กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนารีผู้เยือกเย็นแห่งแดนนิรันดร์•ตอนที่ 1

หิมะโปรยปรายกับรอยกระบี่เลือนหาย

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
คมโลหะเสียดสีกับฝักไม้พะยูงเก่าคร่ำคร่า ส่งเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหูราวกับเสียงกรีดร้องของภูตผีในขุมนรกโลกันตร์ โลหิตสีแดงฉานสายหนึ่งไหลรินหยดลงจากสันกระบี่กระทบพื้นหิมะสีขาวโพลน เกิดเป็นจุดด่างพร้อยสีเลือดที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ดั่งดอกเหมยโลหิตที่เบ่งบานกลางพายุ "หลี่เฟยหลง... วันนี้คือวันตายของเจ้า สำนักมารโลหิตทวงหนี้เลือดที่พวกเจ้าติดค้างไว้เมื่อสิบปีก่อน!" เสียงคำรามแหบพร่าดังก้องสะท้อนไปทั่วหุบเขาอัสดง เงาสูงใหญ่เจ็ดร่างในชุดคลุมสีดำสนิทรายล้อมร่างของบุรุษหนุ่มไว้ตรงกลาง ท่วงท่าของพวกมันมั่นคง ดุดัน และเปี่ยมด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นจนอากาศรอบกายแทบจะแข็งตัว หลี่เฟยหลงยืนหยัดอย่างองอาจ แม้ร่างกายนับร้อยแห่งจะเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์จากการต่อสู้ยืดเยื้อมาตลอดสามวันสามคืน ปราณแท้ในตันเถียนปั่นป่วนราวกับคลั่งไคล้เพราะพิษคำสาปบรรพกาลที่กัดกินเส้นชีพจรมาเนิ่นนาน ทว่าแววตาของเขากลับคมกริบดั่งคมกระบี่ที่ผ่านการลับคมด้วยหินผาพันครั้ง ไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความเย้ยหยันและประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นที่ไม่เคยสลาย "หนี้เลือดงั้นหรือ?" หลี่เฟยหลงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เลือดสด ๆ ไหลออกจากมุมปากของเขา แต่นั่นมิอาจลดทอนความทะนงตนลงได้แม้แต่น้อย "พวกสุนัขรับใช้ที่วัน ๆ เอาแต่กินเดรัจฉานวิถี มีหน้ามาเอ่ยคำว่าคุณธรรมและความแค้นตระกูลหลงอย่างนั้นรึ? เข้ามาพร้อมกันทั้งหมดนี่แหละ ข้า... หลี่เฟยหลง ผู้นี้จะใช้กระบี่ในมือส่งพวกเจ้าลงไปยมโลกด้วยกันทั้งหมด!" สิ้นคำพูด ประกายตาสีชาดก็ระเบิดออกจากร่างของหัวหน้านักฆ่า มันพุ่งทะยานเข้ามาด้วยวิชาตัวเบา "เงาอัสนี" รวดเร็วจนมองเห็นเป็นเพียงเส้นสายสีดำสายหนึ่ง พริบตานั้น โลกทั้งใบราวกับหยุดนิ่ง หลี่เฟยหลงสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่เข้าสู่จุดตันเถียน แม้จะรู้ว่าการฝืนโคจรวิชานี้จะทำให้คำสาปกัดกินหัวใจเร็วขึ้น แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น กระบี่ในมือขวาถูกตวัดออกเป็นวงโค้ง งดงาม ทรงพลัง และแฝงไว้ด้วยสัจธรรมแห่งวิถีกระบี่ที่ไร้ซึ่งความลังเล *เคร้ง!* ประกายไฟจากการปะทะกันสว่างวาบไปทั่วผืนป่าสน ทว่าด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนแอลงทุกขณะ แรงสะท้อนกลับทำให้ร่างของหลี่เฟยหลงกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว กระอักเลือดคำโตออกมา เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเหล่านักฆ่าดังระงมขึ้นอีกครั้ง "หมดฤทธิ์แล้วสินะ ไอ้ขยะแห่งตระกูลหลง!" หัวหน้านักฆ่ายกกระบี่ขึ้นหมายจะปลิดชีพในดาบเดียว ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง อุณหภูมิโดยรอบก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลันราวกับถูกดึงเข้าสู่ฤดูหนาวอันเป็นนิรันดร์ เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์นับล้านโปรยปรายลงมาจากท้องหาดที่ไร้เมฆหมอก ลมหนาวเยือกแข็งพัดกรรโชกจนเหล่านักฆ่าต้องชะงักฝีเท้า เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นกลางหิมะโปรยปรายอย่างเงียบเชียบ ราวกับนางพญาจากสรวงสวรรค์ที่ก้าวเดินผ่านประตูมิติมาอย่างไรอย่างนั้น นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายดอยเหมยด้วยด้ายเงิน เส้นผมสีดำสนิทราวกับรัตติกาลยาวสลวยถึงกลางหลัง ผิวขาวเนียนละเอียดดั่งหยกเนื้อดี ทว่าแววตากลับว่างเปล่า เยือกเย็น และไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ ราวกับมองสรรพชีวิตเป็นเพียงธุลีดิน นั่นคือ เซียนจินเยว่... ธิดาแห่งสำนักหิมะนิรันดร์ "บังอาจนัก บังaชาญกล้ามาขวางทางสำนักมารโลหิต!" หัวหน้านักฆ่าแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นเหยื่อในกำมือมีตัวแปร มันตวัดกระบี่พุ่งเข้าหานางเซียนชุดขาวผู้นั้นทันทีโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เซียนจินเยว่ไม่แม้แต่จะชายตามอง ใบหน้างดงามดั่งภาพวาดราบเรียบไร้ระลอกคลื่น นางเพียงยกมือเรียวขึ้นดั่งหยก แล้วสะบัดแขนเสื้อเบา ๆ หนึ่งครา *ฟึบ!