เสียงคำรามต่ำทุ้มราวกับสัตว์ร้ายในกรงขังที่ถูกปลดปล่อย ดังสะท้านก้องลานจอดรถชั้นวีไอพีของโรงแรมแกรนด์ริเวียร่า แรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ V12 เทอร์โบคู่ ไม่เพียงแต่ทำให้พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าสะเทือน แต่มันยังสั่นคลอนอีโก้ของทุกสายตาที่จับจ้องมายังจุดนี้
"เป็นไปไม่ได้... รถคันนั้นมัน..."
เสียงอุทานหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของพนักงานต้อนรับผู้เคยใช้สายตาดูแคลนคีย์และรินเมื่อไม่กี่นาาทีก่อน หน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อประตูกรรไกรสีดำด้านสนิทของซูเปอร์คาร์มูลค่าเก้าหลักค่อย ๆ เปิดยกขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับปีกของมัจจุราชที่กางออก
คีย์ก้าวขาลงมาจากเบาะหนังแท้ตัดเย็บพิเศษ สัมผัสแรกของรองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนพื้นผิวซีเมนต์ด้วยจังหวะที่มั่นคงและเยือกเย็น เสื้อสูทสั่งตัดเข้ารูปขับเน้นรูปร่างที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ทว่าสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่าเสื้อผ้าอาภรณ์ราคาแพง ก็คือรัศมีรอบตัวที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน อดีตพนักงานบริษัทผู้ก้มหัวให้ระบบทุนนิยมอันโหดร้าย บัดนี้ได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงชายหนุ่มผู้กุมอำนาจชี้เป็นชี้ตายในมือ
รินก้าวตามลงมาจากฝั่งผู้โดยสาร เธอสวมชุดเดรสยาวเข้ารูปสีรัตติกาลที่ขับเนศรวงทรงและทรวดทรงอันเย้ายวน ดวงตาคู่คมกวาดมองกลุ่มคนที่เคยเหยียดหยามพวกเขาล่วงหน้าด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงามจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ แต่ในขณะเดียวกันก็เย็นชาเสียจนไม่มีใครกล้าสบตา
"คุณคีย์ครับ... ทางอาคเนย์และพรรคพวกกำลังรออยู่ในห้องจัดเลี้ยงชั้นบนแล้วนะครับ" รินกระซิบเบา ๆ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าแฝงประกายความตื่นเต้นที่ถูกเก็บงกดมานานสามปีเต็ม
"ปล่อยให้พวกมันรอไปก่อนครับริน ความทรมานที่แท้จริง มักเริ่มต้นจากการทำให้เหยียดความหวังจนถึงขีดสุดเสียก่อน" คีย์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนรินต้องลอบยิ้มด้วยความพึงพอใจในความเด็ดขาดของชายหนุ่ม
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากทางเข้าลานจอดรถ อาคเนย์ ทายาทมหาเศรษฐีผู้สวมชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่ว เดินนำหน้าบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสี่คนเข้ามาด้วยท่าทางหยิ่งผยอง สีหน้าของเขาบึ้งตึงด้วยความหงุดหงิดที่ต้องลงมาดูหน้า 'ไอ้ขี้แพ้' ตามข่าวลือ ทว่าเมื่อสายตาของอาคเนย์ปะทะเข้ากับตัวรถซูเปอร์คาร์คันงาม และร่างของคีย์ที่ยืนพิงประตูปิดท้ายรถด้วยท่าทางสบาย ๆ ฝีเท้าของเขาก็ชะงักกึกทันที
ดวงตาของอาคเนย์หรี่แคบลง ความตกใจฉายชัดผ่านม่านตาชั่วพริบตาก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความริษยาและดูถูกเช่นเคย
"โฮ... นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้สุนัขจนตรอกที่เพิ่งโดนไล่ออกจากบริษัทนี่เอง" อาคเนย์หัวعาส in their throat หัวเราะเยาะในลำคอ พร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีคุกคาม "ไปขโมยเงินบริษัทไหนมาซื้อรถคันนี้ล่ะคีย์ หรือว่า... เอาตัวเข้าแลกกับเสี่ยแก่ ๆ ที่ไหนมา ถึงได้มีปัญญามาเหยียบที่นี่ได้"
คำพูดดูถูกเหียดหยามพรั่งพรูออกมาจากปากของทายาทตระกูลใหญ่ บอดี้การ์ดด้านหลังต่างส่งเสียงหัวเราะเยาะตามนายของตน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดันและความสนุกสนานบนความฉิบหายของคนอื่น
ทว่า... คีย์กลับไม่แสดงอาการโกรธเกรี้ยวแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อสูทอย่างใจเย็น ราวกับกำลังฟังเสียงแมลงหวี่น่ารำคาญบินผ่านหู
"รถคันนี้ราคาแปดสิบล้านครับอาคเนย์" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มสุภาพปรากฏบนใบหน้า "และบังเอิญว่า... มันเพิ่งถูกโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของผมเมื่อสิบนาาทีก่อนนี่เอง"
"ตลกน่า! แกจะมีปัญญาเอาเงินที่ไหนมาซื้อรถระดับนี้!" อาคเนย์ตวาดเสียงกร้าว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโมโหที่ถูกเมินเฉยต่อท่าทีเย่อหยิ่งของเขา "ต่อให้แกทำงานจนตายห่าไปสชาตินี้ ก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อล้อรถคันนี้ด้วยซ้ำ!"
