“ริน! หยุดมือเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้าเธอขืนฝืนร่อนแป้งก้อนสุดท้ายนั่นลงไปอีกนิดเดียว เราได้กลายเป็นร้านขายอากาศหายใจแทนคาเฟ่แน่!”
เสียงแหลมเล็กของลูเมนดังสะท้อนก้องทั่วห้องครัว ร่างจิ๋วในชุดสีเขียวมรกตบินว่อนอยู่เหนือเคาน์เตอร์หินอ่อน ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องมองก้นถุงผ้าใบหนาที่ว่างเปล่าสนิท ราวกับมันเป็นหลักฐานมัดตัวความหายนะที่กำลังจะมาถึง
รินชะงักมือที่กำลังถือตะกร้อมือ ค้างไว้กลางอากาศ กลิ่นหอมของวานิลลามาดากัสการ์ยังคงอบอวล แต่ในยามนี้มันกลับดูไร้ความหมายเมื่อวัตถุดิบหัวใจสำคัญอย่าง ‘แป้งสาลีเวทมนตร์’ จากทุ่งราบลึกลับได้เหือดหายไปจนหยดสุดท้าย เธอค่อยๆ วางตะกร้อลง แผ่นหลังที่เคยตั้งตรงเริ่มหย่อนคล้อยลงตามความล้าที่สะสมมานาน
“ฉันรู้แล้วล่ะลูเมน... ฉันไม่ได้หูหนวก” รินตอบเสียงเรียบ พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ “แต่วันนี้ท่านดยุคจากแดนเหนือจองคิวรับขนมสำหรับงานเลี้ยงน้ำชาไว้สามสิบที่ ถ้าฉันไม่มีมาการองสูตรพิเศษนั่น... ชื่อเสียงที่ฉันสร้างมาพังไม่เป็นท่าแน่”
“ชื่อเสียงหรือชีวิต? ริน เธอคิดให้ดีนะ แป้งนั่นไม่ใช่แป้งที่ซื้อได้ตามตลาดนัดในโลกของเธอ แต่มันคือแก่นแท้ของพืชพรรณในมิตินี้ การที่มันหมดเกลี้ยงในขณะที่ยอดสั่งซื้อพุ่งทะลุเพดานแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ!” ลูเมนบินลงมาเกาะบนขอบถ้วยเซรามิก จ้องมองใบหน้าที่กังวลของเชฟสาวด้วยแววตาที่อ่อนลง “มีคนจงใจสกัดขาเรา... หรือไม่ก็นี่คือบททดสอบจากผืนป่า”
รินเงียบไปครู่หนึ่ง ภาพความหลังในโลกเก่าผุดขึ้นมาในหัว—การหักหลังของหุ้นส่วน การขโมยสูตรอาหารที่เธอทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อปรุงแต่ง—มันเป็นรอยแผลที่ยังคงทิ้งความหวาดระแวงไว้เสมอ เธอหันไปมองหน้าต่างไม้บานเก่าที่เปิดทิ้งไว้ ลมเย็นเยียบพัดเข้ามาปะทะใบหน้า กลิ่นไอของป่าลึกที่อยู่เบื้องหลังคาเฟ่เริ่มส่งกลิ่นอายประหลาด ชวนให้รู้สึกถึงคำเชิญชวนที่เต็มไปด้วยอันตราย
“ฉันจะไม่ยอมให้คาเฟ่นี้เป็นเหมือนร้านเดิมของฉัน” รินตัดสินใจเฉียบขาด เธอปลดผ้ากันเปื้อนออกแล้วโยนมันลงบนโต๊ะ “ลูเมน เตรียมชุดสำหรับเข้าป่า เราจะไปเอาเมล็ดพันธุ์โบราณกัน”
“ป่าทมิฬเบื้องหลังน่ะเหรอ? ริน! เธอสติดีอยู่ใช่ไหม? นั่นมันเขตต้องห้ามของเผ่าพฤกษาที่ล่มสลายไปเป็นร้อยปีแล้วนะ!”