* คลื่นความเย็นยะเยือกพุ่งทะยานออกไปดั่งคลื่นยักษ์สึนามิสีขาวโพลน เพียงพริบตาเดียว นักฆ่าเบื้องหน้าสามคนก็แข็งกลายสภาพเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในท่าทางหวาดกลัว ดวงตาเบิกโพ้างค้างเติ่ง ก่อนที่ร่างเหล่านั้นจะแตกสลายกลายเป็นผุยผงปลิวไปตามสายลม ไร้ซึ่งร่องรอยของโลหิต ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที เหล่านักฆ่าที่เหลือต่างหน้าถอดสี ถอยกรูดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด พลังยุทธ์ระดับนี้... มันเหนือล้ำเกินกว่าขอบเขตที่พวกมันจะต่อกรได้! "ถอย!" หัวหน้านักฆ่าตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก มันหมุนตัวเตรียมหลบหนี ทว่า... สายเกินไปแล้ว เซียนจินเยว่ก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว ร่างของนางก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้ามันเสียแล้ว ปลายนิ้วเรียวดั่งเรียวเทียนแตะลงที่กลางหน้าผากของหัวหน้านักฆ่าเบา ๆ "หนีไม่พ้นหรอ" เสียงหวานใสกังวานราวกับระฆังเงิน แต่กลับเย็นชาเสียจนบาดลึกถึงวิญญาณ *เพล้ง!* ร่างของหัวหน้านักฆ่าแตกสลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับล้านชิ้นในพริบตา นักฆ่าที่เหลือเห็นดังนั้นต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอดราวกับฝูงสุนัขจนตรอก หลี่เฟยหลงทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้น ใช้กระบี่ค้ำยันร่างเอาไว้ไม่ให้ล้มลง สายตาคมกราบมองหญิงสาวผู้ช่วยชีวิตด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งขอบคุณ ระแวดระวัง และแปลกใจ เซียนจินเยว่หันกลับมามองเขา ชั่วขณะหนึ่ง แววตาที่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งคู่นั้นฉายประกายความอ่อนโยนขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับคืนสู่ความนิ่งสงบดังเดิม นางก้าวเข้ามาใกล้ ชายผ้าอาภรณ์สีขาวแตะต้องผืนหิมะโดยไม่มีรอยเปื้อน "เจ้ายังไม่อาจตายที่นี่... หลี่เฟยหลง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานก้องในจิตใจของเขา "หนี้เลือดของตระกูลหลง ยังมีคนรอให้เจ้าไปสะสางที่แดนบูรพา... และคำสาปในร่างของเจ้า ก็มีเพียงข้าเท่านั้นที่ถอนมันได้" หลี่เฟยหลงขมวดคิ้วแน่น เงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยที่เย็นชาคู่นั้น แม้จะสงสัยว่าเหตใดนางจึงรู้จักตน และเหตุใดจอมเซียนผู้สูงส่งจึงยื่นมือเข้าช่วย ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใด แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ท้องนภาเบื้องบนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิต เมฆหมorm ดำทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณจากมิติที่เหนือกว่า *เปรี้ยง!* สายฟ้าสีดำสนิทฟาดผ่าลงมาจากสรวงสวรรค์ตรงไปยังเบื้องหน้าของทั้งสองคน ท่ามกลางประกายสายฟ้านั้น เงาร่างหนึ่งในชุดเกราะทองคำโบราณปรากฏขึ้น พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาเทพที่ทำให้หลี่เฟยหลงกระอักเลือดออกมาอีกคำรบหนึ่งโดยไม่ต้องปะทะ เซียนจินเยว่หรี่ตาลงเล็กน้อยเป็นครั้งแรก นางขยับตัวเข้ามาขวางหน้าหลี่เฟยหลงไว้ พร้อมกับกระบี่น้ำแข็งโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นในมือ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดเป็นครั้งแรก "ในที่สุด... มันก็ตามหาพวกเราจนพบ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปด้วยกันนะครับ — พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนารีผู้เยือกเย็นแห่งแดนนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%