันกายลุกขึ้นโดยมีมือเรียวของดร.อลิซเข้ามาประคองรับไว้ทันเวลา ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอช่วยดึงเขากลับมาจากขอบเหวแห่งความมืดได้อย่างทันท่วงที
"บอกแล้วไงว่าอย่าฝืนใช้เกินสามวินาทีในคเรกแรกแบบนี้" อลิซถอนหายใจยาวอย่างระอา แต่แววตาที่มองมากลับเต็มไปด้วยความห่วงใย เธอหยิบผ้าเช็ดหน้ายื่นให้เขา "นายยังเป็นแค่นักสืบฝึกหัด เลเวลของสกิลยังต่ำเกินกว่าจะแบกรับแรงสะท้อนจากคดีที่มีพลังงานระดับนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง"
"ผม... เห็นครับอาจารย์" รินกัดฟันพูด เสียงของเขาแหบพร่าแต่แววตากลับเปล่งประกายความมุ่งมั่นอย่างชัดเจน "มันไม่ใช่การตายธรรมชาติ... มีคนใช้พลังควบคุมเงาฆ่าเขาจากข้างในกระจก... ไม่มีร่องรอย ไม่ใช่เพราะมันไม่มี แต่เพราะฆาตกรจงใจลบมันออกไปพร้อมกับดึงวิญญาณเหยื่อให้ติดอยู่ในกระจกบานนั้น!"
อลิซหันไปมองกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ดวงตาคมกราบกวาดมองลวดลายสลักโบราณบนกรอบไม้สีเข้ม รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอจางหายไปแทนที่ด้วยความจริงจัง
"สมกับที่เป็นลูกศิษย์ของฉัน นายมองเห็นแก่นแท้ของคดีนี้ได้เร็วกว่าที่คิด" อลิซกล่าวพางusปัดปอยผมทัดหู "แต่ริน นายคิดว่าคดีนี้มันจบแค่การไขปริศนาวิธีฆ่าอย่างนั้นหรือ? ลองหันไปมองที่โต๊ะทำงานของเหยื่อสิ... สิ่งที่เขาพยายามปกป้องก่อนตาย มันหายไปไหนล่ะ?"
รินเบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่า เอกสารสำคัญ แฟ้มข้อมูลลับ หรือแม้แต่ปากกาที่ควรจะวางอยู่ กลับเหลือเพียงพื้นที่ว่างและรอยฝุ่นจางๆ ที่ถูกเช็ดทำความสะอาดไปอย่างเร่งรีบ
ทั้งๆ ที่ห้องนี้ถูกล็อกกลอนจากด้านใน และไม่มีใครสามารถเข้ามาได้เลยนับตั้งแต่เวลาที่ผู้ตายเสียชีวิต!
[ติ๊ง!]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอีกครั้งในหัวของริน แต่มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ ทว่ามันคือเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่สั่นระรัวจนหน้าจอโปร่งแสงแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
[ตรวจพบความผิดปกติของข้อมูลระบบ!]
[ภารกิจลับระดับ SSS ถูกกระตุ้นโดยอัตโนมัติ: 'ผู้แทรกซึมหลังกระจก']
[เป้าหมาย: ค้นหาความจริงเบื้องหลังคดีฆาตกรรมไร้ร่องรอย ก่อนที่เงื่อนไข 'เวลาชีวิต' ของท่านจะหมดลงในอีก 72 ชั่วโมง]
[ประกาศฉุกเฉิน: ฆาตกรที่ท่านกำลังตามหา... กำลังยืนมองท่านผ่านเงาสะท้อนในกระจกด้านหลัง ณ เวลานี้]
ความเย็นเยียบแล่นพล่านตั้งแต่ปลายเท้าลามขึ้นมาถึงต้นคอ รินตัวแข็งทื่อ ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นห้องใต้ดินอันมืดมิด
ในขณะที่เขากำลังจะหันกลับไปมองกระจกบานนั้นตามคำเตือนของระบบ มืออันเย็นเฉียบของดร.อลิซก็คว้าไหล่เขาไว้แน่น พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังข้างหูท่ามกลางความเงียบงัน
"อย่าหันหลังไป... ริน... ตอนนี้มันไม่ได้มองแค่นนายคนเดียวแล้วล่ะ"
**************************************************
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาบทแรกไปด้วยกันนะครับ
แฟ้มคดีจารึกวิญญาณ: ไขปริศนาลับฉบับมือใหม่หัดสืบ•ตอนที่ 1
แต้มปริศนาในคดีแรก
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีจารึกวิญญาณ: ไขปริศนาลับฉบับมือใหม่หัดสืบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
