กลิ่นไวน์แดงบอร์โดซ์ราคาแพงระยับที่รินอยู่เต็มแก้วคริสตัลเจียระไน ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่ำในห้องเพนท์เฮوسต์หรูหราใจกลางกรุงอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ความเงียบงันที่แผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสองหนาแน่นเสียยิ่งกว่ากำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก บนโต๊ะอาหารยาวเหยียดที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีตสำหรับสองที่นั่ง อาหารมื้อหรูนับสิบคอร์สยังคงวางเรียงรายแทบไม่ได้ถูกแตะต้อง มีเพียงเสียงเพลงคลาสสิกบรรเลงเบาๆ จากเครื่องเสียงนำเข้าที่ขับเน้นให้ความอ้างว้างในค่ำคืนนี้ชัดเจนบาดลึกยิ่งขึ้น
รินรดานั่งนิ่งอยู่เบาะฝั่งตรงข้าม ใบหน้ารูปไข่ที่เคยซีดเซียวและมีแต่รอยน้ำตาเมื่อสามปีก่อน บัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงและรอยยิ้มเยือกเย็นที่ยากจะคาดเดา เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบตึงไว้ด้านหลังอย่างไร้ที่ติ ขับเน้นให้ดวงตากลมโตคมกริบคู่นั้นฉายแววเด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความหวั่นไหวอย่างสิ้นเชิง
นิ้วเรียวบางภายใต้ชุดราตรีสีดำสนิทกำกระดาษแผ่นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะแน่น เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะตัดสินใจวางมันลงบนกึ่งกลางโต๊ะ กระดาษสีขาวสะอาดตาแผ่นนั้นเลื่อนผ่านแสงเทียนวับแวมไปหยุดอยู่ตรงหน้าของชายหนุ่มผู้เป็นสามีตามกฎหมาย
คิรากรละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือช้าๆ ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพปั้นยังคงเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งและอีโก้ที่ค้ำคออยู่เต็มเปี่ยม ดวงตาคมกราบกวาดมองแผ่นกระดาษนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับภรรยา มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันในแบบที่เขามักจะใช้ดูถูกเธอเสมอมา
"นี่อะไร ริน... จะเรียกร้องเงินค่าเลี้ยงดูเพิ่มอีกงั้นหรือ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความไยดี ราวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงเอกสารทางธุรกิจชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่ใบหย่าที่ถูกยื่นให้ในวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม
"อ่านดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่าฉันไม่ได้อยากได้อะไรจากคุณเลย... แม้แต่สตางค์แดงเดียวก็ไม่" รินรดากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในตอนท้ายอย่างควบคุมได้ยาก
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เขายกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ อย่างไม่ยี่ห้อ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพลิกดู ดวงตาคมกวาดอ่านข้อความสั้นๆ ด้านในอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มเยาะบนมุมปากค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย กลายเป็นความขมuุกขมัวที่พาดผ่านดวงตาคู่นั้นแทน
*ใบหย่า*
คำสั้นๆ ที่จารIกอยู่บนหัวกระดาษ ทำเอาความมั่นใจทั้งหมดของประธานหนุ่มผู้กุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านถึงกับสะดุดลงชั่วขณะ คิรากรขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ มือหนาขยำกระดาษแผ่นนั้นในกำมือทันทีด้วยความโมโห
