กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ไม่ใช่กลิ่นอายของความฝัน หากแต่เป็นกลิ่นของความตายที่ลอยวนเวียนอยู่ใกล้แค่เอื้อม...
"ไสหัวออกไป! เจ้ามันก็เป็นได้แค่ขยะไร้ค่าที่อาศัยบารมีของตระกูลไป๋เกาะกินไปวันๆ!"
เสียงตะคอกตบหน้าฉานซัดสาดเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับแรงถีบมหาศาลที่อัดกระแทกเข้าบริเวณลิ้นปี่จนกระดูกซี่โครงแทบแหลกสลาย หลี่ชิงหยุนสำลักลิ่มเลือดสีดำข้นคลั่กออกมาคำโต ร่างกายของเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีล้มกลิ้งไปบนพื้นหินอ่อนที่เย็นเยียบรองรับสายฝนโปรยปราย หน้าผากกระแทกกับมุมโต๊ะไม้แกะสลักจนแตกยับ โลหิตอุ่นๆ ไหลอาบลงมาเคลือบดวงตา
ทว่า... แววตาที่สะท้อนผ่านหยดเลือดนั้น หาใช่ความหวาดกลัวหรือความสิ้นหวังไม่ หากแต่เป็นประกายแสงสีทองเรืองรองราวกับดวงอาทิตย์ยามอัสดงที่กำลังแผดเผาความมืดมิด
"สวะอย่างนั้นหรือ..."
เสียงพึมพำลอดไรฟันแห้งผาก แฝงไว้ด้วยกระแสเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่สะเทือนก้องไปถึงจิตวิญญาณ จนคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ชะงักฝ่าเท้าที่กำลังจะเตะซ้ำลงมาโดยไม่รู้ตัว เจ้าสำนักเทียนหลางหรี่ตาลงมองเด็กหนุ่มเบื้องล่างด้วยความรู้สึกประหลาด แววตาของเด็กนี่... ทำไมมันถึงให้ความรู้สึกราวกับกำลังก้มมองมดปลวก ทั้งที่ปราณยุทธ์ในตันtian (จุดตันหยวน) ของมันแตกสลายกลายเป็นจุลไปแล้ว?
"ชิงหยุน... เจ้ายังดื้อด้านอยู่ทำไม?"
เสียงหวานปานน้ำค้างแข็งแต่สั่นเครือเล็กน้อยดังขึ้นจากเบื้องหลัง ไป๋จื่อรั่ว หญิงสาวผู้ได้ชื่อว่าเป็น "เทพธิดาน้ำแข็งแห่งหุบเขาเซียนกระบี่" ยืนตระหง่านอยู่ภายใต้ร่มกระดาษสีขาว นางสวมชุดยาวปักลายเหมันต์บริสุทธิ์ ใบหน้างดงามล่มเมืองราวนางพญาเซียนผู้ไม่เคยชายตามองโลกีย์ ทว่ายามนี้ นัยน์ตาคู่คมกลับจับจ้องมาที่ร่างชุ่มเลือดของหลี่ชิงหยุนด้วยความซับซ้อน ปลายนิ้วเรียวยาวที่กุมด้ามกระบี่วิเศษสั่นน้อยๆ อย่างไม่มีใครสังเกตเห็น
หลี่ชิงหยุนปาดคราบเลือดที่มุมปากรอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าซีดเซียว ในห้วงสมองของเขายามนี้ คลื่นความทรงจำมหาศาลกำลังไหลทะลักเข้ามาดั่งเขื่อนแตก—นี่ไม่ใช่ความฝัน เขามหาเทพ "ชิงหยุนจวิน" ผู้ครองเก้าสวรรค์แปดดินแดน ผู้ใช้กระบี่เดียวทะลวงประตูสวรรค์จนเหล่าทวยเทพยังต้องสั่นสะท้าน ได้กลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างของเด็กหนุ่มตระกูลไป๋ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น "ศัตรูสวะ" ผู้นี้แล้ว!
"จื่อรั่ว..." หลี่ชิงหยุนเงยหน้าขึ้นสบตากัน ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายคมกริบราวกับกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝักรอบพันปี "ภรรยาของข้า เจ้ายังเชื่อมั่นในตัวสามีคนนี้หรือไม่?"
ไป๋จื่อรั่วนิ่งงังไปชั่วขณะ นางแต่งงานกับเขาตามคำสั่งเสียของผู้อาวุโส ท่ามกลางเสียงหัวเยาะเย้ยของคนทั้งยุทธภพที่ว่าดอกไม้เหนือน่านฟ้าต้องมาปักลงบนกองมูลโค แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้เขาจะไร้พลังปราณ แม้เขาจะถูกเหยียบย่ำเป็นกระโถนท้องพระโรง หลี่ชิงหยุนผู้นี้ก็ไม่เคยปล่อยให้นางต้องก้มหัวให้ผู้ใด และคอยปกป้องศักดิ์ศรีของนางด้วยชีวิตเสมอมา... แม้ว่าตัวเขาจะอ่อนแอจนน่าสมเพชก็ตามที
"เจ้า... เพ้อเจ้ออะไร!" เจ้าสำนักเทียนหลางแค่นเสียงฮึดฮัด แผ่รังสีอำมหิตขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่เจ็ดกดทับลงมาทันที "ในเมื่อพวกเจ้าสองคนปฏิเสธที่จะส่งมอบคัมภีร์กระบี่บรรพกาล ไป๋จื่อรั่วจะต้องถูกปลดจากตำแหน่งศิษย์เอก และเจ้า... ศิษย์สวะหลี่ชิงหยุน จงถูกขับไล่ออกจากหุบเขาเซียนกระบี่ ณ บัดนี้! หากยังดึงดันขัดขืน จงถือว่าความตายคือจุดจบ!"
