เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึกบนโต๊ะประชุมกระจกใสเงาวับ ดังสนั่นจนกลบเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทสถาปัตยกรรมระดับประเทศ ทว่าความเงียบที่ตามมาหลังเสียงนั้นกลับน่าอึดอัดยิ่งกว่า แรงสั่นสะเทือนจากฝ่ามือของอาคเนย์ที่กดลงบนขอบโต๊ะ สะท้อนถึงโทสะที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยราatรูปสลักหินอ่อน
"โปรเจกต์นี้ไม่ได้มีไว้เล่นขายของนะครับ คุณคีย์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งเอ่ยขึ้น ดวงตาสีนิลคู่คมกริบตวัดจ้องมองชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้าง สวมฮู้ดสีดำสนิทขัดตาอย่างสิ้นเชิงกับบรรยากาศชุดสูทสากลของบอร์ดบริหาร
ผม—คีย์ เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่สะดุด ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากเป็นรอยยิ้มกวนประสาทที่ต่อให้เป็นพระพุทธรูปก็ยังต้องตบะแตก
"อ้าว อาคเนย์... พูดแบบนี้หมายความว่าไงครับเนี่ย ผมก็แค่ออกแบบฟังก์ชันให้มันเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายยุคใหม่ แค่เปลี่ยนพื้นที่สวนหย่อมดาดฟ้าให้กลายเป็นโซนจัดปาร์ตี้ LAN เกมออนไลน์ มันผิดตรงไหน สถาปนิกหัวโบราณถึงได้หน้าดำคร่ำเครียดขนาดนี้"
ผมจงใจลากเสียงยาวในคำว่า 'หัวโบราณ' ส่งผลให้เส้นเลือดข้างขมับของสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งกระตุกวูบ
บรรยากาศในห้องประชุมเคร่งเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ บอร์ดบริหารต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ไม่มีใครกล้าปริปากแทรกกลางระหว่างเสือสองตัวที่กำลังส่งสายตาฟาดฟันกันอย่างดุเดือด ย้อนกลับไปเมื่อคืนก่อน—เหตุการณ์ที่ผมเผลอไปสะดุดตาและสบตากับเขากลางงานเลี้ยงต้อนรับ ทำให้ผมคิดว่าผู้ชายคนนี้อาจจะมีมุมที่อ่อนโยนกว่าภาพลักษณ์ภายนอกบ้าง
แต่ผมคิดผิด... เขาก็ยังเป็นอาคเนย์ จอมเผด็จการผู้ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบที่พร้อมจะเหยียบย่ำไอเดียของทุกคนให้แหลกคราบ
"โซนจัดปาร์ตี้เกม?" อาคเนย์ทวนคำ น้ำเสียงของเขาเริ่มมีร่องรอยของความกรุ่นโกรธลอดออกมาทีละนิด ร่างสูงสง่าในชุดสูทรisPOWก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งที่ผมนั่ง ช20 ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางสะอาดสะอ้านผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก "นี่คือตึกสำนักงานใหญ่ ไม่ใช่ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เกรดต่ำที่คุณเคยคลุกคลี การเอาเรื่องไร้สาระมาปปеปเปื้อนงานสถาปัตยกรรมมูลค่าหลายพันล้าน มันแสดงถึงความไร้รอยหยักในสมอง หรือความไร้สำนึกกันแน่ครับ"
คำพูดเจ็บแสบที่ตอกกลับมาทำเอาผมหุบยิ้มทันที ดวงตาของผมหรี่ลง ความสนุกสนานในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความท้าทาย
แปลก... ทั้งที่โดนด่าแรงขนาดนั้น แต่ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นกระหน่ำแรงจนน่าหงุดหงิดแบบนี้วะ ร่างกายมันจำสัมผัสและกลิ่นกายของเขาจากเหตุการณ์เมื่อคืนได้ดีเกินไป ยิ่งเขาเข้ามาใกล้ ยิ่งกดดัน ร่างกายมันยิ่งตื่นตัวอย่างประหลาด
