คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม•ตอนที่ 8

งานเลี้ยงฉลองที่กลายเป็นหายนะ

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่ดังระรัวพร้อมกันนับสิบเครื่องในห้องทำงานหรูหรานั้น ราวกับเสียงกังสดาลแห่งความพินาศที่ถูกเคาะเรียกวิญญาณของปวีร์ให้หลุดลอยออกจากร่าง *[ติ๊ง! โอนเงินจำนวน 1,000,000,000 บาทสำเร็จ — หุ้นทั้งหมดของปวีร์ถูกซื้อขาดเรียบร้อยแล้วค่ะ]* หน้าจอสมาร์ทโฟนราคาแพงในมือของปวีร์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ใบหน้าที่เคยฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะและความเย่อหยิ่งเมื่อครู่ บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับคนตาย ปากอ้าค้าง ดวงเบิกกว้างจนแทบจะถסתออกจากเบ้าตา เขาก้มลงมองหน้าจอแล้วเงยขึ้นมองหน้านนท์สลับกันไปมาด้วยความหวาดผวา สมองของเขาหยุดทำงานลงชั่วขณะ ราวกับมีฟ้าผ่าลงมากลางกบาลในวันที่ไม่มีเมฆฝน "มะ... เป็นไปไม่ได้!" ปวีร์แผดเสียงลั่นห้อง ร่างกายสั่นเทาจนกระดาษเอกสารบนโต๊ะไหวตาม แรงโกรธและความกลัวตีรวนขึ้นจนจุกอก "แกเอาเงินมาจากไหนตั้งพันล้าน! หุ้นทั้งหมดของฉัน... ฉันถือครองมันมาหลายปี แกใช้วิธีสกปรกอะไรฮะ ไอ้เลขากระจอก!" รินรดาที่ยืนกอดอกมองภาพนั้นอยู่ข้างกาย แอบยกยิ้มมุมปากอย่างสะใจ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความเย้ยหยัน เธอปรายตามองอดีตคู่หมั้นจอมปลอมด้วยความสมเพชเวทนา ยิ่งเห็นท่าทางดิ้นพล่านเหมือนสุนัขจนตรอกของปวีร์ในตอนนี้ มันยิ่งทำให้เธอกลั้นหัวเราะแทบไม่ไหว คุณหนูตระกูลดังเปลี่ยนจากการกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเมื่อครู่ มาเป็นการยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีจริงบนไหล่เสื้อสูทของตนเองอย่างใจเย็น "ปากดีนักนะปวีร์ เมื่อกี้ยังบอกว่าบริษัทนี้จะกลายเป็นของนายไม่ใช่เหรอคะ?" รินรดาเอ่ยเสียงหวานหยด ยวนกวนประสาทจนคนฟังแทบกระอักเลือด "ทำไมตอนนี้หน้าซีดเป็นไก่ต้มล่ะคะ หรือว่าพันล้านแรกมันยังไม่สะใจพอ อยากให้เลขานนท์ของฉันเขาเติมให้อีกสักศูนย์ข้างหลังดีล่ะคะ?" "คุณริน..." ปวีร์หันขวับมามองหญิงสาวด้วยแววตาเว้าวอนและโกรธเกรี้ยวผสมปนเปกัน แต่นนท์ไม่ปล่อยให้เขาได้ส่งสายตาเรี่ยราดน่ารังเกียจนั้นใส่คู่หมั้นสาว ร่างสูงก้าวขวางขึ้นมาบังรินรดาไว้มิดชิด แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์จ้องมองลงมาที่ปวีร์ราวกับมองมดปลวกใต้ฝ่าเท้า "หมดเวลาเล่นขายของแล้วล่ะครับปวีร์" นนท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนปวีร์ต้องผถอยหลังกรูดไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลัง "ในฐานะที่ผมเป็นเจ้าทุมหุ้นรายใหม่และถือสิทธิ์ขาดรอดในบริษัทนี้ ผมขอใช้อำนาจไล่คุณออกจากอาคารหลังนี้ทันที... และถ้าภายในสามนาทีนี้ ร่างของคุณยังไม่ออกไปพ้นจากสายตาผม ผมจะให้ฝ่ายกฎหมายฟ้องร้องข้อหายักยอกทรัพย์และบุกรุกเพิ่มเติมด้วย" ความเฉียบขาดและเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่มผู้เคยเป็นเพียงเลขาหน้าห้อง ทำให้ปวีร์เข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น พนักงานและบอดี้การ์ดที่ปวีร์พามาด้วยต่างพากันถอยกรูด ไม่มีใครกล้าสบตาหรือยื่นมือเข้ามาช่วย เพราะต่างก็รู้ดีว่า ระบบการเงินและอำนาจที่เพิ่งถูกปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่นั้น มันสามารถบดขยี้ชีวิตพวกเขาให้แหลกเป็นผุยผงได้ในพริบตาเดียว ปวีร์ถูกลากตัวออกไปจากห้องทำงานอย่างไม่เป็นท่า เสียงโวยวายและคำด่าทอค่อยๆ เงียบหายไปตามทางเดิน เหลือไว้เพียงความเงียบสงบอันน่าเกรงขามที่ปกคลุมไปทั่วห้อง รินรดาผ่อนลมหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันมามองชายหนุ่มข้างกาย ดวงตากลมโตฉายแววระยับด้วยความทึ่งและประกายความรักที่ซ่อนไม่มิด เธอยกมือขึ้นกอดแขนแกร่งของเขาไว้แน่นโดยไม่แคร์ภาพลักษณ์คุณหนูผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป "ไม่คิดเลยนะคะว่าเลขาสุดเฉิ่มของฉัน จะซ่อนเขี้ยวเล็บและกระเป๋าเงินที่หนักอึ้งขนาดนี้ไว้" รินรดาเอียงคอมองเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มซุกซนปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย "แบบนี้ฉันต้องระวังตัวหน่อยแล้วสิคะ เผื่อวันดีคืนดีคุณคิดจะซื้อฉันขาดบ้าง ฉันจะได้เตรียมตัวตีราคาถูกไหมคะ?" นนท์ก้มมองหญิงสาว รอยยิ้มอบอุ่นที่ไม่ค่อยแสดงให้ใครเห็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก มือหนายกขึ้นลูบศีรษะทุยเบาๆ อย่างทะนุถนอม "สำหรับคุณแล้ว ต่อให้เอาทรัพย์สินทั้งหมดในระบบของผมมารวมกัน ก็ยังซื้อรอยยิ้มของคุณไม่ได้เลยครับ คุณหนูตัวร้าย" บรรยากาศหวานชื่นถูกคั่นจังหวะลงด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของนนท์ที่สั่นเตือนขึ้นมาอีกครั้ง *[ติ๊ง! มีกำหนดการงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จในค่ำคืนนี้ ณ โรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว 'The Grand Imperial' — ยืนยันการจองเหมาห้องจัดเลี้ยงและเตรียมเซอร์ไพรส์พิเศษเรียบร้อยแล้วค่ะ]* นนท์เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่ออ่านข้อความบนหน้าจอ ก่อนจะมุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย เมื่อนึกถึงรายชื่อแขกรับเชิญกลุ่มใหญ่ที่คาดว่าจะมารวมตัวกันในงานเลี้ยงคืนนี้ "ไหนๆ ทุกอย่างก็ราบรื่นแล้ว คืนนี้เราไปหาอะไรสนุกๆ ทำกันดีกว่าไหมครับ" นนท์กระซิบเสียงนุ่มข้างใบหูของหญิงสาว รินรดาตาเป็นประกาย เธอชอบความท้าทายและความสะใจอยู่แล้ว ยิ่งเป็นงานเลี้ยงที่เหล่าไฮโซจอมปลอมมารวมตัวกัน เธอศรัทธาในความพินาศของพวกมันที่สุด "จัดไปค่ะ! ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่า ถ้าพวกตระกูลใหญ่ที่เคยเหยียดหยามเรา ได้เห็นว่าแท้จริงแล้วใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของเงินทุนตัวจริง พวกเขาจะยังมีหน้าเอาตัวรอดออกไปจากงานเลี้ยงได้ยังไง" รถลิมูซีนสีดำสนิทเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถ มุ่งหน้าสู่โรงแรม The Grand Imperial โรงแรมหรูใจกลางเมืองที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงฉลองอันโอ่อ่า แสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าคริสตัลสาดส่องกระทบกับชุดราตรีสั่งตัดพิเศษของรินรดาที่เดินเคียงคู่มากับนนท์ในชุดสูทสากลเรียบหรูแต่ทรงพลัง ทันทีที่ประตูห้องจัดเลี้ยงเปิดออก เสียงพูดคุยและเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ภายในงานก็ชะงักกึก ทุกสายตาของบรรดาเซเลบ เศรษฐี และตระกูลดังนับร้อยคู่ต่างหันมามองผู้มาใหม่เป็นตาเดียว ใบหน้าของหลายคนในงานถอดสีทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นรินรดาและนนท์ โดยเฉพาะคุณหญิงมารศรีและกลุ่มญาติจอมปลอมที่เคยประกาศตัดขาดกับรินรดา พวกเธอกำลังจะเดินเข้ามาต่อว่าด้วยความหมั่นไส้ แต่ทว่า... ทันใดนั้นเอง ไฟในห้องจัดเลี้ยงทั้งหมดก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดสนิท ก่อนที่หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ยักษ์กลางงานจะสว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับภาพเอกสารการถือครองหุ้นทั้งหมดของตระกูลใหญ่ที่ถูกโอนกรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือมาเป็นชื่อของ "นนท์" แบบสดๆ ร้อนๆ! พร้อมกันนั้น เสียงประกาศจากระบบปัญญาประดิษฐ์ในโทรศัพท์มือถือของแขกเหรื่อทุกคนในงาน ก็ดังขึ้นพร้อมกันอย่างน่าขนลุก... *[ติ๊ง! ยินดีต้อนรับเจ้าของใหม่แห่งเครือธุรกิจทั้งหมดในค่ำคืนนี้ — และท่านประธานนนท์ ได้ทำการสั่งซื้อโรงแรมแห่งนี้ทั้งหลัง เพื่อใช้เป็นของขวัญเซอร์ไพรส์วันเกิดล่วงหน้าให้กับ "คุณรินรดา" เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ]* ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%