"หากเจ้ายังขัดขืนกระบวนท่านี้อีกเพียงก้าวเดียว ข้าจะถือว่าเจ้ากำลังประกาศสงครามกับสำนักกระบี่เมฆาแห่งใหม่นี้ด้วยชีวิต"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของหลี่ชิงหยุนดังกังวานไปทั่วลานประลองที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยศิลาแกร่งจากยอดเขาพันปี ดวงตาของเขาเรียบเฉย ทว่าประกายกระบี่ในดวงตานั้นดุจดั่งคมดาบที่พร้อมจะผ่าท้องนภาออกเป็นสองซีก
ตรงหน้าเขาคืออดีตผู้อาวุโสระดับสูงผู้เคยจงรักภักดีต่อเจ้าสำนักเทียนหลาง บัดนี้ชายผู้นั้นทรุดเข่าลงกับพื้น ร่างกายสั่นสะท้านภายใต้แรงกดดันจากปราณกระบี่ที่หลี่ชิงหยุนกดทับลงมาเพียงเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น
"ศิษย์สำนักกระบี่เมฆาทุกคนจงฟัง!" หลี่ชิงหยุนเบนสายตาจากผู้แพ้ไปยังศิษย์นับพันที่ยืนล้อมรอบลานกว้าง น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นกังวานและเฉียบขาด "นับแต่วินาทีนี้ไป สำนักของเราจะไม่ใช่สำนักสวะที่ใครจะเหยียบย่ำได้อีก! กฎเก่าที่เน่าเฟะ ความลำเอียงที่กัดกินรากฐาน และการก้มหัวให้แก่ผู้มีอำนาจแต่ไร้คุณธรรม... จงจบสิ้นลงที่นี่ หากใครยังยึดติดกับเถ้าถ่านแห่งอดีต ก็จงเดินออกไปจากประตูสำนักซะ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงโห่ร้องกึกก้องจะดังขึ้นจากกลุ่มศิษย์รุ่นใหม่ พวกเขาเปรียบเสมือนคนที่ถูกปลดแอก พลังปราณทั่วทั้งหุบเขาเริ่มไหลเวียนผิดปกติ นี่คือสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ รากฐานของสำนักกำลังถูกปรับเปลี่ยนด้วยวิชาเซียนลึกลับที่หลี่ชิงหยุนนำกลับมาจากความทรงจำแห่งมหาเทพ
"นายน้อย... ข้าว่าท่านทำเกินไปหน่อยนะ" เจ้าอ้วนเปา พยัคฆ์อัคคีบรรพกาลในร่างแมวอ้วนขนสีทองเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ มันเลียอุ้งเท้าด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ แต่สายตากลับกวาดมองไปรอบสำนักด้วยความระแวดระวัง "ดูสิ พลังหยินหยางของที่นี่กำลังตีกันให้ยุ่งเหยิง หากควบคุมไม่ดี สำนักนี้คงได้ระเบิดกลายเป็นเศษธุลีในพริบตา"
หลี่ชิงหยุนหันไปมองเจ้าอ้วนเปาพลางแค่นหัวเราะ "สัตว์อสูรขี้ขลาดอย่างเจ้าจะไปเข้าใจอะไร การบดทำลายของเก่าเพื่อสร้างของใหม่ย่อมต้องผ่านความเจ็บปวด"
ในตอนนั้นเอง ไอเย็นเยียบก็แผ่ซ่านเข้ามาในอากาศ บรรยากาศที่เคยร้อนระอุด้วยพลังปราณกลับสงบลงในทันที ไป๋จื่อรั่วก้าวผ่านม่านหมอกออกมา นางยังคงงดงามดุจเทพธิดาไร้ความรู้สึก ทว่าในแววตาที่มองหลี่ชิงหยุนกลับซ่อนความห่วงใยที่คนอื่นไม่มีวันได้เห็น
"ท่านกำลังเดินหมากที่เสี่ยงเกินไป" น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความนัย "การปฏิรูปสำนักครั้งนี้ดึงดูดสายตาจากดินแดนตะวันตกแล้ว พวกมันไม่ได้ต้องการเห็นสำนักกระบี่เมฆาที่แข็งแกร่งขึ้น"
หลี่ชิงหยุนเดินเข้าไปหานาง ความเหี้ยมเกรียมในดวงตาเลือนหาย เหลือเพียงความอ่อนโยนที่มอบให้ภรรยาคนเดียว เขาเอื้อมมือไปปัดเส้นผมที่ปรกหน้าผากของนางอย่างทะนุถนอม "เจ้ากลัวหรือ?"
