"เชิญเซ็นชื่อลงไปในเอกสารโอนหุ้นรอบสุดท้ายนี้ได้เลยครับ คุณปวีร์... อ้อ ไม่สิ ต้องเรียกว่า 'อดีต' ประธานบริหารบริษัทในเครือภัทรพงษ์ ถึงจะถูกต้องนะคะ"
เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจของรินรดา ดังแทรกขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ที่อบอวลไปด้วยความตึงเครียด แววตาคู่สวยของเธอพราวระยับด้วยประกายแห่งชัยชนะ มือเรียวบางภายใต้ชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตา ปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าลงด้วยความมั่น
ปวีร์หน้าซีดเผือก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับจนเส้นผมเปียกชุ่ม เขากวาดสายตามองหน้าบรรดาคณะกรรมการบริษัทที่เคยเลียแข้งเลียขา แต่ตอนนี้กลับหลบสายตาราวกับเขาเป็นเชื้อโรค
"เป็นไปไม่ได้! พวกแก... พวกแกใช้เล่ห์กลอะไร!" ปวีร์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น ลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มคว่ำไม่เป็นท่า ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัวสุดขีด "หุ้นทั้งหมดในมือฉัน... ฉันถือครองเสียงข้างมาก! บริษัทนี้ต้องเป็นของฉันสิ!"
นนท์ยังคงนั่งไขว่ห้างนิ่งสนิทบนเก้าอี้ประธาน ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเข้ารูปส่งเสริมออร่าความน่าเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคมกริบมองชายผู้เคยเหยียบย่ำเขาในอดีต ราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ
"เสียงข้างมากอย่างนั้นหรือคะ ปวีร์?" นนท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เฉียบขาด บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "นายคงลืมไปสินะ ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่นายใช้ค้ำประกันเงินกู้โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่เมื่อสามเดือนก่อน มันมาจากบริษัทเชลล์คอมปานีที่ฉันเป็นเจ้าของตัวจริง..."
ปวีร์เข่าทรุดฮวบลงกับพื้นพรมราคาแพงทันที ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อหน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่หน้าห้องประชุมปรากฏสลิปการโอนเงินและเส้นทางการเงินทั้งหมดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างหมดเปลือก
"ม... มันเป็นไปไม่ได้ นายเป็นแค่เด็กกำพร้าที่ฉันเคยโยนเศษเงินให้!" ปวีร์ตะโกนเสียงหลง น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลทะลักออกมาอย่างไม่อายใคร เขารีบคลานเข้าไปหานนท์หมายจะควชายเสื้อสูท แต่นนท์กลับขยับตัวหลบอย่างรังเกียจ
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเย้ยหยันแต่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ เธอก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างชายคนรัก พร้อมกับวางมือเรียวลงบนไหล่กว้างอย่างให้เกียรติ
"เศษเงินอย่างงั้นเหรอคะ? น่าขันสิ้นดี... สามีฉันเขาไม่ได้มีแค่เงินนะคะ แต่เขามีระบบที่ซื้อบริษัทกระจอกๆ ของนายได้ทั้งเครือโดยไม่ต้องกระพริบตาด้วยซ้ำ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี สมกับเป็นคุณหนูตัวร้ายผู้กุมหัวใจมหาเศรษฐีตัวจริง
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบ เสียงสะอื้นฮักของปวีร์ดังระคนไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่เย็นยะเยือก ทว่าในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะจบลงอย่างไร้ข้อกังขา เสียงปรบมือแปะๆ เบาๆ จากมุมมืดด้านหลังห้องประชุมกลับดังแทรกขึ้นมา ทำลายความเงียบงันนั้นลง
"เก่งมาก... สมกับที่เป็นทายาทตระกูลดัง และเลขาผู้ซ่อนคมเล็บเอาไว้เสียมิดชิด"
เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความสลัว แสงไฟสาดกระทบใบหน้าครึ่งซีกที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นและแววตาที่คุ้นเคยอย่างประหลาด รินรดาชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความตกใจระคนความฉุนเฉียวทันทีที่เห็นว่าใครคือผู้มาใหม่
นนท์หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยปาก เพราะบุคคลที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือพี่ชายต่างแม่ผู้ควรจะถูกกักบริเวณอยู่ที่ต่างประเทศตลอดกาล!
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะ... น้องชาย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบ พร้อมกับรอยยิ้มพิฆาตที่แขวนอยู่บนมุมปาก ท่ามกลางเสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือของรินรดาที่สั่นรัวไม่หยุด...
ไอศกรีมมินต์ช็อกหวังว่าตอนนี้นะคะ จะถูกใจเหล่านักอ่านที่รักทุกท่าน แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม•ตอนที่ 33
แผนที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!