"ถ้าขยับดาบอีกนิดเดียว ฉันจะถือว่านั่นเป็นการประกาศสงครามกับเบเกอรี่ของฉันนะคะ"
รินวางถาดอบเหล็กกล้าลงบนโต๊ะไม้โอ๊คด้วยจังหวะที่นุ่มนวลทว่าหนักแน่น เสียง ‘กริ๊ก’ ของโลหะที่กระทบไม้ดังเฉียบคมท่ามกลางความเงียบงันในคาเฟ่ที่ควรจะสงบสุข เธอยืนนิ่ง มือยังคงสวมถุงมือกันความร้อน ในขณะที่ปลายดาบเรียวยาวสีเงินวาววับของหญิงสาวในชุดหนังสีเข้มปักอยู่ห่างจากกระถางต้นมินต์บนเคาน์เตอร์เพียงไม่กี่เซนติเมตร
ดวงตาสีมรกตของเอลฟ์สาวเบิกกว้าง ลมหายใจของนางหอบถี่ แผ่นอกกระเพื่อมขึ้นลงภายใต้เกราะอ่อนที่เต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ กลิ่นคาวเลือดจางๆ ปะปนมากับกลิ่นอายของป่าดิบชื้นที่ติดตัวผู้มาเยือนคนนี้มา แต่มันกลับถูกกลบเกลื่อนด้วยกลิ่นหอมของเนยสดที่กำลังอบอวลฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง
"ข้าไม่ได้ตั้งใจจะบุกรุก... แค่ถูกไล่ต้อนมาจากพรมแดนแห่งความมืด" เสียงของนางแหบพร่า ฟังดูเหมือนกิ่งไม้ที่หักกลางกระแสลม มือที่กุมด้ามดาบสั่นเทาเล็กน้อย "ที่นี่คือที่ไหน? แล้วทำไม... ทำไมที่นี่ถึงมีกลิ่นที่ทำให้ข้าแทบจะลืมการหายใจ?"
รินถอนหายใจยาว ก่อนจะผ่อนคลายไหล่ลง เธอมองไปที่ ‘ลูเมน’ ภูติน้อยที่กำลังเกาะอยู่บนชั้นวางขวดโหลเครื่องเทศ ลูเมนพยักหน้าเงียบๆ เป็นเชิงอนุญาต รินจึงหยิบจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาออกมา วางครัวซองต์ชิ้นที่เพิ่งออกจากเตาร้อนๆ ลงไป ผิวชั้นนอกที่กรอบกริบเป็นสีเหลืองทองดั่งสีของรวงข้าวบิดเป็นเกลียวสวยงาม เธอดันจานนั้นไปตรงหน้าผู้บุกรุกโดยไม่หวั่นเกรงต่อคมดาบ
"ที่นี่คือ 'คาเฟ่ปาฏิหาริย์ปลายภพ' ค่ะ" รินเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความอบอุ่น "ส่วนนั่น... คือเหตุผลที่ฉันอยากให้คุณวางดาบลง แล้วลองชิมมันดูเสียก่อน"
เอลฟ์สาวชะงัก สายตาทอดมองครัวซองต์ที่ยังส่งควันจางๆ ขึ้นมา ความหิวโหยที่สะสมมาจากการล่าข้ามคืนทำให้นางเผลอคลายมือจากด้ามดาบอย่างไม่รู้ตัว กลิ่นเนยสดที่เข้มข้นแต่นุ่มนวลเหมือนอ้อมกอดในฤดูใบไม้ผลิทำให้นางรู้สึกประหลาดใจ ยิ่งเมื่อนางหยิบมันขึ้นมาแล้วสัมผัสถึงความกรอบที่แตกตัวเบาหวิวเหมือนเกล็ดหิมะ ดวงตาสีมรกตก็วาวโรจน์ด้วยความตื่นตะลึง
เมื่อคำแรกผ่านริมฝีปาก เอลฟ์สาวนิ่งค้างไปทันที
สัมผัสของแป้งชั้นบางเฉียบที่ซ้อนทับกันนับร้อยชั้นละลายหายไปบนลิ้น ทิ้งไว้เพียงความมันวาวของเนยคุณภาพเยี่ยมที่อบอวลไปทั่วโพรงจมูก มันไม่ใช่แค่รสชาติ แต่มันคือประสบการณ์—ความอบอุ่นที่ซึมลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณที่เหนื่อยล้าจากการเข่นฆ่ามาตลอดชีวิต
น้ำตาใสๆ หยดหนึ่งไหลออกมาจากหางตาของนางโดยไม่รู้ตัว
"นี่คือ... สิ่งที่ชาวเอลฟ์ในป่าลึกอย่างข้าไม่เคยรู้จัก" นางพึมพำขณะเคี้ยวชิ้นสุดท้ายอย่างทะนุถนอม "ทำไมถึงรู้สึกเหมือนกับว่า... ความเจ็บปวดที่ข้าแบกรับไว้ มันค่อยๆ จางหายไปกันนะ?"