"ข้าไม่เคยกลัวความตาย" ไป๋จื่อรั่วตอบสั้นๆ "ข้าเพียงแค่... ไม่ต้องการเสียท่านไป"
ประโยคสั้นๆ นั้นทำให้หัวใจของหลี่ชิงหยุนสั่นไหว เขาโอบกอดนางไว้เบาๆ ท่ามกลางสายตาของศิษย์นับพันที่ต่างก้มหน้าด้วยความเคารพ สำนักกระบี่เมฆาในวันนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อเสียงที่เป็นอันดับหนึ่งแห่งดินแดนตะวันออก แต่คือจิตวิญญาณของศิษย์ทุกคนที่ถูกหลอมรวมให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้วิถีกระบี่ของเขา
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุม ท้องฟ้าเบื้องบนกลับแปรปรวนอย่างกะทันหัน! เมฆาทมิฬหมุนวนเหนือยอดเขาหลักของสำนัก เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องเหมือนเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ตื่นจากนิทรา
หลี่ชิงหยุนผละออกจากไป๋จื่อรั่ว สายตาของเขาจับจ้องไปยังทิศตะวันออก ที่นั่น... กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ที่เคยถูกผนึกไว้ในหอคัมภีร์ต้องห้ามของเจ้าสำนักเทียนหลาง กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
"มันไม่ได้มาเพียงคนเดียว..." หลี่ชิงหยุนเปรยขึ้นด้วยเสียงอันเย็นเยือก
"เกิดอะไรขึ้นนายน้อย?" เจ้าอ้วนเปาถามพลางขนลุกชัน
"เจ้าสำนักเทียนหลางไม่ได้จากไปไหน แต่มันกำลังดึงรั้งพลังแห่งความมืดจากนรกภูมิขึ้นมาเพื่อกลืนกินสำนักเรา"
ยังไม่ทันที่เขาจะได้กล่าวจบ ร่างเงาสีดำสายหนึ่งก็พุ่งทะลุเมฆาลงมา กระแทกลงบนลานประลองจนศิลาแตกกระจาย ร่างนั้นคือชายชราผู้คุ้นเคย ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและรอยแผลเป็นที่ดูเหมือนรอยสักอักขระต้องห้าม ทั่วทั้งร่างแผ่ไอสีดำทมิฬที่แม้แต่ไป๋จื่อรั่วยังต้องชักกระบี่ออกมาป้องกัน
"หลี่ชิงหยุน! เจ้าคิดหรือว่าการทำลายกฎเก่าจะทำให้เจ้าเป็นผู้ชนะ?" เสียงของเทียนหลางแหบพร่าดุจเสียงกระดูกเสียดสีกัน "สำนักนี้ถูกตีตราด้วยเลือดมาตั้งแต่ต้น และวันนี้ ข้าจะส่งพวกเจ้าทุกคนลงไปสังเวยแด่ความมืดที่แท้จริง!"
เทียนหลางชักกระบี่สีเลือดออกมาจากฝักที่สร้างจากกระดูกมนุษย์ แรงกดดันมหาศาลทำให้ศิษย์ชั้นผู้น้อยกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน หลี่ชิงหยุนกระตุกยิ้มมุมปาก เขาชักกระบี่คู่กายออกมา ชี้ปลายกระบี่ไปที่ศัตรูคู่อาฆาต
"ข้าบอกแล้วไงว่าสำนักนี้ไม่ใช่ที่ของเจ้าอีกต่อไป" หลี่ชิงหยุนกล่าวเสียงเรียบ "วันนี้... จะเป็นวันตายครั้งที่สองของเจ้า!"
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงกังวานของสายฟ้าฟาดลงมากลางลานประลอง เป็นจังหวะเดียวกับที่ความลับบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ในจี้ห้อยคอของไป๋จื่อรั่วเกิดแสงสีทองเจิดจ้าขึ้นมาอย่างไม่มีใครคาดคิด!
แสงนั้นไม่ได้มีไว้เพื่อต่อสู้ แต่มันกลับเปล่งประกายล้อมรอบตัวเทียนหลางและดูดกลืนพลังมืดของเขาเข้าไปจนหมดสิ้น!
ท่ามกลางความตะลึงงันของทุกคน เทียนหลางเบิกตากว้างมองไปที่ไป๋จื่อรั่วด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "นี่มัน... เป็นไปไม่ได้! สายเลือดของนาง... นางเป็นใครกันแน่?!"
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิที่พลิกผันและน่าสะพรึงกลัวไปกับผม ลั่วอสูรหมื่นภูผา ในทุกก้าวย่างของเส้นทางแห่งเซียนนี้นะครับ
เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์•ตอนที่ 31
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะกับภรรยาเย็นชาผู้พลิกชะตาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!