คราบน้ำตาบนแฟ้มเอกสารคดีหมายเลข 089/2567 แห้งกรังกลายเป็นรอยด่างสีขาวขุ่นบนกระดาษปอนด์หนา
เสียงหอบหายใจแผ่วเบาของลีลานาสลับกับเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำในห้องครัวที่ปิดไม่สนิท ติ๊ก... ติ๊ก... จังหวะของมันราวกับเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่การพังทลายของตัวตนอันแข็งกร้าวที่เธอสวมเกราะป้องกันมาตลอดหลายปี บนโต๊ะทำงานรกเรื้อ คณินนั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับให้เงาของอัยการหนุ่มผู้ไร้พ่ายทาบทับลงบนร่างของทนายความสาวราวกับเครื่องพันธนาการที่ไร้น้ำหนักแต่ทรงพลัง
"คุณร้องไห้เพราะเสียดายคดีนี้ หรือเพราะรู้ว่าตัวเองไม่มีทางชนะผมด้วยตัวบทกฎหมายกันแน่ครับ... ลี"
น้ำเสียงของคณินไม่ได้เจือความเยาะเย้ย มันนุ่มนวลและกักเก็บความเหนื่อยล้าไว้ในที ทว่ากลับเฉียบคมพอกที่จะกรีดลึกลงไปในผนังหัวใจที่ลีลานาสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องปมสูญเสียในอดีต
ลีลานาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววท้าทายในห้องพิจารณาคดีบัดนี้แดงก่ำ เธอไม่ได้หลบสายตาคมกริบของเขา เธอกลับจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาคู่นั้น มองหาความเสแสร้ง... แต่พบเพียงความว่างเปล่าที่สะท้อนเงาของเธอเอง
"คุณไม่เข้าใจหรอก คิน" เสียงของเธอแหบพร่า สั่นเครือจนแทบไม่เป็นประโยค "สำหรับคุณ กฎหมายคือเกมหมากรุกที่คุณเป็นคนเดินเกม เป็นกระดานที่คุณควบคุมได้ทุกตา แต่สำหรับฉัน... มันคือหยดเลือดและน้ำตาของคนที่ฉันปกป้องไม่ได้ในอดีต และตอนนี้... ฉันกำลังจะปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีกครั้งกับลูกความของฉัน เพียงเพราะความฉลาดเป็นกรดของคุณ"
คณินไม่ตอบทันที เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ราคาแพง เดินอ้อมโต๊ะทำงานตัวใหญ่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้แทบไม่มีเหลือ พื้นที่ส่วนตัวถูกบีบอัดด้วยความตึงเครียดทางอารมณ์และแรงดึงดูดประหลาดที่สั่งสมมาจากการปะทะคารมในศาลมาหลายยก
เขาย่อตัวลงเล็กน้อยให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกันกับเธอ มือหนาเอื้อมออกไปช้าๆ ปล่อยให้เวลาเดินไปอย่างเชื่องช้า เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธ แต่ลีลานากลับนั่งนิ่ง ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยแรงโน้มถ่วงที่ชื่อว่า 'ความเปราะบาง'
ปลายนิ้วอุ่นของคณินเกลี่ยไล่คราบน้ำตาบนแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและสั่นไหวเล็กน้อย สะท้อนว่าภายใต้เกราะเหล็กของอัยการผู้ไร้พ่าย เขาก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่ถูกกัดกินจากภายในไม่ต่างกัน
"บางครั้ง... คนเราก็ต้องยอมทำลายกฎเกณฑ์ที่สร้างขึ้น เพื่อรักษาความหมายที่แท้จริงของการมีชีวิตอยู่ครับ ลี" คณินกระซิบชิดริมหู เสียงของเขานุ่มลึกราวกับมนตราที่ละลายกำแพงน้ำแข็งในใจเธอทีละน้อย "ผมไม่ได้สู้เพื่อชนะคดี ผมสู้เพื่อดึงคุณออกมาจากเงาในอดีตต่างหาก คุณแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวไม่ไหวหรอก"
