กับดักรักซ่อนปมปริศนา•ตอนที่ 8

รอยแผลที่ถูกเปิด

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นอับชื้นของห้องเก็บเอกสารใต้ดิน คละเคล้ากับกลิ่นฝุ่นผงที่สะสมมานานนับทศวรรษ มันไม่ใช่สถานที่ที่คนระดับอัยการสูงสุดและทนายความแถวหน้าควรจะมาติดอยู่ด้วยกันในยามวิกาลเช่นนี้ เสียงโลหะหนักกระแทกปิดดังสนิทพร้อมกับเสียงคลิกของกลไกสลักประตู ประตูนิรภัยของห้องเก็บหลักฐานคดีเก่าถูกระบบล็อกอัตโนมัติปิดตายลงอย่างสมบูรณ์ หลังจากไฟฟ้าลัดวงจรจากพายุฝนด้านนอกตัดขาดกระแสไฟของอาคารสำนักงานอัยการ ความมืดสนิทเข้าโอบล้อมทั้งสองคนในเสี้ยววินาที มีเพียงแสงไฟกะพริบอ่อนๆ จากหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวในมือของลีลานา ที่สาดส่องให้เห็นโครงหน้าคมคายและแววตาที่ยังคงความสุขุมของคณิน "ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะไม่ค่อยเป็นใจกับเราสักเท่าไหร่, คุณลีลานา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนก มีเพียงความเยือกเย็นตามวิสัยของชายผู้ผ่านคดีใหญ่มานับไม่ถ้วน ลีลานากัดริมฝีปากเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงพิจารณาสถานการณ์ เธอขยับตัวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางแฟ้มเอกสารโลหะ "ระบบสำรองไฟควรจะทำงานภายในสามนาที... แต่แบตเตอรี่โทรศัพท์ของผมเหลือแค่สิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าคุณไม่อยากติดอยู่ในนี้นานจนขาดอากาศหายใจ เราคงต้องช่วยกันหาทางแก้กลไกฉุกเฉินจากด้านใน" คณินไม่ตอบทันที เขาก้าวเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยืนประชิดจนลีลานารับรู้ได้ถึงไออุ่นจากกายของอีกฝ่าย แม้ภายนอกเขาจะเป็นอัยการหนุ่มผู้ไร้พ่าย ผู้ซึ่งใช้กฎหมายเป็นอาวุธเชือดเฉือนคู่ความอย่างเลือดเย็น แต่ในระยะประชิดเช่นนี้ เธอกลับสัมผัสได้ถึงจังหวะลมหายใจที่หนักหน่วงกว่าปกติเล็กน้อย "คุณกำลังมือสั่น, ท่านอัยการ" ลีลานาทักขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียبيบแฝงความสงสัยเชิงวิเคราะห์ อาชีพทนายความสอนให้เธอสังเกตภาษากาย แม้ในยามที่คนตรงหน้าพยายามปกปิดมันอย่างไร้รอยต่อ คณินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบที่มักใช้กดดันจำเลยในห้องพิจารณาคดีไหววับชั่วพริบตา เขายกมือขึ้นปลดเนกไทออกอย่างช้าๆ ราวกับต้องการระบายความอึดอัดที่บีบรัดลำคอ แต่ลีลานารู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของอากาศภายในห้องนี้ "ที่นี่..." คณินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย มันแห้งผากและเจือความรู้สึกบางอย่างที่ลีลานาไม่เคยได้ยินมาก่อน "มันคือชั้นใต้ดินของอาคารเก่า... สมัยที่ผมเพิ่งเริ่มต้นชีวิตในฐานะอัยการฝึกหัด คดีแรกที่ผมทำคือคดีทุจริตงบประมาณแผ่นดินที่โยกย้ายเงินเยียวยาเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย" ลีลานานิ่งฟัง เธอไม่ได้ขยับหนี ปล่อยให้ความเงียบและแสงไฟสีนวลจากหน้าจอโทรศัพท์ทำหน้าที่เป็นเครื่องนำทางความรู้สึก "ตอนนั้นผมคิดว่าความยุติธรรมคือการชนะคดีตามตัวบท" คณินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากช่างขมขื่นและโดดเดี่ยว "ผมไล่บี้จำเลยจนมุม ใช้ทุกช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อบังคับให้เขาจนมุม... แต่ผมไม่รู้เลยว่า เบื้องหลังเอกสารกองโตเหล่านั้น มีพยานปากสำคัญคนหนึ่งถูกปิดปากอย่างถาวรในคืนก่อนวันพิพากษาเพียงหนึ่งวัน" เงาไหววับบนผนังปูนเปลือยสะท้อนภาพอัยการหนุ่มผู้ไร้พ่ายในมุมที่เปราะบางที่สุด บาดแผลในอดีตที่เขาเก็บซ่อนไว้ใต้สูทราคาแพงและท่าทีเย่อหยิ่งถูกเปิดเปลือยออกทีละน้อย ภายใต้บรรยากาศที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก "คุณไม่ได้แพ้คดี... แต่คุณพ่ายแพ้ต่อระบบที่คุณพยายามปกป้องต่างหาก" ลีลานาเอ่ยเบาๆ น้ำเสียงของเธอไม่ได้มีท่าทีเยาะเย้ย ถ้อยคำนั้นเจือด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพราะเธอก็มีรอยแผลเป็นฉกรรจ์ในอดีตที่ไม่ต่างกัน คณินหันมามองหน้าเธอ ดวงตาทั้งคู่ประสานกันในความมืดสลัว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างทางความคิดที่เคยขัดแย้ง แต่ในวินาทีนี้ หัวใจของนักกฎหมายทั้งสองกลับสั่นไหวในจังหวะเดียวกัน ความใกล้ชิดในสถานการณ์คับขันได้ทำลายกำแพงทิฐิที่ทั้งคู่สร้างขึ้นมาตลอดทาง "บางครั้ง... ผมก็เกลียดความฉลาดของคุณนะ, คุณลีลานา" คณินกระซิบแผ่วเบา ใบหน้าโน้มเข้ามาใกล้จนลีลานารับรู้ถึงลมหายใจอุ่นที่ปัดผ่านแก้ม "เพราะคุณมองทะลุผ่านเกราะป้องกันทุกชั้นของผมได้เสมอ..." "นั่นเพราะเราต่างก็เป็นเหยื่อของเกมเดียวกัน, คุณคณิน" ลีลานาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย เธอยังคงรักษาความนิ่งสงบ แต่ปลายนิ้วที่กำโทรศัพท์มือถือกลับจิกแน่นเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ทว่า ก่อนที่บทสนทนาอันลุ่มลึกและเปราะบางนั้นจะดำเนินไปไกลกว่าเดิม เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงก็ดังลั่นขึ้นพร้อมกับแสงไฟสีขาวสว่างจ้าที่สาดส่องพรึบทั้งห้อง ระบบไฟสำรองกลับมาทำงานแล้ว และประตูนิรภัยก็กำลังเลื่อนเปิดออกช้าๆ ตามกลไกอัตโนมัติ ทั้งสองคนผละออกจากกันโดยอัตโนมัติ คณินกลับคืนสู่ท่าทีสุขุมเยือกเย็นดังเดิมอย่างรวดเร็วราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ เขายืดตัวตรง จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ ปรับแววตากลับมาเป็นอัยการผู้ไร้พ่าย ทว่าร่องรอยความอ่อนแอเมื่อครู่ยังคงตกค้างอยู่ในห้วgคำนึงของคนทั้งคู่ "ดูเหมือนว่าเราจะเสียเวลาไปพอสมควรกับการ... ทบทวนอดีตนะครับ" คณินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทพลางก้าวเดินนำออกไปที่ประตู ลีลานาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา เธอก้าวตามหลังเขาออกไป แต่สายตายังคงจดจ้องแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนขึ้นเป็นทวีคูณ ความใกล้ชิดเมื่อครู่ทำให้เธอรู้ว่าภายใต้หน้ากากที่สมบูรณ์แบบ คณินซ่อนความลับอะไรไว้ ทั้งสองเดินกลับมาถึงโต๊ะทำงานของคณินในโซนสำนักงานชั้นบน เอกสารคดีฆาตกรรมล่าสุดที่พวกเขากำลังร่วมมือกันตรวจสอบวางกองอยู่บนโต๊ะ ลีลานาก้มลงหยิบแฟ้มคดีขึ้นมาเปิดดูเพื่อกลบเกลื่อนความวุ่นวายในใจ ทว่า ทันทีที่เธอกวาดสายตาไปยังหน้าสุดท้ายของบันทึกการสอบสวน มือของเธอก็ต้องชะงักกุน กระดาษแผ่นหนึ่งถูกเสียบไว้ด้านใน มันไม่ใช่เอกสารราชการ แต่เป็นภาพถ่ายโพลารอยด์เก่าๆ ที่เพิ่งถูกสอดเข้ามาใหม่ ภาพของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าอาคารสำนักงานอัยการในอดีต พร้อมกับลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำสนิทที่ขอบภาพด้านล่าง—ลายมือเดียวกับจดหมายขู่ที่ลีลานาได้รับในวันแรกที่เริ่มทำคดีนี้ *“ความลับที่นายพยายามฝังกลบ... กำลังจะถูกขุดขึ้นมาในไม่ช้า”* ดวงตาของลีลานาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธองยหน้ามองคณินทันที ขณะที่อัยการหนุ่มกำลังก้มลงมองภาพถ่ายใบนั้นด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด—เพราะเด็กผู้หญิงในภาพถ่ายใบนั้น คือน้องสาวแท้ๆ ของคณินเอง ผู้ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ปริศนาเมื่อสิบปีก่อน! *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาอันดำมืดนี้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ* - พยานปากเอก
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปมปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%