แสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือสะท้อนลงบนนัยน์ตาคมกราบของคีย์ ความเงียบงันภายในห้องพักส่วนตัวบนชั้นเจ็ดสิบของโรงแรมระดับหกดาวแผ่ขยายออกไปราวกับกาลเวลาถูกหยุดไว้ชั่วขณะ ข้อความสั้นๆ ห้าคำบนหน้าจอระบบยังคงสว่างวาบ ทว่าสิ่งที่น่าสนใจกว่าหาใช่คำเตือนไร้สาระพวกนั้นไม่ หากแต่เป็นเสียงเคาะประตูด้านนอกที่ดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะสามครั้ง... ชัดเจน และทรงพลัง
รินที่กำลังยืนอยู่ริมกระจกบานยักษ์เพื่อมองทัศนียภาพยามค่ำคืนของมหานครเบื้องล่าง หันกลับมามองเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยของเธอหรี่ลงอย่างใช้ความคิด รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างมีความหมาย
"ดูเหมือนว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญ จะมาเร็วกว่าที่ระบบคำนวณไว้นะครับ คุณคีย์" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความเย้าหยวนของรินดังขึ้น เธอขยับตัวเข้ามาใกล้ พร้อมกับจัดปกเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทราคาแพงระยับให้ชายหนุ่มอย่างเบามือ
คีย์ไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่ปัดหน้าจอระบบทิ้งด้วยปลายนิ้ว ใบหน้าของอดีตพนักงานบริษัทที่เคยถูกเหยียบล่าง บัดนี้เรียบเฉยราวน้ำนิ่งในบึงลึก ทว่าแววตากลับเปล่งประกายอำนาจที่สามารถบดขยี้ชีวิตใครสักคนให้แหลกคาเท้าได้ด้วยการกระดิกนิ้วเดียว
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะครั้งที่สองดังขึ้น หนักแน่นยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของชายฉกรรจ์ที่ลอดผ่านเข้ามาจากหน้าประตู
"คุณคีย์ครับ... ทางเราได้รับคำสั่งจากท่านประธานอาคเนย์ ให้มาเชิญคุณลงไปพบที่ล็อบบี้ชั้นล่าง หวังว่าคุณคงจะไม่ปฏิเสธความหวังดีนี้นะครับ"
เสียงนั้นไม่ใช่การเชิญชวน แต่เป็นการขู่บังคับอย่างโจ่งแจ้ง อาคเนย์... ทายาทตระกูลธุรกิจยักษ์ใหญ่ผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาอย่างไร้ความปรานีในอดีต คงจะเพิ่งรู้ตัวว่าเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำที่เพิ่งบินผ่านฟ้าไปเมื่อครู่ เป็นสมบัติภายใต้ชื่อของ "คนจน" ที่มันเคยหัวเราะเยาะ
คีย์เหยียดยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันโครงสร้างทางสังคมอันบิดเบี้ยว เขาก้าวเดินไปที่ประตูด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคง ราวกับราชสีห์ที่กำลังเดินตรวจอาณาจักรของตนเอง ไม่ใช่เหยื่อที่กำลังจะถูกล่า
แกร็ก...
เสียงกลอนประตูถูกปลดล็อกพร้อมกับบานประตูที่เปิดออก เผยให้เห็นชายชุดสูทสีดำสี่คนยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ ตรงกลางคือชายวัยกลางคนท่าทางกร้าวรัง สายตาของพวกมันกวาดมองห้องพักหรูหราที่มีมูลค่าการเข้าพักต่อคืนสูงลิ่วด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความดูถูกเหยียดหยามเมื่อเห็นว่าเป็นคีย์
"แกเองสินะ... คีย์ ไม่นึกเลยนะว่าพนักงานกระจอกๆ อย่างแกจะกล้าปีนป่ายมานอนห้องนี้ได้ สงสัยคงไปกู้หนยืมสินที่ไหนมาผลาญเล่นล่ะสิ" หัวหน้าบอดี้การ์ดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย พร้อมกับเอื้อมมือหมายจะกระชากคอเสื้อของคีย์
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วหยาบกร้านนั้นจะแตะโดนเนื้อผ้า
"ระวังมือสกปรกของแกไว้หน่อยนะครับ"
น้ำเสียงของคีย์ราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังจนทำให้ชายฉกรรจ์ทั้งสี่ชะงักงันไปชั่วขณะ ราวกับมีโซ่ตรึงล่องหนมารัดกุมลำคอของพวกเขาไว้
"แก...!" บอดี้การ์ดคนนั้นโกรธจนหน้าดำคร่ำเครียด มันเงื้อมือขึ้นหมายจะสั่งสอนไอ้หนุ่มอวดดีตรงหน้าให้รู้สำนึก แต่ในวินาทีนั้นเอง...
