โฉมงามผู้พิทักษ์ตำรา กับใต้เท้าผู้ไร้ความทรงจำ•ตอนที่ 3

กลิ่นอายปริศนา

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายจางๆ ของหมึกชาหลานราคาแพงระยับยังคงลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่ากลับถูกกลบด้วยกลิ่นอายเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งบนยอดเขาไท่ซาน หลี่จิ่งเหอไม่ได้ขยับกายแม้แต่น้อย เขายังคงประทับนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดงสลักลายมฆา ภายใต้เงาสลัวของโคมกระดาษน้ำมันที่ไส้เทียนเริ่มมอดไหม้จนเกิดเสียงปะทุเบาๆ ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นจดจ้องร่างระหงในชุดขุนนางขั้นเจ็ดสีเขียวครามที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องล่าง แม้รอบกายจะถูกรายล้อมด้วยชั้นตำราโบราณนับหมื่นเล่มของหอสมุดหลวง แต่บรรยากาศกลับอึดอัดจนคล้ายอากาศในห้องนี้ถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น “ดูท่า... เจ้ากับข้าคงขึ้นเรือลำเดียวกันโดยไม่รู้ตัวเสียแล้วกระมัง เซวียนหลิง” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อnออกมาราวกับเสียงคำรามแผ่วเบาของพยัคฆ์ยามก้าวล่วงอาณาเขต มันไม่ใช่คำถาม แต่มันคือประกาศิตที่บีบให้คนฟังต้องเลือกทางเดิน เซวียนหลิงสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างระมัดระวัง นางสะกดกลั้นความตื่นตระหนกไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยราวน้ำนิ่งในบึงลึก ปลายนิ้วเรียวยาวที่ซุกซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้างประสานกันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ นางรู้ดีว่าเบื้องหน้าตนหาใช่ขุนนางบุ๋นทั่วไป หลี่จิ่งเหอ ใต้เท้าผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของราชสำนัก และเป็นบุรุษผู้สูญหายซึ่งความทรงจำเมื่อสามปีก่อน ทว่าสัญชาตญาณของเขากลับแหลมคมยิ่งกว่าดาบอาบยาพิษ การที่เขาก้าวเข้ามาในหอสมุดหลวงยามวิกาลเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เพราะบังเอิญอย่างแน่นอน "ใต้เท้าหลah... ข้าน้อยเป็นเพียงขุนนางชั้นผู้น้อยผู้มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของบันทึกประวัติศาสตร์ หาได้มีความเกี่ยวพันอันใดกับเรือลำใหญ่ที่ท่านกล่าวถึงไม่เพคะ" เซวียนหลิงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานและชัดเจน ไม่มีรอยสั่นพร่าให้จับผิดได้ หลี่จิ่งเหอแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าแต่น่าสะพรึงกลัว ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดขุนนางสีม่วงเข้มปักลายกิเลนก้าวเดินเข้ามาหาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลราวกับภูเขาทั้งลูกกำลังเคลื่อนทับลงมา เขายื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนชั้นหนังสือไม้จันทน์เก่าแก่ข้างกายเซวียนหลิง ก่อนจะหยิบม้วนตำราที่นางเพิ่งจัดเก็บเมื่อครู่ขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ "หึ... ตำราประวัติศาสตร์แคว้นต้าเว่ย บันทึกเหตุการณ์กบฏตระกูลหลี่เมื่อสามปีก่อน... ช่างบังเอิญเสียจริง หรือเจ้าตั้งใจรอให้ข้ามาเปิดอ่านหน้าเหล่านี้กันแน่?" ดวงตาของเซวียนหลิงไหววูบไปชั่วขณะ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาโดยตรง แม้ความสูงของนางจะอยู่เพียงระดับอกของเขา แต่แววตาของหญิงสาวกลับไม่หลบเลี่ยง มีความเด็ดเดี่ยวและระแวดระวังฉายชัดอยู่ภายในนั้น "หากข้าน้อยมีความทะเยอทะยานถึงเพียงนั้นจริง เกรงว่าคงไม่ต้องมานั่งทนกลิ่นหมึกเก่าๆ ในหอสมุดหลวงแห่งนี้หรอเพคะ" นางตอบโต้กลับด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมขึ้นเล็กน้อย "อีกอย่าง... เรื่องราวของตระกูลหลี่ เป็นสิ่งที่คนครึ่งเมืองต่างก็รู้กันทั่ว เหตุไฉนใต้เท้าจึงต้องระแวงว่าสตรีตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะซ่อนคมดาบไว้เบื้องหลังตำราเล่มนี้เล่าเพคะ?" คำพูดที่ตรงไปตรงมาและแฝงไว้ด้วยความท้าทายนี้ ทำให้มุมปากหยักลึกของหลี่จิ่งเหอกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นปรากฏขึ้นชั่วพริบตา ก่อนจะจางหายไปในความมืด เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนเซวียนหลิงได้กลิ่นอายจางๆ ของสนิมดาบและสุราฤทธิ์แรงที่ติดตัวเขามา ใกล้จนนางสามารถมองเห็นแพขนงหนาและนัยน์ตาที่ซ่อนเร้นความเจ็บปวดอันดำมืดเอาไว้... ความทรงจำที่ขาดหายไปของเขา คือปมปริศนาที่อาจพลิกแผ่นดินได้ทั้งแผ่นดิน และนาง... คือคนเดียวที่กุมกุญแจดอกสำคัญในการไขมัน "เจ้ากล้าดียิ่งนัก... เซวียนหลิง" หลี่จิ่งเหอพึมพำชิดริมหูของนาง เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาราวสายลมหนาว แต่กลับทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "คนส่วนใหญ่ที่กล้าต่อปากต่อคำกับข้า มักจะมีจุดจบไม่สวยนัก... แต่เจ้า กลับทำให้ข้าอยากรู้ว่าภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งนี้ มีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่" ในจังหวะที่หัวใจของเซวียนหลิงเต้นรัวระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะหยดเป็นเลือดนั้นเอง *ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูด้านนอกหอสมุดดังขึ้นสามครั้งตามด้วยสัญญาณลับเฉพาะ ตามด้วยเสียงรายงานร้อนรนขององครักษ์เงาที่อยู่ด้านนอก "ใต้เท้าขอรับ! ขันทีจากตำหนักในนำราชโองการด่วนที่สุดมาส่ง! เพลิงไหม้ที่กรมคลังเมื่อครู่... มีการพบร่องรอยการลอบวางเพลิง และตราประทับที่ใช้ เป็นตราของ...” หลี่จิ่งเหอชะงักฝ่ามือที่เกือบจะเอื้อมไปเชยคางของหญิงสาว ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นขึ้นในทันที เขละสายตาจากเซวียนหลิงช้าๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับด้วยความรวดเร็วราวดั่งสายฟ้าฟาด เซวียนหลิงผ่อนลมหายใจยาวเหยียดที่อัดอั้นไว้ออกมาอย่างเงียบเชียบ ทว่าก่อนที่นางจะได้ทันตั้งตัว หลี่จิ่งเหอกลับหันกลับมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับโยนป้ายหยกประจำตัวสีดำสนิทลงมาบนโต๊ะตรงหน้าของนาง "เก็บมันไว้ให้ดี เซวียนหลิง" หลี่จิ่งเหอกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด ขณะก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าไปยังประตู "เพราะอีกไม่นาน... เจ้าจะต้องเป็นคนใช้ป้ายนี้ไขความจริงทั้งหมดให้ข้า" ป้ายหยกสีดำสนิทสะท้อนแสงไฟจากโคมระยิบระยับ บนเนื้อหยกสลักลวดลายกิเลนหมอบที่สั่นประสาทผู้พบเห็น... และในวินาทีที่ประตูดานนอกถูกผลักเปิดออกพร้อมกับแสงไฟจากคบเพลิงที่สว่างวาบเข้ามา ขันทีเฒ่าหน้าซีดเผือดผู้ถือราชโองการสีเหลืองทองอร่ามก็ก้าวเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าของหลี่จิ่งเหอ พร้อมกับเอ่ยวาชาที่ทำให้ทุกสิ่งหยุดนิ่ง "ใต้เท้า... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! พระสนมเอก... ถูกปลิดชีพในตำหนักเย็นเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน และหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่นางทิ้งไว้ก่อนสิ้นใจ คือสมุดบันทึกเล่มเดียวกับที่ท่านถืออยู่... ในมือของเซวียนหลิง!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในกลิ่นอายปริศนานี้ด้วยกันนะคะ — ดอกโบตั๋นพันปี
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โฉมงามผู้พิทักษ์ตำรา กับใต้เท้าผู้ไร้ความทรงจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%