“ถ้าจะยิง ก็ยิงข้าก่อน”
เสียงของข้าพเจ้าแหบพร่า ทว่ากังวานและเด็ดขาด มือที่กำเข็มเงินไว้แน่นสั่นระริกไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะฤทธิ์ไข้ที่จู่โจมดั่งพายุคลั่งเข้าเล่นงานระบบประสาทในวินาทีวิกฤต สายตาข้าพเจ้าพร่าเลือนจนเห็นชายชุดดำตรงหน้าแยกออกเป็นสามร่าง ทว่าจิตวิญญาณของแพทย์หญิงที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนยังคงสั่งให้ข้าพเจ้ายืนหยัด
โจวเย่เฟิงขยับตัวเข้ามาขวางหน้าข้าพเจ้าอย่างรวดเร็วราวกับเงา แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวเล็กน้อยจากการพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ “อวี้ซิน... ออกไปจากตรงนี้ เดี๋ยวนี้”
“ข้าจะไม่ทิ้งท่าน” ข้าพเจ้ากัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ความเจ็บปวดแปลบที่ขมับเหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทง แรงดึงดูดจากมิติวิเศษในหัวใจเริ่มบิดเบี้ยว สมุนไพรล้ำค่าที่เคยสกัดไว้กระเพื่อมไหวรุนแรงราวกับรับรู้ถึงสถานการณ์ความเป็นความตายของเจ้าของร่าง
ชายคนนั้นหัวเราะหึในลำคอ ปืนในมือยังคงเล็งนิ่ง “หมอหลิน ผู้คนต่างยกย่องว่าท่านคือเทวดาเดินดิน รักษาคนจนหายขาด แต่ดูสภาพท่านตอนนี้สิ... แค่ทรงตัวยังทำไม่ได้ แล้วจะเอาอะไรมาปกป้องใคร”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันมืดสลัว กลิ่นอายของยาฆ่าเชื้อและดินปืนผสมปนเปกันจนน่าสะอิดสะเอียน ข้าพเจ้าพยายามรวบรวมลมปราณเพื่อดึงเอาโอสถทิพย์จากมิติออกมา แต่มันกลับเงียบสนิท ปอดของข้าพเจ้าเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบไว้ อากาศดูจะเบาบางลงทุกขณะ จนกระทั่งความมืดมิดเข้าจู่โจมขอบสายตา
*ตุบ!*
ร่างของข้าพเจ้าทรุดลงกับพื้นเย็นเยียบ โจวเย่เฟิงหันมาคว้าตัวข้าพเจ้าไว้ได้ทันท่วงที ดวงตาที่เคยเงียบขรึมคู่นั้นวูบไหวด้วยความเจ็บปวด “อวี้ซิน! อวี้ซิน ฟังข้า... ห้ามหลับนะ!”
ในห้วงภวังค์กึ่งหลับกึ่งตื่น ข้าพเจ้าเห็นภาพของหลี่ชุ่ยเฟินเดินเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มสมเพช นางมองดูร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของข้าพเจ้าบนพื้นเหมือนมองซากสุนัขข้างถนน “ดูสิ... หมอหญิงผู้แสนดี สุดท้ายก็ตายเพราะความอวดเก่งของตัวเอง งานหนักงั้นหรือ? หึ... เป็นแค่ข้ออ้างของคนอ่อนแอต่างหาก”
ข้าพเจ้าอยากจะลืมตาขึ้นด่าทอนาง แต่เปลือกตาหนักอึ้งดุจมีภูเขาทับไว้ สติสัมปชัญญะค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับเสียงฝีเท้าของโจวเย่เฟิงที่กำลังโต้ตอบกับศัตรูอย่างดุเดือด ข้าพเจ้ารับรู้ได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย นี่ไม่ใช่แค่ไข้ธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายที่ข้ามมิติมานี้กำลังจะถึงขีดจำกัด หากไม่ได้รับการเยียวยาในระดับเซลล์ ความทรงจำและตัวตนของข้าพเจ้าอาจจะสลายไปตลอดกาล
ทว่าในจังหวะที่หัวใจเต้นแผ่วลงจนเกือบหยุดนิ่ง ปลายนิ้วของข้าพเจ้าที่แตะลงบนพื้นห้องกลับสัมผัสเข้ากับบางอย่างที่เย็นเยียบและคุ้นเคย... กลิ่นของรากโสมพันปีที่ข้าพเจ้าเคยแอบฝังไว้ใต้กระดานไม้เมื่อวันก่อนเพื่อรอเวลาที่จำเป็นที่สุด
ข้าพเจ้ารวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย สั่งการมิติวิเศษให้เปิดออกเพียงเสี้ยวเดียวเพื่อดูดกลืนพลังงานจากรากโสมนั้นเข้าสู่เส้นเลือด แต่มันกลับไม่ใช่รากโสม...
แสงสีทองประหลาดสว่างวาบขึ้นจากใต้ผืนดินที่ข้าพเจ้าทับอยู่ เสียงกระซิบที่คุ้นเคยของท่านอาจารย์จากโลกอนาคตดังสะท้อนอยู่ในห้วงความคิด “อวี้ซิน... เวลาของเจ้าที่นี่กำลังจะหมดลง หากเจ้าเลือกรักษาคนอื่นจนลืมรักตัวเอง ชะตาชีวิตในยุคสมัยนี้ย่อมมิอาจยื้อไว้ได้”
ก่อนที่สติจะดับวูบ ข้าพเจ้าเห็นโจวเย่เฟิงหันกลับมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด เขาไม่ได้มองศัตรูอีกต่อไป แต่เขากำลังมองที่แขนเสื้อของข้าพเจ้าซึ่งเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีดำคล้ำดุจหมึกที่กำลังกัดกินเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว
“อวี้ซิน... ที่คอของเจ้า... รอยนั่นมันคืออะไร!”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันหนักหน่วงของอวี้ซินมาจนถึงบทนี้ และขอให้ทุกท่านช่วยเป็นกำลังใจให้นางผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้นะคะ
ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์•ตอนที่ 51
วินาทีความเป็นความตาย
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!