"เพราะความสุขไม่ได้มีไว้แค่ให้ลิ้มรส แต่มันมีไว้เพื่อเยียวยาค่ะ" รินยิ้มบางๆ ขณะเดินไปหยิบกาดริปกาแฟ "ลองดื่ม 'อเมริกาโน่น้ำผึ้งป่า' คู่กับครัวซองต์ชิ้นที่สองดูนะคะ กาแฟจะช่วยขับเน้นความหอมของเนยให้ชัดขึ้น เหมือนการได้พักผ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ในยามเที่ยงวัน"
ลูเมนบินลงมาเกาะที่ไหล่ของรินแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงแหลมเล็ก "ริน... ยัยเอลฟ์คนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา ดูรอยสักเวทมนตร์ที่ต้นคอเขาสิ นั่นมันตราสัญลักษณ์ของ 'กองอัศวินพิทักษ์แห่งความว่างเปล่า' ที่หายสาบสูญไปเมื่อร้อยปีก่อนนะ!"
รินชะงักมือที่กำลังรินกาแฟ แต่ยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง เธอรู้ดีว่าการเปิดคาเฟ่ในสถานที่แห่งนี้ไม่ได้นำมาแค่ความสงบ แต่ยังนำพาอดีตที่ฝังรากลึกของคนหลากหลายเผ่าพันธุ์มาวางไว้บนเคาน์เตอร์ของเธอด้วย
"คุณชื่ออะไรคะ?" รินถามพลางเลื่อนแก้วกาแฟที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปให้
"เอเลน่า" เอลฟ์สาวตอบพลางเงยหน้าขึ้น สายตาเปลี่ยนไปจากนักล่าที่ดุร้ายกลายเป็นคนแปลกหน้าที่กำลังหลงทาง "ข้ามาที่นี่ได้เพราะกลิ่นนี้... กลิ่นที่แม่ของข้าเคยเล่าให้ฟังก่อนที่นางจะหายตัวไปในสงครามแห่งรอยแยก"
เอเลน่าล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าหนังที่ขาดวิ่น แล้วหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ มันคือเมล็ดพันธุ์ที่มีแสงเรืองรองสีฟ้าจางๆ ราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน
"ข้าไม่ได้ตั้งใจจะรุกล้ำ แต่ข้าต้องนำสิ่งนี้ไปส่งให้ถึงมือ 'คนทำขนม' ผู้ที่จะเปลี่ยนความว่างเปล่าให้กลายเป็นรสชาติที่งดงามที่สุด" เอเลน่ามองรินด้วยสายตาจริงจัง "และดูเหมือนว่า... ข้าจะไม่ใช่คนเดียวที่กำลังตามหาคาเฟ่แห่งนี้"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายสิบคนดังขึ้นจากด้านนอกร้าน—ไม่ใช่เสียงของเอลฟ์ แต่เป็นเสียงของกองทหารม้าที่สวมชุดเกราะเหล็กสีดำสนิท ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอาณาจักรที่รินพยายามหลีกหนีมาตลอดชีวิต ประตูคาเฟ่ที่ปิดสนิทถูกผลักออกอย่างรุนแรงจนบานพับแทบหัก พร้อมกับร่างของบุรุษในชุดคลุมสีเงินที่ก้าวเข้ามาพร้อมแววตาสมเพชเวทนา
"พบตัวแล้ว... เชฟผู้ทรยศ ต่อให้เธอซ่อนอยู่ในมิตินี้ได้นานแค่ไหน แต่สุดท้ายเธอก็หนี 'พันธสัญญา' ของตระกูลไปไม่พ้นหรอกนะ"
รินกำขอบเคาน์เตอร์แน่นจนปลายนิ้วขาวซีด ความลับที่เธอพยายามลบเลือนกำลังถูกขุดคุ้ยออกมาพร้อมกับกลิ่นหอมของเบเกอรี่ที่ยังไม่จางหายไปไหน
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความหอมกรุ่นในมิตินี้ค่ะ!
คาเฟ่ปาฏิหาริย์ปลายภพ: ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอุ่นหัวใจข้ามมิติ•ตอนที่ 5
ลูกค้าต่างเผ่าพันธุ์คนแรก
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ปาฏิหาริย์ปลายภพ: ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอุ่นหัวใจข้ามมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!