เสียงตบโต๊ะกระจกนิรภัยดังสนั่นหวั่นไหว เศษเสี้ยวความเปราะบางของมันกระจายเกลื่อนพื้นห้องประชุมวีไอพีชั้นสูงสุด อาคเนย์หอบหายใจด้วยความโกรธจัด ดวงตาแดงก่ำจ้องมองชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่เบื้องฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เชื่อสายตา ในขณะที่คีย์ยังคงรักษา叶ยิ้มบางๆ บนมุมปาก ท่าทีที่สุขุมราวกับสายน้ำเชี่ยวกรากใต้พื้นผิวน้ำอันสงบนิ่ง ยิ่งทำให้ทายาทตระกูลใหญ่ผู้เย่อหยิ่งรู้สึกเหมือนตนเองเป็นตัวตลกในสายตาของอีกฝ่าย
"แก... แกคิดว่าแกเป็นใครวะ ไอ้คีย์! แค่เศษสวะที่เคยคุกเข่าขอร้องกราบกรานบริษัทฉันเมื่อเดือนก่อน ตอนนี้กล้าดียังไงมาฮุบหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์สุดท้ายในมือฉัน!" เสียงคำรามของอาคเนย์ดังลั่นจนเลขานุการหน้าห้องไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
คีย์ไม่รีบร้อนตอบ เขายกถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาชั้นดีลอยวนอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดอากาศหายใจ สายตาคมกราบกวาดมองเอกสารสิทธิ์ในมือที่ถูกเซ็นโอนถ่ายอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
โลกนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคุณธรรมและความพยายามอย่างที่ตำราเรียนหลอกเด็กหรอกครับ... โลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยตัวเลขในบัญชีและอำนาจดิบเถื่อนที่สามารถซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งศักดิ์ศรีของคนที่เคยเหยียบย่าำหัวเราะเขาในอดีต
"ผมก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่บังเอิญ... มีวงเงินในบัตรที่พวกคุณไม่มีวันจินตนาการถึงก็เท่านั้นเองครับ อาคเนย์" คีย์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง
รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าของอาคเนย์บิดเบี้ยว เขากัดฟันกรอดจนเส้นเลือดปูดโปーンที่ขมับ "คิดว่ามีเงินแล้วจะยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าหรือไงวะ! ตระกูลของฉันรากฐานหยกลึกถึงขั้วอำนาจมืดและรัฐบาล ต่อให้แกมีเงินสดเป็นแสนล้าน แกก็เป็นแค่หมูในอวนที่รอวันเชือด—!"
"พอได้แล้วมั้งครับ อาคเนย์... เสียงดังหนวกหูคนอื่นเขา"
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังอย่างประหลาดดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเดือดดาล
ริน ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ของคีย์มาโดยตลอด ค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว เธอไม่ได้สวมชุดพนักงานต้อนรับราคาถูกหรือเสื้อผ้าเรียบง่ายเหมือนวันที่เคยนั่งกินบะหมี่ข้างถนนด้วยกันอีกแล้ว วันนี้เธอสวมชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทที่ตัดเย็บด้วยมือจากช่างเสื้อชั้นนำในมิลาน เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตเผยให้เห็นลำคอระหงและดวงหน้าที่นิ่งสนิทไร้ความรู้สึก ทว่ากลับแผ่รังสีความกดดันระดับสูงออกมาจนอาคเนย์ถึงกับชะงักกึก
"แก... ยัยผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนี้ เป็นแค่เด็กเสิร์ฟที่คีย์เก็บมาเลี้ยงไม่ใช่รึไง กล้าดียังไงมา..." อาคเนย์หันไปชี้หน้าเธอด้วยความโมโห
รินปรายตามองเขาเพียงนิดเดียว สายตานั้นว่างเปล่า เย็นชา และเต็มไปด้วยความดูแคลนราวกับกำลังมองแมลงสาบตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นรนบนพื้นคอนกรีต
"เด็กเสิร์ฟเหรอครับ..." เสียงทุ้มต่ำของคีย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "คุณนี่ตาบอดสนิทจริงๆ อาคเนย์... ถึงได้มองไม่ออกเลยว่า เพชรแท้ที่อยู่ตรงหน้าคุณคือใคร"
ทันใดนั้น ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ก้าวเข้ามาพร้อมกับชายชุดสูทสีดำนับสิบคน ท่าทางองอาจและระแวดระวังตัวราวกับหน่วยรบพิเศษ พวกเขายืนเรียงแถวโค้งคำนับให้รินด้วยความเคารพสูงสุดจนมุมห้องแทบแคบลงไปถนัดตา
อาคเนย์เบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อชายวัยกลางคนสวมแว่นตาไร้กรอบ ทนายความประจำตระกูลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ เดินก้มศีรษะถือแฟ้มหนังสีแดงสดเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าริน
"ท่านประธาน... ทุกอย่างเรียบร้อยตามคำสั่งของท่านแล้วครับ ตระกูลพงศ์สุริยา ถูกระงับวงเงินสินเชื่อทั้งหมด และหุ้นในเครือแปดสิบเปอร์เซ็นต์ถูกโอนเข้าสู่กองทุนลับของท่านเสร็จสิ้นสมบูรณ์"
เสียงทนายความสูงวัยรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเทาด้วยความยำเกรง ทำเอาอาคเนย์ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ลมหายใจสะดุดกะทันหัน สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก
ตระกูลพงศ์สุริยา... ตระกูลอันดับหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังเศรษฐกิจและการเมืองมาหลายชั่วอายุคน? ผู้มีอำนาจล้นฟ้าที่แม้แต่รัฐมนตรียังต้องก้มหัวให้... แท้จริงแล้วมีผู้ถือครองอำนาจสูงสุดที่แท้จริงคือหญิงสาวที่เขาเคยออกปากดูถูกเหยียดหยามว่าเป็นแค่เศษสวะข้างถนนเนี่ยนะ!