แรงกดดันมหาศาลกดทับจนแผ่นหินใต้ร่างของหลี่ชิงหยุนปริร้าวเป็นรอยแยก กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะ ฝนที่ตกลงมาถูกพลังปราณรอบตัวของเจ้าสำนักเทียนหลางระเหยกลายเป็นไอสีขาวพวยพุ่ง
ทว่า ท่ามกลางวิกฤตอันบีบคั้นนั้น หลี่ชิงหยุนกลับหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง จองหอง และท้าทายกฎสวรรค์!
*เปรี้ยง!*
ท้องน้ายามค่ำคืนคำรามกึกก้อง สายฟ้าสีครามฟาดผ่าลงมาตรงกลางลานพิธีพอดี แสงสว่างวาบสะท้อนให้เห็นร่างของเด็กหนุ่มที่ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนทีละน้อย มือขวาของเขายื่นออกไปข้างหน้าอย่างไร้เรี่ยวแรง แต่ในห้วงจิตวิญญาณ อักขระโบราณนับล้านตัวกำลังหมุนวนประสานเข้ากับจุดตันหยวนที่เคยแห้งเหือด ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่หลับใหลมานับหมื่นปีถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้ง!
"ขับไล่ข้าหรือ..." หลี่ชิงหยุนก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังก้องกังวานไปทั่วภูเขา "หุบเขาเซียนกระบี่แห่งนี้ ในอดีตบรรพบุรุษของพวกเจ้ายังต้องกราบกรานขอเศษดินใต้รองเท้าจากข้า เจ้ามันก็เป็นแค่สุนัขรับใช้ที่บังAญได้ครอบครองวิชาตกทอด กล้าดียังไงมาไล่ 'อาจารย์' ของพวกเจ้า!"
สิ้นเสียงนั้น อุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะกามเทพ ไป๋จื่อรั่วเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รังสีปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของสามีในยามนี้... ช่างบริสุทธิ์ ทรงพลัง และสูงส่งยิ่งกว่าเจ้าสำนักนับร้อยเท่านัก!
*โฮกกก!*
ท่ามกลางความตื่นตะลึงนั้น เสียงคำรามสะท้านฟ้าของสัตว์อสูรเพลิงบรรพกาลดังขึ้นจากเบื้องล่างยอดเขา พร้อมกับเงาร่างมหึมาของพยัคฆ์อัคคีที่พุ่งแหวกม่านเมฆเข้ามาขวางกั้นระหว่างเจ้าสำนักเทียนหลางกับหลี่ชิงหยุน
"ฮ่าๆๆๆ! นายท่าน ในที่สุดท่านก็ตื่นขึ้นมาเสียที! ข้าหลับไปร้อยปีจนปากเปื่อยหมดแล้ว รู้ไหมว่าไอ้พวกสวะพวกนี้น่ารำคาญแค่ไหน!" เจ้าอ้วนเปา (พยัคฆ์อัคคีบรรพกาล) ในร่างลูกเสือไฟตัวอ้วนกลมกลิ้งตกลงมาแทบเท้าหลี่ชิงหยุน มันพ่นไฟสีทองออกมาคำหนึ่งก่อนจะหันไปแยกเขี้ยวใส่เจ้าสำนักเทียนหลางด้วยท่าทางกวนประสาท "ไอ้แก่หัวโล้น อยากตายก่อนกำหนดนักรึไง ถึงได้กล้ามาถีบว่าที่เมียของนายท่านห้ะ!"
สถานการณ์พลิกผันในพริบตา เจ้าสำนักเทียนหลางหน้าถอดสี ถอยหลังไปสามก้าวด้วยความหวาดผัด เขารู้สึกได้ทันทีว่า... ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาหาตนเองแล้ว
หลี่ชิงหยุนหันไปมองไป๋จื่อรั่วที่ยืนตะลึงงัน เขาเอื้อมมือไปเช็ดหยาดน้ำฝนและรอยเลือดบนแก้มนวลของนางอย่างอ่อนโยน แววตาที่ดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นลุ่มลึกที่หลอมละลายทุกความเย็นชาในใจนาง
"จื่อรั่ว... รอพบคืนนี้ให้ดี" หลี่ชิงหยุนกระซิบข้างใบหูขาวผ่องของภรรยาด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์แต่จริงจัง "สามีจะพาเจ้าไป 'ล้างบาง' สวรรค์เบื้องบนด้วยกระบี่เล่มเดียวเอง"
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับออร่าระดับมหาเทพที่ระเบิดออกมาจากร่างของศิษย์สวะ ท้องฟ้าเบื้องบนก็พลันแหวกออกเป็นช่องว่างสีดำสนิท—ปรากฏร่างเงาลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับโยนศีรษะของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งหุบเขาเซียนกระบี่กลิ้งตกลงมาแทบเท้าของหลี่ชิงหยุน!
"นายท่าน... คนของ 'แดนบูรพา' เคลื่อนไหวแล้วครับ..."
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ห้วงเซียนไปกับข้าครับ — *ลั่วอสูรหมื่นภูผา*
เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์•ตอนที่ 1
การลืมตาตื่นในร่างศิษย์สวะ
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!