ปลายกระบี่เยือกแข็งจ่อสะท้านอยู่เหนือผิวเนื้อบริเวณหัวใจของหลี่ชิงหยุน รัศมีสีครามจัดจ้านแผ่ซ่านจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมเส้นผมและขนตาของเขา สะเก็ดจิตสังหารคมกริบเสียดแทงจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น ไป๋จื่อรั่วหอบหายใจแผ่วเบา ดวงตางามล้ำดั่งหยกสลักฉายแววสั่นระริกราวกับผืนน้ำในฤดูใบไม้ร่วงที่ถูกก้อนหินพุ่งชนจนกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง
"เจ้า... คิดจะเอาชีวิตข้าจริงหรือ ยอดรักของพี่?"
หลี่ชิงหยุนมิได้ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงเปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์และทระนง นัยน์ตาสีดำสนิทลึกล้ำราวกับห้วงดาราจักรสะท้อนเงาของหญิงสาวผู้เย็นชาที่สุดในใต้หล้าไว้เพียงผู้เดียว มือข้างหนึ่งของเขาเอื้อมออกไปอย่างไม่เกรงกลัวคมกระบี่ ปลายนี้วเรียวยาวสัมผัสลงบนคมเหล็กเยือกแข็งแผ่วเบา ทว่าเปี่ยมด้วยพลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่แฝงความอ่อนโยนจนน่าประหลาด
เปรี๊ยะ!
เสียงเกล็ดน้ำแข็งแตกร้าวราวกระจกสะท้อนจันทร์ ไป๋จื่อรั่วสะท้านเฮือก นางกัดริมฝีปากสีชาดจนห่อเลือด ความเย็นชาที่เคยใช้ห่อหุ้มกายเพื่อปกป้องหัวใจอันบอบช้ำบัดนี้กำลังหลอมละลายดั่งหิมะปะทะรังสีอัคคี
"หุบปาก... หลี่ชิงหยุน!" เสียงหวานใสเอージェต์สั่นเครือ นางพยายามเฟ้นหาจิตสังหารขั้นสูงสุดเพื่อกดดันเขาตามกฎแห่งค่ายกลพันธนาการรักโบราณที่พวกเขากำลังเผชิญหน้า แต่ยิ่งกระตุ้นพลังมากเท่าไหร่ หัวใจที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองศึกในอกกลับยิ่งโหยหาความอบอุ่นจากชายหนุ่มตรงหน้ามากเท่านั้น "ค่ายกลความรักนี้... หากจิตใจไม่แน่วแน่และไร้ซึ่งช่องว่าง พวกเราทั้งคู่จะต้องถูกกระแสลมปราณย้อนกลับแผดเผาจนวิญญาณแตกดับเป็นจุล!"
"ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็จงแทงลงมาสิ..." หลี่ชิงหยุนก้าวเข้าไปประชิดอีกก้าว ปลายกระบี่จมลึกจนหยดโลหิตสีแดงฉานไหลรินซึมผ่านเนื้อผ้าสีขาว สัมผัสความเย็นเยียบแทรกซึมเข้าสู่ชีพจร ทว่ารอยยิ้มของเขากลับยิ่งกว้างขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและดุดันดั่งพญาอินทรีที่โอบกอดเหยื่ออันเป็นที่รัก "แต่ข้าบอกเจ้าไว้ก่อนนะ... หากวิญญาณของข้าดับสูญ ข้าก็จะตามติดวิญญาณของเจ้าไปทุกชาติภพ ต่อให้สวรรค์กั้นขวางหรือนรกอเวจีปิดตาย ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้แหละผ่าวัฏสงสารเพื่อกลับมาหาเจ้าอีกครั้ง!"
วาจานั้นดังก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของมังกรสวรรค์ สะเทือนรากเหง้าแห่งพลังปราณรอบกายจนค่ายกลโบราณสั่นสะท้าน อักขระสีทองนับพันตัวที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูเรืองรอง
*"โฮกกก! เจ้านาย ท่านอย่าเพิ่งมัวแต่วิยวกวีจีบเมียตอนนี้ได้ไหมฟะ! ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบรรพกาลอันชั่วร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ค่ายกลนี้แล้วนะเว้ย!"*
เสียงร้องโวยวายของเจ้าอ้วนเปา (พยัคฆ์อัคคีบรรพกาล) ดังแว่วมาจากนอกเขตอาคม ร่างมหึมาของมันกำลังพ่นไฟสีชาดเข้าสกัดกั้นกลุ่มเงาดำนับร้อยที่พยายามพังทลายค่ายกลเข้ามาขัดขวางการบำเพ็ญเพียรของทั้งสอง
ไป๋จื่อรั่วสะดุ้งสุดตัว นางตระหนักดีว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที หากไม่รีบหลอมรวมดวงจิตและทะลวงผ่านค่ายกลความรักนี้ ทั้งโลกภายนอกและพลังย้อนกลับภายในจะทำลายล้างพวกเขาทั้งหมด นางหลับตาลงช้าๆ ปล่อยหยดน้ำตาร่วงหล่นกระทบคมกระบี่ ก่อนจะตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตเซียน
"ถ้าเจ้าอยากให้ข้าแทงนัก... งั้นก็มารับมันด้วยหัวใจของเจ้าเองก็แล้วกัน!"