"ปากดีจังนะครับ..." ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ จนความสูงของเราแทบไม่ต่างกัน รุกประชิดเข้าไปจนปลายจมูกแทบจะชนกัน แกล้งลดเสียงลงให้ได้ยินกันแค่สองคน "แต่ระวังเถอะครับปากดีๆ แบบนี้... เดี๋ยวจะได้กลืนน้ำลายตัวเองเข้าสักวัน"
อาคเนย์ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นความกล้าบ้าบิ่นของผมที่กล้าท้าทายเขาต่อหน้าบอร์ดบริหาร ความใกล้ชิดนี้ทำให้ผมเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่คมนั้นชัดเจน ลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกันทำให้อุณหภูมิในห้องประชุมติดแอร์เย็นฉ่ำพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ
"คุณคีย์..." อาคเนย์เค้นเสียงลอดไรฟัน สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่พังทลายลงแทนที่ด้วยความหงุดหงิดปนความสับสนที่เจ้าตัวก็คงไม่อยากยอมรับ
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด เมฆ เพื่อนสนิทตัวแสบของผมโผล่หน้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนบาทาไม่แพ้กัน ในมือถือแท็บเล็ตโชว์กราฟพุ่งกระฉูด
"ขอโทษที่ขัดจังหวะสวีต... เอ๊ย ประชุมครับทุกท่าน พอดีผลรีเสิร์ชเรียลไทม์จากโปรjeงต์ที่ไอ้คีย์มันเสนอเพิ่งเด้ง ยอด engagement พุ่งทะลุ 300% ตั้งแต่ยังไม่เริ่มสร้างเลยนะท่านประธาน" เมฆลอยหน้าลอยตาพูดพลอยส่งยิ้มยียวนให้อาคเนย์
ผมยิ้มมุมปาก หันกลับไปมองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าเริ่มบึ้งตึงกว่าเดิม ยื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารของตัวเองขึ้นมาถือไว้ หลุบตามองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้
"เห็นไหมครับ อาคเนย์... โลกมันหมุนไปไกลกว่าแบบแปลนกระดาษไขพวกนั้นแล้ว" ผมจงใจเอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงยียวนประสาท "ถ้าคุณยังดื้อดึงไม่ยอมรับความจริง ระวังผมจะขโมยหัวใจ... เอ๊ย แย่งโปรเจกต์นี้ไปครองแบบเบ็ดเสร็จโดยที่คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเถียงนะครับ"
อาคเนย์กัดกรามกรอด มือหนาที่กำขอบโต๊ะไว้แน่นจนข้อต่องอขาวโพลน ดวงตาสีนิลคู่นั้นลุกโชนไปด้วยประกายเพลิงแห่งความท้าทายที่ถูกปลุกเร้าจนควบคุมไม่ได้
เขายื่นมือขวาออกมาขวางทางเดินผมที่กำลังจะหันหลังเดินออกจากห้อง ปลายเลิฟนิ่งแตะเบาๆ ที่ต้นแขนของผม รั้งตัวผมให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนรับรู้ถึงอารมณ์ที่พุ่งพล่านของคนตรงข้าม
"คิดว่าแน่เหรอครับ..." เสียงกระซิบต่ำพร่าลอดริมฝีปากของอาคเนย์ ดังกระซิบข้างใบหูจนขนลุกซู่ "เกมยังไม่จบ... อย่าเพิ่งมั่นใจว่าคุณจะเป็นผู้ชนะ"
จังหวะนั้นเอง ดวงตาของเราประสานกันนิ่งสนิท ท่ามกลางเสียงกระซอมกระซาบของบอร์ดบริหารที่เริ่มแตกตื่นกับสถานการณ์ ความใกล้ชิดที่แนบ องศาของใบหน้าที่ห่างกันแค่คืบ และแรงสั่นสะเทือนบางอย่างจากปลายนิ้วที่ยังคงแตะอยู่บนแขน...
มันไม่ใช่แค่การปะทะกันของอีโก้ แต่มันคือชนวนระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลังสู่ความสัมพันธ์อันตรายที่ไม่มีใครยอมใคร
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความกวนของพ่อหนุ่มโปรเพลเยอร์คนนี้นะครับ
เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกมาดนิ่ง•ตอนที่ 2
ปากดีไม่มีที่สิ้นสุด
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!