คีย์ไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อสูทออกเล็กน้อย ก่อนจะควักกระเป๋าหนังเทียมราคาถูกที่รินเคยซื้อให้เมื่อหลายปีก่อนออกมา โยนมันลงแทบเท้าของอาคเนย์อย่างไม่ไยดี
เสียงกระเป๋าหนังเก่า ๆ กระแทกพื้นคอนกรีตดังทึบ ๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ
"เงินเดือนของผมมันน้อยนิดครับ... แต่เผื่อคุณจะลืมไปว่า โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเงินเดือนประจำ" คีย์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้อาคเนย์ทีละก้าว แรงกดดันมหาศาลจากจิตสังหารที่ถูกหล่อหลอมด้วยระบบบัตรดำพังทลายโลกแผ่ซ่านออกมาจนบอดี้การ์ดทั้งสี่คนต้องถอยหลังไปคนละก้าวโดยไม่รู้ตัว "ระบบโครงสร้างที่คุณภูมิใจนักหนา... วันนี้ มันกำลังจะพังทลายลงด้วยเงินในกระเป๋าของผมเอง"
อาคเนย์หน้าถอดสี ความมั่นใจทั้งหมดเริ่มสั่นคลอนเมื่อสบเข้ากับดวงตาสนุกสนานที่ลึกล้ำราวกับห้วงเหวลึกของคีย์ เขากัดฟันกรอด พยายามจะยกมือขึ้นสั่งให้ลูกน้องเข้าไปจัดการ
"จัดการมันซ...!"
**ติ๊ง!**
เสียงแจ้งเตือนจากระบบสมาร์ทโฟนระดับไฮendในกระเป๋าเสื้อสูทของอาคเนย์ดังขึ้นขัดจังหวะ ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา และเมื่อก้มลงมองข้อความบนหน้าจอ สีหน้าของทายาทมหาเศรษฐีก็แปรเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดราศศพทันที
[ด่วนที่สุด: ตลาดหุ้นของกลุ่มบริษัทอาคเนย์กรุ๊ป กำลังถูกเทขายอย่างหนักในรอบ 3 วินาทีที่ผ่านมา มูลค่าความเสียหายทะลุ 5,000 ล้านบาท และบัญชีธนาคารหลักทั้งหมดของคุณถูกระงับการใช้งานโดยคำสั่งฉุกเฉินจากผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่...]
อาคเนย์เบิกตากว้างจนแทบถล่นออกจากเบ้า ลมหายใจติดขัด เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับคีย์อีกครั้ง
คีย์ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ดังก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของอาณาจักรตระกูลคุณนะครับ... คุณชายอาคเนย์"
...
[Cliffhanger Hook]
ในวินาทีที่อาคเนย์กำลังจะทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความสิ้นหวัง หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานของระบบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าคีย์ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัว: **[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงเครือข่ายลับ... และเจ้าของกุญแจอีกดอก ได้ส่งข้อความมาถึงท่านแล้ว: "นานเกินไปแล้วนะ... คีย์ ที่รักของฉัน"]** — ร่างของหญิงสาวลึกลับในชุดฮู้ดสีดำสนิทคนหนึ่ง ก้าวออกมาจากเงาเสาปูนด้านหลัง พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคีย์กระตุกวูบ...
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 4 นี้ด้วยกันนะครับ หวังว่าจะสนุกและตื่นเต้นไปกับก้าวแรกของการล้างแค้นนี้นะครับ
ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง•ตอนที่ 4
รถหรูคันแรกกับสายตาที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!