พลิกไร่ร้างคืนชีพ: เมื่อตัวร้ายต้องรุกจีบวิศวกรผู้กุมความลับของหุบเขา•ตอนที่ 1

ฟื้นคืนชีพในที่รกร้าง

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"ถ้ายังยืนกอดอกทำหน้าโง่อยู่ตรงนั้น อี๋1หยวนค่าเกลือห่อนี้ สกุลหลินอย่างพวกเจ้าก็เตรียมเอาข้าวสารกรอกหม้อต้มน้ำต้มใบไม้กินแทนข้าวได้เลย!" เสียงตบโต๊ะไม้สนผุๆ ดังป้าบจนถ้วยกระเบื้องบิ่นๆ สั่นสะเทือน น้ำชาอุ่นๆ กระเซ็นถูกหลังมือเรียวที่ยังคงมีรอยแผลพุพองจากการทำงานหนัก หลินเหม่ยอิงสะดุ้งสุดตัว ไม่ใช่เพราะความตกใจจากเสียงคำรามของป้าสะใภ้ใหญ่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าเลือด แต่เป็นเพราะความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วจากขมับซ้าย ลามลงมาถึงต้นคอราวกับมีเข็มเหล็กนับร้อยเล่มกำลังทิ่มแทง ความทรงจำสองชาติภพตีรวนกันวุ่นวาย ภาพสุดท้ายของนักยุทธศาสตร์การตลาดระดับแนวหน้าของศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดที่กำลังเซ็นสัญญาโปรเจกต์พันล้าน ซ้อนทับเข้ากับภาพความจริงอันโหดร้ายของหญิงสาวชาวไร่ผู้ถูกขับไล่ให้มาตายผ่อนส่ง ณ ชายขอบหุบเขากระดูกพยัคฆ์ หุบเขาที่ขึ้นชื่อว่าดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นอริ แห้งแล้งจนแม้แต่หญ้ายังไม่กลายพันธุ์มารอดชีวิต นับประสาอะไรกับมนุษย์ตัวเล็กๆ ที่ไร้ซึ่งทรัพย์สินเงินทองติดตัว เหม่ยอิงหอบหายใจถี่กระชั้น ดวงตาหงส์ที่เคยหม่นหมองบัดนี้ฉายแววคมกริบดุจใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับ เธอป้องมือซับเหงื่อกาฬที่ผุดพรายบนหน้าผาก ช้าๆ ทว่ามั่นคง ความเจ็บปวดเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดและการคำนวณต้นทุนกำไรที่ฝังรากลึกอยู่ในกระดูก นี่นางไม่ได้ฝันไป... นางหลุดเข้ามาอยู่ในนิยายจีนยุคพัฒนาชนบทที่ตนเพิ่งอ่านจบไปหมาดๆ แถมยังทะลุมิติมาสวมร่าง "หลินเหม่ยอิง" นางร้ายสมองนิ่มที่ต้องจุดจบด้วยการอดอยากตายในกระท่อมร้างท้ายไร่ ขณะที่นางเอกแสนดีอย่าง "ซูมี่" กำลังใช้ความรู้กอบโกยความมั่งคั่งและกุมหัวใจของพระเอกไปครอง "ยังไงล่ะ นังตัวดี! หนี้เก่าสามเหมาแปดเฟิน กับค่าเกลือห่อนี้ รวมเป็นสองหยวนถ้วน เจ้าจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย หรือต้องให้ข้าเอาเครื่องมือทำไร่ชิ้นสุดท้ายของบ้านเจ้าไปขัดดอก ถึงตอนนั้นอย่ามาหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน!" ป้าสะใภ้ใหญ่เหยียดยิ้มหยัน กวาดสายตามองสภาพบ้านไร่ที่แทบไม่ต่างจากคอกสัตว์ด้วยความสมเพชเวทนา เหม่ยอิงค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ไผ่ที่โยเย นางปัดฝุ่นตามชายเสื้อผ้าหยาบๆ สีซีดจาง แม้สภาพร่างกายจะอ่อนล้าเพราะอดอาหารมาสามวันเต็ม ทว่าท่าทีและแววตากลับสง่างามราวกับพญาหงส์ที่กำลังกางปีกท้าทายพายุฝน รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาวกะทันหันทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่ที่กำลังจะอ้าปากด่าต่อถึงกับชะงัก กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากโดยไม่รู้ตัว "ป้าสะใภ้ใหญ่เจ้าคะ..." น้ำเสียงหวานใสแต่เยือกเย็นจนน่าประหลาดดังขึ้น ทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยพลังอำนาจ "ท่านบอกว่าหนี้เก่าสามเหมาแปดเฟิน รวมกับเกลือห่อนี้เป็นสองหยวนถ้วน... ช้าก่อน เจ้าค่ะ ท่านคิดดอกเบี้ยร้อยละเท่าไหร่กัน ถึงได้ปัดเศษจากหนึ่งหยวนห้าเฟินขึ้นมาเป็นสองหยวนพอดิบพอดีเช่นนี้ หรือว่า... ลูกคิดที่ร้านค้าของตระกูลเฉินมีวิธีคำนวณแบบใหม่ที่กฎหมายบ้านเมืองไม่รู้จัก?" "นัง... นังเด็กปากดี!" ป้าสะใภ้หน้าถอดสี ร้องแว้ดเสียงหลงเพื่อกลบเกลื่อนความผิดพิรุธ "ข้าวของแพงขึ้น ค่าขนส่งจากในอำเภอขึ้นราคา เจ้าไม่รู้หรือไง อย่ามาทำเป็นไขسแดงไกด์แถวนี้ ถ้าไม่มีเงินก็เอาที่ดินรกร้างหลังบ้านมาจำนองซะดีๆ!" "ที่ดินรกร้างหลังบ้านอย่างนั้นหรือเจ้าคะ?" เหม่ยอิงแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มที่มุมปากงดงามหยาดเยิ้มทว่ากลับเย็นยะเยือกเสียจนคู่สนทนาหนสันหลังวาบ "ที่ดินที่พวกท่านบอกว่าไร้ค่า ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น จนต้องผลักไสให้พี่น้องบ้านรองมาตายผ่อนส่งน่ะหรือเจ้าคะ... น่าแปลกเสียจริง ถ้ารู้ว่ามันไร้ค่า ไฉนป้าสะใภ้ถึงขยันมาทวงถามถึงกรรมสิทธิ์นักเล่า หรือว่า... เบื้องหลังผืนดินแห้งแล้งผืนนั้น จะมีความลับอะไรที่พวกท่านไม่อยากให้ใครล่วงรู้กันแน่?" คำพูดของเหม่ยอิงเปรียบเสมือนลูกศิษย์ดอกใหญ่ที่ปักเข้ากลางใจดำ ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือดสลับเขียวคล้ำ มือที่ถือถุงเงินสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัว นางไม่เคยคิดเลยว่านังเด็กโง่เขลาเบาปัญญาที่ยอมให้ตนกดขี่มาตลอด จะกล้าลุกขึ้นมาต่อปากต่อคำแถมยังจับพิรุธได้อย่างแม่นยำเช่นนี้ "เจ้า... เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร! ข้าจะฟ้องผู้ใหญ่บ้านว่าเจ้าไม่ยอมใช้หนี้!" "เชิญตามสบายเลยเจ้าคะ" เหม่ยอิงก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ร่างท้วมของป้าสะใภ้ทีละก้าว แววตาดุดันทรงพลังบีบคั้นให้อีกฝ่ายต้องถอยหลังกรูด "แต่ก่อนจะไปฟ้องใคร ข้าขอเตือนด้วยความหวังดีในฐานะญาติสนิท ว่าบัญชีการค้าของตระกูลเฉินที่ท่านแอบยักยอกเงินกองกลางหมู่บ้านเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีก่อน หากทางการตรวจสอบพบ... ไม่รู้ว่าหัวของลุงใหญ่หรือหัวของลูกชายท่าน จะหลุดออกจากบ่าก่อนกันนะเจ้าคะ?" ป้าสะใภ้ใหญ่เบิกตากว้างจนแทบถลน ร่างท้วมสั่นเทาไปทั้งตัว นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ความฮึกเหิมเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจที่ถูกจี้จุดตายเข้าอย่างจัง นังเด็กนี่... นังเด็กนี่มันรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร! "แก... แกมันปีศาจ..." ป้าสะใภ้ชี้หน้าเหม่ยอิงด้วยความสั่นกลัว