“ถ้าคุณคิดจะหยิบมันขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ความกล้าหาญเพียงอย่างเดียว ผมแนะนำให้คุณเอาปืนจ่อหัวตัวเองเสียยังจะดูสง่างามกว่าครับ”
เสียงของเรย์ราบเรียบราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม แม้ในมือของเขาจะถือ ‘กริชอสรพิษทมิฬ’ ที่กำลังแผ่ไอสีดำมืดมิดออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว จินยืนอยู่ห่างออกไปสามก้าว มือขวากุมด้ามปืนพกแน่น กลิ่นอายวิญญาณที่เกาะกินกริชเล่มนี้รุนแรงเสียจนเขารู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่โสตประสาท
“อย่าทำเหมือนว่านั่นคือเรื่องเล่นๆ เรย์” จินเค้นเสียงผ่านไรฟัน “กลิ่นเน่าเฟะของมันฟุ้งไปทั่วจนปอดผมจะพังอยู่แล้ว นายจะทำลายมันจริงหรือ? หรือแค่กำลังหาข้ออ้างที่จะครอบครองพลังนั้นไว้เอง”
เรย์ไม่ได้หันไปมองคู่หู ดวงตาคู่คมของเขาจดจ้องไปที่ลวดลายแกะสลักบนใบกริช ซึ่งบัดนี้เริ่มเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต มันไม่ใช่ลายศิลปะ แต่มันคือคำสาปที่ถูกถักทอด้วยความอาฆาตของคนตระกูลหนึ่งที่หายสาบสูญไปนานนับศตวรรษ เขาขยับข้อมือเบาๆ แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาปะทะกับกำแพงจิตใจของเขาจนเรย์ต้องกัดฟันแน่น
“คุณรู้อยู่แล้วจิน... ว่าของสิ่งนี้ทำลายครอบครัวผมไม่ได้ แต่มันจะทำลายทุกอย่างที่ผมพยายามสร้างขึ้นมาใหม่” เรย์สูดหายใจเข้าลึก “ผมไม่ได้ต้องการพลัง ผมแค่ต้องการให้มันหายไปจากโลกนี้ ก่อนที่ใครสักคน... หรือมาดามเซน จะใช้มันตัดวงจรชีวิตของคนบริสุทธิ์อีก”
เรย์สะบัดข้อมืออย่างรวดเร็ว กริชในมือส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงจนแก้วหูของจินเกือบแตก บรรยากาศในห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยกองเอกสารเก่าแก่นั้นพลันมืดสนิทราวกับถูกดูดกลืนลงสู่ห้วงอเวจี เรย์ไม่ได้ใช้ค้อนหรือแรงกายทำลาย แต่เขาใช้ ‘ดวงตา’ ที่มองเห็นแก่นกลางของความชั่วร้ายแทงทะลุเข้าไปยังจุดเชื่อมต่อของวิญญาณที่สิงสู่อยู่ในเนื้อเหล็ก
*เปรี๊ยะ!*
เสียงรอยร้าวที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากวัตถุ แต่เกิดขึ้นจากมิติรอบข้าง เรย์สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ตีกลับเข้าสู่ดวงตาของเขา เลือดสีแดงเข้มไหลซึมจากมุมตาข้างขวาลงมาอาบแก้ม แต่เขากลับไม่สะทกสะท้าน มืออีกข้างที่ว่างอยู่หยิบ ‘อัญมณีชำระบาป’ ออกมาวางทาบลงบนรอยแยกนั้นทันที
“จบกันที... เศษซากของความแค้น” เรย์กระซิบ เสียงของเขาแฝงความเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด
ทันใดนั้น แสงสีฟ้าหม่นก็ระเบิดออกมาจากกริช พลังงานลึกลับที่ขังอยู่ในนั้นพยายามจะต้านทานด้วยการกระชากวิญญาณของเรย์ให้หลุดออกจากร่าง จินเห็นท่าไม่ดีจึงพุ่งตัวเข้าไปคว้าไหล่ของเรย์ไว้ กลิ่นอายวิญญาณที่บ้าคลั่งเข้าปะทะกับสัญชาตญาณตำรวจของจินจนเขาสัมผัสได้ถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
“ปล่อยมันซะเรย์! ถ้านายไม่ปล่อย นายจะกลายเป็นภาชนะรองรับคำสาปนั้นแทน!” จินตะโกนแข่งกับเสียงหวีดหวิวที่ดังสะท้อนไปทั่วห้อง
เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าเขานั้นเยือกเย็นกว่าครั้งไหน “ถ้านี่คือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้ประตูนี้นิ่งสนิทลง... ผมก็ยินดีจะจ่ายครับ”
ความมืดมิดที่ล้อมรอบพลันหดตัวลงอย่างรวดเร็ว กริชที่เคยดูน่าเกรงขามแตกกระจายเป็นผุยผงสีดำร่วงลงสู่พื้น ราวกับหิมะที่เปื้อนคราบเลือด เรย์ทรุดตัวลงคุกเข่า หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ดวงตาของเขายังคงปิดแน่นเพื่อปรับโฟกัสที่พร่ามัว
ความเงียบงันกลับคืนมาสู่ห้องใต้ดินอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่ต่างออกไป มันเบาหวิว ราวกับน้ำหนักบางอย่างที่กดทับตลาดมืดแห่งนี้มานานนับปีได้มลายหายไปแล้ว จินปล่อยมือจากไหล่ของเรย์ เขามองดูเศษซากสีดำที่ค่อยๆ จางหายไปในอากาศอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“นายทำได้จริงๆ...” จินพึมพำ
เรย์ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาไม่ได้สั่นไหวเหมือนเมื่อครู่ แต่กลับว่างเปล่าลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม “หนึ่งชิ้น... ยังเหลืออีกหลายชิ้นที่มาดามเซนซ่อนไว้ในเงามืดครับ”
เขาหยัดกายยืนขึ้น แม้จะโอนเอนเล็กน้อยแต่ท่วงท่ายังคงรักษาความสง่างามของพ่อค้าผู้ถือครองพันธสัญญาไว้ได้ ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะหันหลังกลับออกจากห้องใต้ดินนั้นเอง ประตูไม้บานเก่าที่ล็อคไว้อย่างแน่นหนาก็ถูกเคาะเบาๆ สามครั้ง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*
จินชะงัก ชักปืนออกมาในทันที เรย์ขมวดคิ้วแน่น สถานที่แห่งนี้คือความลับสูงสุด มีเพียงเขาและจินเท่านั้นที่รู้ทางเข้า แล้วใครกันที่มาเคาะประตูในเวลาเช่นนี้?
“เรย์... นายบอกว่าที่นี่ไม่มีใครรู้ใช่ไหม?” จินกระซิบเสียงต่ำ
เรย์ไม่ได้ตอบ เขาเดินตรงไปที่ประตูด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบดุจแมวป่า ก่อนจะตัดสินใจเปิดมันออกอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่รออยู่เบื้องหลังไม่ใช่ผู้บุกรุก หรือมาดามเซนอย่างที่คาดคิด
บนพื้นหน้าประตู มีกล่องไม้แกะสลักวางอยู่อย่างโดดเดี่ยว ลวดลายบนกล่องนั้นคุ้นตาเรย์จนทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความตกใจ มันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่ติดอยู่บนข้าวของเครื่องใช้ของครอบครัวเขาในวันที่เกิดโศกนาฏกรรม และเมื่อเรย์เปิดฝากล่องออก สิ่งที่อยู่ข้างในทำให้เลือดในกายเขากลายเป็นน้ำแข็ง
ข้างในนั้นมีแหวนสีเงินหนึ่งวง วางอยู่บนกองจดหมายที่จ่าหน้าซองด้วยลายมือที่เขาไม่มีวันลืม... ลายมือของพ่อเขาเอง
และที่มุมกล่อง มีหยดเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิทเปื้อนอยู่ ราวกับมีคนเพิ่งวางมันทิ้งไว้เมื่อวินาทีก่อนหน้านี้เอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านค่ำคืนอันนองเลือดนี้ไปกับผม ประตูมิติที่แปดครับ
ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป•ตอนที่ 25
ประตูบานแรกที่ปิดลง
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!