รินก้มลงมองอาคเนย์ที่กำลังนั่งตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ ทั้งสิ้น
"คุณเคยมั้ยครับ อาคเนย์..." รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะแต่น่าสะพรึงกลัว "ความรู้สึกของการยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร แล้วจู่ๆ ก็มีคนถีบคุณลงมาในนรกโดยที่คุณไม่ทันได้ตั้งตัว..."
เธอย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวงามเชยคางของอาคเนย์ให้เงີยขึ้นสบตา
"ฉันเคยสัมผัสมันมาแล้ว... ในวันที่ตระกูลของฉันถูกพวกคุณรุมทึ้งและขับไล่ออกไปอย่างไร้ความปรานีเมื่อสิบปีก่อน วันนี้... ฉันแค่มารับสิ่งที่ควรจะเป็นของฉันคืนเท่านั้นเองครับ"
ดวงตาของอาคเนย์เบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกถึงขีดสุด เมื่อสมองประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ "แก... แกคือทายาทคนสุดท้ายของตระกูล... รินรดา! คนที่หายสาบสูญไปหลังจากเหตุการณ์ฆ่าล้างตระกูลเมื่อสิบปีก่อน!"
"ยินดีด้วยครับที่ความจำดีขึ้นมาบ้าง" รินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้าที่อย่างสง่างาม "แต่... น่าเสียดายที่มันสายเกินไป"
คีย์ลุกขึ้นยืนเคียงข้างเธอ มือหนายื่นไปโอบไหล่บางของหญิงสาวไว้ด้วยความทะนุถนอม รอยยิ้มของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความอบอุ่นแบบคนธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคือรอยยิ้มของ "ผู้เล่น" ที่เคลียร์เกมได้สมบูรณ์แบบ และพร้อมจะรีเซ็ตกระดานใหม่ทั้งใบ
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของอาคเนย์แผดเสียงดังลั่นติดต่อกันไม่หยุด เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา หน้าจอแสดงข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารและตลาดหลักทรัพย์—บัญชีทั้งหมดถูกอายัด ทรัพย์สินถูกยึด และบริษัทประกาศล้มละลายอย่างเป็นทางการภายในเวลาไม่ถึงสามนาที
ทุกอย่างพังทลาย... พังทลายลงต่อหน้าต่อตาในชั่วพริบตาเดียว!
อาคเนย์กรีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ พยายามจะพุ่งตัวเข้าไปหาคีย์และริน แต่ทว่าการ์ดชุดดำนับสิบคนได้เข้ามาตรึงร่างของเขาไว้กับพื้นอย่างไร้ความปราณี แรงกดดันมหาศาลจากทั้งอำนาจเงินและพลังอำนาจลึกลับบดขยี้เขาจนหมดสภาพ
"พวกคุณ... พวกคุณจะทำอะไรกับผม!" อาคเนย์ตะโกนสุดเสียง น้ำตาไหลพรากด้วยความสิ้นหวัง
คีย์ก้มมองลงมาด้วยสายตาเรียเฉย นิ้วเรียวหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ ในมือ
"เราไม่ได้ทำอะไรคุณหรอกครับ... เราแค่จะให้คุณได้ไปสัมผัสชีวิตแบบเดียวกับที่ผมเคยเจอเมื่อสิบปีก่อน ตอนที่ไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกินสักมื้อ" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ
รินหันหลังเดินนำออกไปจากห้องประชุม ทิ้งให้อาคเนย์นอนดิ้นรนอยู่บนพื้นท่ามกลางความมืดมิดของอำนาจที่ไร้ก้นบึ้ง ขณะที่คีย์กำลังจะก้าวเท้าตามออกไป เสียงแจ้งเตือนจากระบบลึกลับในหัวของเขาก็ดังขึ้นพร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีทองที่สว่างวาบขึ้นกลางอากาศ
[ติ๊ง! ภารกิจทำลายล้างโครงสร้างอำนาจ: สำเร็จ 100%]
[ปลดล็อกสิทธิ์พิเศษระดับสูงสุด: การเข้าซื้อกิจการข้ามชาติและระบบควบคุมเครือข่ายโลก]
[ยอดเงินในบัญชีปัจจุบัน: ∞ (ไม่จำกัดวงเงิน)]
คีย์หยุดเดินชั่วขณะ เขายกมุมปากขึ้นยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะกดแตะหน้าจออากาศเพื่อยืนยันคำสั่งสุดท้าย ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ที่จอดรออยู่บนดาดฟ้าตึกก็คำรามก้องกังวาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนการรูดบัตรเครดิตสีดำวงเงินอนันต์ที่ดัง "ติ๊ง!" ยืนยันการปิดดีลประวัติศาสตร์ครั้งใหม่
และในวินาทีนั้นเอง ประลิบลิ่วของลิฟต์แก้วความเร็วสูงก็เปิดออกเผยให้เห็นบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็น...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปสู่จุดพังทลายของโลกใบนี้ด้วยกันนะครับ
- จอมเวทไร้นาม -
ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง•ตอนที่ 35
พลังของรินที่ถูกเปิดเผย
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!