ก่อนจะสะบัดตัวหันหลังวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากบริเวณบ้านไร่ราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ เสียงฝีเท้าลนลานหายลับไปกับสายหมอกยามสาย เหม่ยอิงยืนมองตามร่างอ้วนท้วมที่วิ่งหนีหายไปจนลับตา มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความตึงเครียดในสมองผ่อนคลายลง นางถอนหายใจยาวเหยียด ยอมรับว่าการใช้จิตวิทยาและข้อมูลจากความทรงจำเดิมมาขู่คนพวกนี้ได้ผลชะמדด แต่ถึงกระนั้น นี่เป็นเพียงแค่ก้าวแรกบนเส้นทางวิบากเท่านั้น กระเป๋าเงินว่างเปล่า ท้องที่ร้องโครกคราฟเพราะความหิวโหย และผืนดินรกร้างกว้างใหญ่ที่อยู่นอกหน้าต่าง... ที่ดินที่คนอื่นมองว่าเป็นขยะ แต่ในสายตาของอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรและพัฒนาที่ดิน มันคือขุมทรัพย์มหาศาลที่รอการปลุกให้ตื่นขึ้นมาสร้างอาณาจักร! นางเดินกลับเข้าไปในครัวที่แทบไม่มีอะไรเลยนอกจากหม้อดินเก่าๆ และเกลือครึ่งห่อที่เพิ่งแย่งชิงมาได้ ทันใดนั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนกำลังยืนนิ่งอยู่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ที่พังมิพังแหล บุรุษในชุดเสื้อผ้าสีเข้มมอมแมมฝุ่นจากการก่อสร้าง ไหล่กว้างหนาทะมัดทะแมง ใบหน้าคมสันเคร่งขรึมรากับรูปสลัก ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาที่นางนิ่งนานราวกับกำลังประเมินสินค้าชิ้นสำคัญ เฉินเฟยหลง วิศวกรหลวงผู้ถูกส่งมาคุมงานสร้างเขื่อนในเขตทุรกันดาร... ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาไร้หัวใจที่สุดในอำเภอ และเป็นตัวอันตรายอันดับหนึ่งที่แม้แต่ซูมี่ยังไม่กล้าเข้าใกล้ เฟยหลงก้าวขาเข้ามาในเขตบ้านอย่างไร้ซุ่มเสียง ในมือของเขามีห่อกระดาษสีน้ำตาลห่อใหญ่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของแป้งสาลีและเนื้อย่างโชยมาเตะจมูก ท่ามกลางความเงียบงัน ชายหนุ่มวางห่ออาหารลงบนโต๊ะไม้ผุๆ แววตาคมปลาบมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก "ผู้หญิงปากจัดคนเมื่อครู่ วิ่งร้องไห้บอกว่าเจ้าเป็นปีศาจแปลงร่างมา" เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินกระทบกันดังขึ้น เรียบเฉยแต่ชวนให้หัวใจกระตุกวูบ "แล้วเจ้าเล่า... คิดจะแปลงร่างเป็นอะไรเพื่อกินข้าวต้มชามนี้กับข้าล่ะ แม่สาวน้อยแห่งไร่ร้าง?" เหม่ยอิงชะงักค้าง กลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารตรงหน้าปะทะเข้ากับความหิวโหยในกระเพาะ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของนางเต้นผิดจังหวะกลับไม่ใช่กลิ่นหอมของเนื้อย่าง หากเป็นรอยยิ้มมุมปากที่เจือความเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิดของวิศวกรหนุ่มผู้กุมความลับอันตรายที่สุดของหุบเขาแห่งนี้... ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปกับเหม่ยอิงนะคะ!
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกไร่ร้างคืนชีพ: เมื่อตัวร้ายต้องรุกจีบวิศวกรผู้กุมความลับของหุบเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%