คาเฟ่ปาฏิหาริย์ปลายภพ: ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอุ่นหัวใจข้ามมิติ•ตอนที่ 2

ภูติน้อยผู้รักกลิ่นวานิลลา

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
“จะรับคำสาปหรือจะรับความตาย เลือกเอาเถอะท่านแม่ทัพ” เสียงแหบพร่านั้นกระซิบแผ่วเบาจนรินที่ยืนหลบมุมอยู่หลังเคาน์เตอร์แทบหยุดหายใจ เธอเกาะขอบไม้โอ๊กแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟดริปคั่วกลางที่เธอตั้งใจชงส่งไออุ่นลอยละล่องไปในอากาศ แต่มันกลับถูกกลบด้วยกลิ่นอายเย็นเยียบของไอเวทมนตร์ที่ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ท่านแม่ทัพร่างสูงใหญ่ชะงักค้าง มือที่กำลังจะคว้าแก้วเซรามิกเคลือบขาวนั้นสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะแค่นยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา ดวงตาสีเพลิงใต้หมวกเกราะเหล็กวาวโรจน์ เขาไม่ได้หันไปมองเงามืดด้านหลัง แต่กลับจ้องตรงมาที่แก้วกาแฟราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณคนชง “ในคาเฟ่ที่เงียบสงบเช่นนี้ ยังมีหนอนแมลงมาคอยส่งเสียงหนวกหูอยู่อีกหรือ” เขากล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะดันแก้วกาแฟเลื่อนออกไปข้างหน้าอย่างช้าๆ “ถ้านี่คือคำสาป... ก็นับว่าเป็นการลงโทษที่กลิ่นหอมเกินไปหน่อย” เงามืดด้านหลังแม่ทัพสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลนั่งนิ่งอยู่ในความเงียบ รินผ่อนลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ พยายามทำตัวให้กลมกลืนไปกับชั้นวางขวดโหลอบเชยและวานิลลา เธอรู้ดีว่าที่นี่ไม่ใช่คาเฟ่ในโลกใบเดิมที่เธอเคยรู้จัก กฎเกณฑ์ของโลกนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยผลกำไร แต่ด้วยเล่ห์เหลี่ยมและหยาดเลือด ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวออกมาจากมุมมืด สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ขอบหน้าต่างบานใกล้สวนสมุนไพรด้านหลัง ร่างจิ๋วเท่าฝ่ามือที่มีปีกโปร่งแสงดั่งปีกแมลงปอ แสงสีเขียวมรกตเรืองรองออกมาจากผิวหนังที่ดูคล้ายเปลือกไม้ มันกำลังก้มหน้าก้มตาใช้มือเล็กๆ ปาดเอาเศษครีมวานิลลาที่รินทำตกไว้บนจานรองแก้วเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ดวงตาโตกลมสีเหลืองอำพันเบิกกว้างเมื่อหันมาสบตากับรินเข้าพอดี “อุ๊ย!” เสียงเล็กแหลมดังขึ้นก่อนที่ร่างจิ๋วจะพยายามกระพือปีกบินหนี แต่ด้วยความที่พุงป่องจากการกินครีมมากไป ทำให้มันบินโซเซไปชนกับแจกันแก้วจนล้มคว่ำลง รินรีบก้าวเข้าไปหาด้วยสัญชาตญาณแม่ครัว เธอไม่ได้จะไปทำร้าย แต่ความห่วงใยว่าแจกันใบโปรดจะแตกหรือเปล่าทำให้เธอเผลอเอื้อมมือไปคว้าไว้ได้ทัน “นิ่งไว้ก่อนเจ้าตัวน้อย” รินกระซิบเบาๆ พลางวางมือลงบนโต๊ะไม้ ปล่อยให้ภูติน้อยพฤกษาที่กำลังตื่นตระหนกค่อยๆ ขยับตัวออกมาจากหลังแจกัน “เจ้า... เจ้ามนุษย์กลิ่นขนม!” ภูติน้อยร้องลั่นพลางใช้มือป้อมๆ ชี้หน้าเธอ “เจ้านั่นแหละที่วางยาพิษแม่ทัพนั่น! ข้าเห็นนะ! ข้าเฝ้ามองมาสามวันแล้ว เจ้าเอาอะไรใส่ลงไปในน้ำสีดำนั่นกันแน่!” รินเลิกคิ้วมองสิ่งมีชีวิตที่เรียกตัวเองว่า 'ผู้พิทักษ์สวน' ตนนี้ เธอคลี่ยิ้มบางๆ หยิบขนมบิสกิตชิ้นเล็กที่อบเสร็จใหม่ๆ ออกมาวางตรงหน้า “น้ำสีดำนั่นคือกาแฟดริป ไม่ใช่คำสาป และฉันไม่ได้วางยาใคร” เธอตอบน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนุ่มนวล “ส่วนเศษครีมนั่น ถ้าอยากกินเพิ่ม ฉันมีอีกเยอะนะ... สนใจจะทำข้อตกลงกันไหม?” ภูติน้อยชะงัก กลิ่นหอมหวานของบิสกิตเนยสดอบอบอวลขึ้นมาทันที มันสูดดมกลิ่นนั้นอย่างเคลิบเคลิ้มก่อนจะทำท่าทางหยิ่งผยอง “ข้อตกลงอะไร? ข้าคือลูเมน ผู้นำพาความอุดมสมบูรณ์สู่พฤกษา ข้าไม่รับข้อเสนอที่ด้อยค่ากว่าสมุนไพรหายากหรอกนะ!” “ฉันต้องการพู่กัน” รินจ้องมองลูเมน “พู่กันที่มีชีวิต พู่กันที่สามารถวาดเส้นสายของธาตุอาหารลงไปในดิน เพื่อให้สมุนไพรในสวนของฉันเติบโตได้แม้ในดินที่ตายซาก... แลกกับเค้กวานิลลาสูตรพิเศษที่คุณไม่มีวันได้กินจากที่ไหนในโลกนี้อีก” ลูเมนเงียบไป มันบินวนรอบตัวริน ท่าทางขี้เล่นหายไป แทนที่ด้วยดวงตาที่ฉายแววครุ่นคิดอย่างจริงจัง “เจ้ามนุษย์... เจ้าช่างร้ายกาจนัก เจ้าไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เจ้าขอให้ข้าทำ มันคือการเปิดเผยทางเดินของพลังงานแห่งปฐพี... แต่เอาเถอะ ข้าเองก็เบื่อกับดินที่แห้งแล้งแถวนี้เต็มทีแล้ว” ภูติน้อยยื่นมือเล็กๆ ออกมา แสงสีเขียววาบขึ้นครอบคลุมมือของริน ก่อนที่รอยสักรูปใบไม้สีทองจะปรากฏขึ้นที่ข้อมือของเธอ “จำไว้ว่าเจ้าต้องทำตามสัญญา กลิ่นวานิลลาต้องไม่ขาดสาย!” รินยิ้มกว้าง ในที่สุดเธอก็ได้ผู้ช่วยที่คาดไม่ถึงมาอยู่ในมือ แต่ทว่า ความสุขนั้นยังไม่ทันจางหาย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของแม่ทัพคนเดิมก็ดังใกล้เข้ามาอีกครั้ง เขาเดินกลับเข้ามาในร้านอีกรอบ แต่คราวนี้ดวงตาของเขาไม่ได้จ้องมองที่กาแฟ เขาวางดาบลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบไม้ดังกังวานไปทั่วคาเฟ่ ก่อนจะคว้าคอเสื้อรินเบาๆ แต่หนักแน่นจนเธอต้องโน้มตัวลงไปใกล้ “เจ้าบอกว่ามันไม่ใช่คำสาปใช่ไหม?” แม่ทัพกระซิบ เสียงนั้นเย็นยะเยือกเสียจนรินขนลุกชัน “งั้นช่วยอธิบายหน่อย ว่าทำไมพอกินกาแฟของเจ้าไปเพียงจิบเดียว... รอยสักพันธสัญญาปีศาจที่ข้าแบกรับมาตลอดชีวิต ถึงได้เริ่มจางหายไปจนเกือบหมดสิ้น?” รินเบิกตากว้าง เธอเหลือบมองลูเมนที่แอบหลบอยู่หลังโหลแก้ว เห็นภูติน้อยสั่นระริกด้วยความกลัว นั่นไม่ใช่ความผิดปกติของกาแฟ แต่มันคือปฏิกิริยาของ 'วัตถุดิบ' บางอย่างที่เธอดึงมาจากมิตินี้โดยไม่ตั้งใจ... เรื่องราวชักจะยุ่งเหยิงกว่าที่คิดเสียแล้ว เบเกอรี่มิติต่างโลกหวังว่าทุกท่านจะหลงรักกลิ่นอายที่อบอวลไปด้วยความลับในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ปาฏิหาริย์ปลายภพ: ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอุ่นหัวใจข้ามมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%