"คิดจะเล่นเกมอะไรอีก รินรดา! คิดว่าทำตัวเป็นนางเอกผู้สูงศักดิ์ขอหย่า แล้วฉันจะต้องวิ่งตามง้อเธอรึไง ฝันไปเถอะ!" คิรากรตวาดลั่น โยนเศษกระดาษที่ถูกขยำทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ใยดี ดวงตาคู่คมจ้องมองภรรยาด้วยความกราดเกรี้ยว "สามปีที่ผ่านมา เธอก็เป็นได้แค่ตัวสำรองในบ้านหลังนี้ อย่าคิดว่าการเรียกร้องความสนใจแบบนี้จะทำให้ฉันสนใจเธอขึ้นมาได้"
รินรดายังคงนั่งนิ่ง เธอมองการกระทำที่เต็มไปด้วยโทสะนั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่มีน้ำตาไหลรินออกมาสักหยด ไม่มีเสียงสะอื้นไห้อ้อนวอนเหมือนในอดีต ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินหัวใจตลอดสามปีที่ผ่านมา บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความด้านชาและเข้มแข็งจนน่ากลัว
"ฉันไม่ได้เรียกร้องความสนใจค่ะ คิรากร... ฉันแค่มาทวงอิสรภาพคืนให้ตัวเองต่างหาก" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคู่สวยสบประสานกับเขาตรงๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหลบเลี่ยง "สามปีที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน สามปีที่คุณยกผู้หญิงคนอื่นเข้ามาเย้ยหยันฉันถึงในบ้านหลังนี้... พอแค่นี้เถอะค่ะ ฉันเหนื่อยแล้ว และที่สำคัญที่สุด... ฉันไม่ต้องการผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณอีกต่อไปแล้ว"
"รินรดา!" คิรากรลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ แรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านทำให้เขาแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ ขายาวก้าวเข้าประชิดตัวหญิงสาวในพริบตาเดียว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวบอบบางแล้วบีบแน่นด้วยความโกรธจัด "กล้าดียังไงมาบอกว่าฉันเห็นแก่ตัว! เธอลืมไปแล้วหรือไงว่าใครเป็นคนชุบเลี้ยงเธอขึ้นมา หะ!"
แรงบีบที่หัวไหล่ทำให้รินรดานิหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่เธอกลับไม่ยอมปริปากร้องขอความเห็นใจ เธอยืดอกขึ้นเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสΦกประกายความดื้อรั้นและเกลียดชังที่ปิดไม่มิด
"ใช่ค่ะ! ฉันมันก็แค่เด็กกำพร้าที่คุณซื้อมาด้วยเงินทดแทนบุญคุณ! แต่จำไว้เถอะนะคะคิรากร... คนเราต่อให้ไร้ค่าแค่ไหน ก็ยังมีหัวใจและความรู้สึก ไม่ใช่ตุ๊กตาไขลานที่คุณจะทำยังไงกับมันก็ได้!"
คำพูดที่เชือดเฉือนและแววตาที่เต็มไปด้วยความหยเหยียดในตัวเขา ทำให้คิรากรขาดผึ่ง ความโกรธแค้นผสมปนเปกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอกจนหายใจแทบไม่ออก สัญชาตญาณดิบเถื่อนถูกปลุกเร้าขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่เขารังเกียจที่จะยอมรับ
"ปากเก่งนักนะ... งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันดูหน่อยสิ ว่าเธอเก่งจริงอย่างที่พูดหรือเปล่า!"
คิรากรไม่รอให้เธอได้ทันตั้งตัว มือหนากระชากร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิดแผ่นอกแกร่ง รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ พยายามขัดขืนและผลักไส แต่มันช่างไร้ความหมายเมื่อเทียบกับพละกำลังของชายหนุ่ม
ริมฝีปากหย้าร้อนฉ่าฉกวูบลงมาปิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังจะอ้าเอ่ยประณามเขาอย่างไร้ความปรานี จูบที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ โทสะ และความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา คิรากรบดขยี้ริมฝีปากนุ่มด้วยความเร่าร้อนและดุดัน รสจูบที่ทั้งลงโทษและเรียกร้องในเวลาเดียวกันทำให้รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
หญิงสาวพยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่คิรากรกลับยิ่งรุกหนักขึ้น มือข้างหนึ่งรวบเอวบางไว้แน่นตรึงร่างเธอไว้กับตัว ส่วนอีกข้างช้อนหลังอุ้มเธอลอยขึ้นจากพื้นจนรินรดาต้องใช้แขนเรียวโอบรอบคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น
รสจูบที่ลึกซึ้งและป่าเถื่อนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันทำให้หัวใจที่ด้านชาของทั้งคู่เต้นระรัวอย่างควบคุมไม่อยู่ คิรากรผละริมฝีปากออกช้าๆ สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนที่ตอนนี้แดงก่ำและหอบสะท้าน ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่เอ่อคลอแต่วับแวมด้วยแรงปรารถนาที่เขาเป็นคนจุดชนวน
"คุณมัน... คนสารเลว..." รินรดากระซิบเสียงพร่า ลมหายใจติดขัดเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาไล้ไปตามกรอบหน้าและริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ
"ใช่... ฉันมันสารเลว" คิรากรกระซิบตอบด้วยเสียงแหบพร่า ชิดริมฝีปากลงที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธออย่างถือวิสาสะ "แต่เธอก็หนีฉันไม่พ้นหรอก ริน... ไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม"
ร่างบางถูกวางลงบนเตียงนอนกว้างในห้องนอนใหญ่ แรงกระแทกไม่ได้ทำให้เธอลดละความพยายามที่จะขัดขืน แต่คิรากรได้ทาบทับลงมาทั้งตัวแล้ว ร่างกายกำยำที่ร้อนระอุราวกับเตาไฟกดทับเธอไว้ใต้ร่าง ความใกล้ชิดที่แนบสนิทอย่างไร้ช่องว่างทำให้กลิ่นกายเฉพาะตัวและสัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ไปตามเรียวขาภายใต้ชุดราตรีตัวสวย เริ่มสั่นคลอนเกราะป้องกันอันเปราะบางของรินรดา
สัมผัสที่ทั้งรุนแรงและเย้ายวนปลุกเร้าไฟปรารถนาที่ซ่อนเร้นขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ คิรากรไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสได้คิดคำปฏิเสธ ริมฝีปากร้อนรุมจุมพิตซับไปทั่วลำคอระหงและลาดไหล่เนียน มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ของหญิงสาวออกทีละชิ้นอย่างชำนาญและเร่งรีบ ท่ามกลางเสียงหอบหายใจที่เริ่มประสานกันเป็นจังหวะเดียว
ความวาบหวามและความเจ็บปวดร้าวรานหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในค่ำคืนแห่งการอำลา บนเตียงนอนที่เต็มไปด้วยความสัมพันธ์อันบิดเบี้ยว รินรดาหลับตาลงปล่อยให้หยาดน้ำตาเม็ดสุดท้ายไหลรินลงข้างขมับ ขณะที่ร่างกายนอบน้อมยอมจำนนต่อรสสัมผัสอันเร่าร้อนลึกซึ้งที่คิรากรมอบให้อย่างบ้าคลั่ง ราวกับต้องการตอกย้ำความเป็นเจ้าของเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะขาดสะบั้นลงตลอดกาล
...
ทว่า... ในขณะที่ค่ำคืนอันเร่าร้อนและเจ็บปวดกำลังดำเนินไปสู่จุดสูงสุดของอารมณ์ ร่างบางของใครอีกคนกลับกำลังยืนมองลอดผ่านบานกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนภาพเหตุการณ์ทั้งหมดในห้องแต่งตัวฝั่งตรงข้าม
ดวงตากลมโตใสแป๋วของเด็กชายวัยราวๆ สองขวบเศษ กะพริบปริบๆ อย่างไรียงสา มือเล็กๆ กำชายเสื้อของหญิงสาวอีกคนแน่น ขณะที่เจ้าตัวเอียงคอมองภาพความวุ่นวายบนเตียงนอนนั้นด้วยความสงสัย
เด็กน้อยส่งเสียงอืออาในลำคอ ก่อนจะหันไปเงยหน้ามองผู้เป็นแม่ด้วยดวงตาที่ถอดแบบมาจากประธานหนุ่มคิรากรราศเป๊ะ... ดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและเฉลียวฉลาดเกินวัย
ขอบคุณสำหรับทุกการติดตามและหัวใจที่มอบให้ "เข็มฉายานิศ" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
พิษรักหักเหลี่ยมคม•ตอนที่ 1
ใบหย่าที่ไร้คำตอบ
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิษรักหักเหลี่ยมคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