กำแพงที่ลีลานาสร้างขึ้นด้วยความแค้น ความยุติธรรมตัวบท และทิฐิอันสูงส่ง พังทลายลงในวินาทีนั้นเอง ความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนับปีทะลักล้นออกมาราวกับเขื่อนแตก เธอยื่นมือไปคว้าปกเสื้อเชิ้ตของคณินไว้แน่น ราวกับคนจมน้ำที่คว้าได้ท่อนไม้สุดท้าย ลีลานาซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา ปล่อยให้ความอ่อนแอที่ถูกกัก
ขังถูกปลดปล่อยออกมาเป็นเสียงสะอื้นฮักที่สั่นสะท้อนไปทั่วห้อง
คณินดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมอก โอบกอดเธอไว้ด้วยความแน่นแฟ้นและทะนุถนอม มือข้างหนึ่งลูบกลุ่มผมนุ่มของเธอช้าๆ สัมผัสที่ไร้ซึ่งการคำนวณ ไร้ซึ่งกลยุทธ์ทางกฎหมาย มีเพียงความจริงใจดิบๆ ที่ทั้งสองต่างฝ่ายต่างโหยหา ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ และหัวใจสองดวงที่เต้นระรัวสอดประสานกันในความมืดมิด
"ผมอยู่ตรงนี้แล้วครับ..." คินกระซิบซ้ำๆ แนบชิดขมับของเธอ ถ้อยคำเรียบง่ายแต่มันมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้โลกที่พังทลายของเธอกลับมารวมกันใหม่อีกครั้งทีละชิ้น
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เวลาหยุดเดิน ทั้งสองผละออกจากกันเพียงเล็กน้อย ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความหมายซ่อนเร้นในแววตาแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่เกินกว่าจะหาคำบรรยายใดมานิยาม คณินโน้มใบหน้าลงช้าๆ ลีลานาไม่ได้ถอยหนี เธอกลับหลับตาลงรับสัมผัสแห่งความเวิ้งว้างและเติมเต็มซึ่งกันและกัน ริมฝีปากของพวกเขาสัมผัสกันอย่างแผ่วเบา เนิบนาบ ทว่าเต็มไปด้วยความโหยหาและแรงดึงดูดอันตรายที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอุดมการณ์ให้มอดไหม้
แต่ทว่า... ในวินาทีที่อารมณ์รักและแรงปรารถนากำลังหลอมรวมทั้งสองเข้าเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความเปราะบางสูงสุดนั้นเอง
*กริ๊ก!*
เสียงโลหะกระทบกันแผ่วเบาดังมาจากระเบียงด้านนอกห้องทำงาน ซึ่งควรจะเป็นพื้นที่ปิดตายเพราะอยู่สูงจากพื้นดินหลายสิบเมตร!
คณินผละตัวออกจากลีลานาในเสี้ยววินาที ร่างสูงตระหง่านพลิกตัวกลับไปคว้าปืนพกประจำกายที่วางไว้บนโต๊ะขึ้นมาขึ้นลำกล้องด้วยความเร็วแสง สายตาคมกริบทอประกายอำมหิตกวาดมองไปที่ม่านโปร่งสีขาวที่ปลิวไสวตามแรงลมยามวิกาล ลีลานายืนขึ้นตาม ตัวสั่นเทาด้วยความตกใจ สัญชาตญาณนักกฎหมายและเหยื่อผู้ถูกล่าตื่นตัวขึ้นทันที
ที่มุมมืดหลังผ้าม่านระเบียง... เงาร่างหนึ่งกำลังขยับถอยหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ลอดผ่านกระจกเข้ามาทางรอยแง้มของบานหน้าต่าง
"น่าประทับใจจริงๆ ครับ... ท่านอัยการผู้ไร้พ่าย กับทนายสาวมือสะอาด แต่ทว่า... หลักฐานชิ้นสุดท้ายของคดีนี้ ที่พวกคุณกำลังตามหา มันไม่ได้อยู่ในสำนวน... แต่อยู่ในมือผมแล้ว"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นไปพร้อมกับตัวละครในคบทนี้นะครับ
กับดักรักซ่อนปมปริศนา•ตอนที่ 20
กำแพงที่พังทลาย
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปมปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!