“ถ้าไม่มีแป้งสาลีเวทมนตร์ คาเฟ่ปาฏิหาริย์ก็เป็นได้แค่ร้านกาแฟดาดๆ” รินคว้ามีดทำครัวเล่มเล็กและถุงผ้าสะพายข้าง เดินมุ่งหน้าไปยังประตูหลังที่เชื่อมต่อกับเส้นทางทึบแสงของป่า “ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำขนมธรรมดาๆ ลูเมน ฉันมาเพื่อสร้างปาฏิหาริย์... และปาฏิหาริย์ไม่มีทางเกิดขึ้นถ้าเรามัวแต่นั่งรอโชคชะตา”
ทั้งสองก้าวเข้าสู่เขตแดนป่าทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปฉับพลันจากความอบอุ่นในคาเฟ่ กลายเป็นความเงียบเชียบที่กดดัน เสียงแมลงประหลาดแว่วมาตามสายลมเหมือนเสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์ รินก้าวเดินอย่างมั่นคง แต่ในใจกลับเต้นรัวเหมือนกลองรบ เธอสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างจากผืนดิน ราวกับที่แห่งนี้มีชีวิตและกำลังเฝ้ามองแขกผู้มาเยือนด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ผ่านไปนานนับชั่วโมงท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มเข้าครอบงำ ลูเมนที่บินสำรวจอยู่ข้างบนส่งสัญญาณเตือน “ริน! ตรงนั้น! แสงนั่นมันไม่ใช่หิ่งห้อย... มันเป็นแสงของดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาไปแล้วนี่นา!”
รินรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้โคนต้นไม้ใหญ่ยักษ์ที่รากของมันพันเกี่ยวกันแน่นหนา ท่ามกลางรากเหล่านั้นมีประกายแสงสีเงินจางๆ เปล่งออกมาจากเมล็ดพันธุ์สีทองที่วางเรียงรายอยู่ราวกับได้รับความคุ้มครองจากพลังเวทโบราณ แต่ก่อนที่มือของเธอจะเอื้อมไปถึง สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้นก็ปรากฏขึ้น
เงาร่างมหึมาทอดตัวยาวลงมาบนพื้นดินตรงหน้าเธอ ลมหายใจที่ร้อนระอุพ่นออกมาจนใบไม้รอบข้างปลิดปลิว รินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองสิ่งที่ขวางทางเธออยู่ มันไม่ใช่สัตว์ร้ายทั่วไป แต่มันคือผู้เฝ้าประตูที่เธอเคยอ่านเจอในตำนานเล่มเก่าที่เคยทิ้งไว้หลังร้าน
“เจ้าเป็นใคร... ผู้กล้าที่กล้าเหยียบย่ำเข้ามาในเขตศักดิ์สิทธิ์เพื่อขโมยลมหายใจของผืนป่า?” เสียงแหบทุ้มดังก้องขึ้นในหัวของริน มันไม่ใช่คำพูด แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนจากจิตวิญญาณ
รินสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด พยายามสะกดอาการสั่นของมือ “ฉันไม่ใช่ผู้กล้า แต่ฉันเป็นผู้ทำขนม... และฉันมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่โลกนี้ลืมเลือน”
ทันใดนั้น เงาร่างนั้นก็ขยับตัวเข้ามาใกล้จนแสงจันทร์สะท้อนให้เห็นกรงเล็บที่แหลมคมนับสิบ รินสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมา มันไม่ได้มาเพื่อฆ่า แต่มันมาเพื่อยื่นข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้
“งั้นลองอบขนมด้วยวัตถุดิบที่เจ้ามีสิ ถ้ากลิ่นของมันทำให้ข้าสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่หายไปนับร้อยปี ข้าจะให้เมล็ดพันธุ์นั้นไป... แต่หากเจ้าล้มเหลว ดวงวิญญาณของเจ้าจะต้องกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้นี้ตลอดกาล”
รินมองไปที่เมล็ดพันธุ์ในมือสลับกับดวงตาสีเลือดคู่นั้น ความตายอยู่ตรงหน้า แต่ความปรารถนาที่จะทำขนมที่ดีที่สุดกลับลุกโชนยิ่งกว่าเดิม เธอหยิบอุปกรณ์ดริปกาแฟพกพาออกมาด้วยความมือสั่น เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อแพ้... แต่ใครจะไปคิดว่าการดริปกาแฟท่ามกลางป่าลึกจะมีชีวิตของเธอเป็นเดิมพัน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมายังจุดที่ระทึกขวัญที่สุดในคาเฟ่แห่งนี้กับเบเกอรี่มิติต่างโลกนะคะ
คาเฟ่ปาฏิหาริย์ปลายภพ: ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอุ่นหัวใจข้ามมิติ•ตอนที่ 10
ปัญหาแรกของเชฟ: วัตถุดิบหมดกลางคัน
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ปาฏิหาริย์ปลายภพ: ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอุ่นหัวใจข้ามมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!