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของหัวหน้าบอดี้การ์ดดังขึ้นขัดจังหวะ มันชักสีหน้าด้วยความหงุดหงิดก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาดู แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านบรรทัดแรก สีหน้าของมันก็เปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มขมับ มือทั้งสองข้างสั่นเทาระริกจนแทบถือโทรศัพท์ไว้ไม่อยู่
บนหน้าจอนั้น ปรากฏข้อความจากธนาคารกลางและระบบบัญชีทรัพย์สินระดับโลก แจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงสถานะทางการเงินของบริษัทแม่ที่มันสังกัดอยู่... *บัญชีถูกอายัด... ทรัพย์สินทั้งหมดถูกซื้อกิจการโดยบุคคลปริศนา... และผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่ที่มีอำนาจปลดพนักงานทุกคนได้ทันที คือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้ามันในตอนนี้*
"มะ... เป็นไปไม่ได้..." เสียงของบอดี้การ์ดสั่นเครือ มันเงยหน้าขึ้นมองคีย์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความดูถูกเหยียดหยาม กลายเป็นความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ ราวกับกำลังยืนอยู่เบื้องหน้ายมทูต
คีย์ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นจัดกระดุมแขนเสื้ออย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเท้าผ่านร่างของพวกมันออกไป โดยมีรินเดินตามหลังมาด้วยรอยยิ้มเย้ายวนที่ราวกับนางพญา
"นำทางไปสิครับ ผมกำลังรอฟังคำขอโทษจากเจ้านายของพวกคุณอยู่พอดี"
บรรยากาศภายในโถงทางเดินปูพรมแดงนุ่มหนาเงียบสงบจนได้ยินเสียงลมหายใจ คีย์เดินมุ่งหน้าลงสู่ชั้นล่างด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคง ทุกย่างก้าวคือการประกาศถึงการล่มสลายของอำนาจเก่า และการผงาดขึ้นของราชาองค์ใหม่ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเงินตรา
ทว่า... เมื่อลิฟต์แก้วส่วนตัวเคลื่อนตัวมาถึงชั้นล็อบบี้ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับไม่ใช่เพียงแค่รอยยิ้มตื่นตระหนกของอาคเนย์ตามที่คาดการณ์ไว้
ล็อบบี้ขนาดมหึมาถูกความมืดเข้าปกคลุมชั่วขณะ หลอดไฟคริสตัลระย้าดับลงพร้อมกันทั้งหมด เหลือเพียงแสงไฟนีออนสีแดงฉานที่สาดส่องลงมาจากเพดานสูงลิ่ว ผู้คนนับร้อยที่เคยเดินขวักไขว่ต่างยืนนิ่งสนิทราวกับถูกสะกดจิต
ตรงใจกลางล็อบบี้... ร่างของอาคเนย์กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นพรม ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว เสื้อสูทแบรนด์ดังยับยู่ยี่ และเบื้องหน้าของเขามีเงาร่างหนึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท
เงาร่างนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ชวนให้ขนหัวลุก และดวงตาคู่ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน
"ยินดีต้อนรับสู่เกมที่แท้จริงครับ... คุณผู้เล่นคนที่หนึ่ง" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งดังขึ้นก้องไปทั่วโถงล็อบบี้ที่เงียบงัน และในวินาทีนั้นเอง หน้าจอระบบของคีย์ก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับข้อความสีเลือดที่สลักลึกลงไปในความทรงจำ:
*[คำเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบผู้เล่นคนที่สอง "ริน" ได้ทำการซิงค์ระบบเสร็จสมบูรณ์... เป้าหมายการทำลายล้างโลก เริ่มต้นนับถอยหลัง]*
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโลกที่เงินตราคือพระเจ้ากับผมนะครับ
ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง•ตอนที่ 16
เศรษฐีลึกลับในคราบคนธรรมดา
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!