สิ้นเสียงคำประกาศิต ไป๋จื่อรั่วพลิกข้อมือ
*ฉึก!*
คมกระบี่ทะลุผ่านเสื้อผ้าและกล้ามเนื้ออกซ้ายของหลี่ชิงหยุน ทว่าในวินาทีเดียวกันนั้นเอง หญิงสาวก็ทิ้งกระบี่ในมือ พุ่งร่างเข้าโอบกอดลำตัวของชายหนุ่มแน่น สองร่างแนบชิดจนหัวใจเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน อุณหภูมิความเย็นยะเยือกจากกายของเทพธิดาน้ำแข็งปะทะเข้ากับความร้อนระอุราวกับเตาหลอมโลหิตของมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิด
ตูーム! (เสียงระเบิดกัมปนาท)
พลังปราณหยินและหยางระเบิดออกรอบทิศทาง แสงสว่างจ้าเจิดจ้าเสียดแทงม่านฟ้าคราม อักขระโบราณนับหมื่นรอบตัวหมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเป็นพายุหมุนแห่งห้วงจิตวิญญาณ ดวงจิตของหลี่ชิงหยุนถูกดึงดูดเข้าสู่ห้วงนิมิตลึกซึ้งร่วมกับไป๋จื่อรั่วอย่างสมบูรณ์
ในห้วงแห่งการหลอมรวมดวงจิต ความทรงจำนับพันปี ความเจ็บปวดในอดีต และความโหยหาในปัจจุบันไหลทะลักเข้าหากันดั่งเขื่อนแตก หลี่ชิงหยุนมองเห็นภาพของไป๋จื่อรั่วในชาติก่อน นางยืนหยัดอยู่ท่ามกลางศัตรูเรือนหมื่น ยอมใช้ร่างรับทัณฑ์สวรรค์แทนเขาโดยไม่ปริปากบ่นสักคำเดียว หัวใจของมหาเทพผู้แข็งกร้าวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความรู้สึกผิดและรักลึกซึ้งหลอมรวมกันจนเกิดเป็นประกายแสงสีทองอร่ามพุ่งทะยานจากจุดตัน田 (ดันเตียน) ของทั้งคู่
ในขณะเดียวกัน ไป๋จื่อรั่วก็มองเห็นความตั้งใจอันแน่วแน่ของหลี่ชิงหยุนในยามที่เขาต้องเผชิญหน้ากับความตาย ความโดดเดี่ยวและความพยายามทุกวิถีทางเพื่อกลับมาปกป้องนางในชาตินี้ น้ำตาแห่งความเข้าใจหลั่งรินออกมาจากหางตาของนาง ความเย็นชาทั้งหมดถูกเผาผลาญจนหมดสิ้น เหลือเพียงดวงจิตบริสุทธิ์ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับชายหนุ่มอย่างไร้รอยต่อ
"จื่อรั่ว... นับจากนี้ ไม่ว่าฟ้าดินจะพลิกคว่ำหรือผืนแผ่นดินจะแตกสลาย มือคู่นี้ของข้า จะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าต้องโดดเดี่ยวอีกเป็นครั้งที่สอง" เสียงทุ้มนุ่มทรงพลังของหลี่ชิงหยุนดังขึ้นก้องในห้วงจิตวิญญาณร่วม
"อืม... ข้าเชื่อท่าน" ไป๋จื่อรั่วซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยให้พลังปราณเซียนกระบี่ขั้นสูงสุดทะลวงผ่านจุดชีพจรทั่วร่างอย่างไร้สิ่งกีดขวาง รัศมีแสงสีรุ้งเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ทะลวงผ่านชั้นเมฆหนาทึบจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดมหึมา
พวกเขาทั้งคู่ทะลวงเข้าสู่ขอบเขต "จิตวิญญาณผสานฟ้าดิน" สำเร็จอย่างงดงาม!
ทว่า ในวินาทีที่ค่ายกลความรักสลายตัวลงพร้อมกับพลังปราณอันไร้เทียมทานที่แผ่ขยายออกไปนั้น ร่างของเจ้าอ้วนเปาก็กระเด็นทะลุกำแพงหินเข้ามานอนเกลือกกลิ้งอยู่แทบเท้าของทั้งสอง พร้อมกับเสียงคำรามแหบพร่าด้วยความตกตะลึงจากเงาดำปริศนาที่ก้าวล่วงเข้ามาในเขตอาคม
*"ฮ่าๆๆๆ ช่างเป็นคู่รักที่น่าอิจฉ่ายิ่งนัก... หลี่ชิงหยุน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการหลอมรวมดวงจิตกับนางเซียนผู้นี้ จะช่วยให้เจ้าหนีพ้นจากเงื้อมมือของสำนักเทียนหลางในชาตินี้ได้?"*
เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกก้องกังวาน พร้อมกับเงาร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามปักลายอัคคีทมิฬที่ก้าวเหยียบย่างเข้ามา รัศมีกดดันระดับเซียนแท้จริงแผ่ซ่านจนพื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นรอยแยกนับพันสาย และเมื่อเงาร่างนั้นเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง หลี่ชิงหยุนก็ต้องหรี่ตาลงด้วยจิตสังหารที่ระเบิดออกมารุนแรงยิ่งกว่าเดิม!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้บทเพลงกระบี่และดวงใจของพวกเขาก้องกังวานในยุทธภพนี้ด้วยกันนะครับ
เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์•ตอนที่ 25
หลอมรวมดวงจิต
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!