ความเงียบงันมักกู่ร้องเสียงดังที่สุดในสถานที่ที่ถูกสาปแช่งโดยทัณฑ์สวรรค์
"เจ้าคนสารเลว ฉินมู่เหวิน... หากวันนี้เจ้ายังดึงดันจะก้าวเท้าผ่านประตูนี้ไป ศิลาบรรพกาลเจ็ดวิญญาณจะบดขยี้วิญญาณของเจ้าให้แหลกสลายกลายเป็นผุยผง ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวให้ไปเกิดใหม่!"
เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาเมฆาลอยคว่ำ เจ้าสำนักกระบี่เทวะ 'หลี่เทียนเจี้ยน' ยืนตระหง่านอยู่บนแท่นบูชาเบื้องบน ร่างทั้งร่างปกคลุมด้วยอาภรณ์สีทองปักลายกระบี่เหินฟ้า แววตาของเขาแดงก่ำเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แผ่พุ่งจนมิติรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น
ทว่า เป้าสายตาทั้งหมดกลับไม่ได้หยุดอยู่ที่ประมุขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นั้น
กลางลานพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกบรรพชนสร้างขึ้นด้วยหินอัคนีหมื่นปี ร่างโปร่งบางในชุดคลุมสีดำสนิทของ 'ฉินมู่เหวิน' กลับยืนหยัดอยู่อย่างโดดเดี่ยว มือขวาของเขากำด้ามกระบี่บิน 'อัสนีโลหิต' ไว้แน่นจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาวซีด เลือดสีสดหยดติ๋งลงบนพื้นศิลาจากบาดแผลฉกรรจ์ที่อกข้างซ้าย—ร่องรอยแห่งการทรยศที่สำนักมอบให้เป็นของขวัศส่งท้าย
"ศิลาบรรพกาลเจ็ดวิญญาณอย่างนั้นหรือ..." ฉินมู่เหวินแค่นหัวเราะในลำคอ สำเนียงแหบพร่าแต่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันทะนงตน "ของปลอมที่ใช้หลอกลวงผู้คนมานับพันปี เพื่อปกปิดความเน่าเฟะของพวกท่าน... เหตุใดข้าจะต้องเกรงกลัวมันด้วยเล่า?"
"สามหาว!"
ผู้อาวุโสลำดับหนึ่งสะบัดแขนเสื้อ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ร่างของฉินมู่เหวินราวกับห่าฝน ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เงาร่างสีขาวสายหนึ่งก็พุ่งวาบตัดหน้าเขาอย่างงดงามราวกับภูตพราย
*ฉึ้ง!*
ประกายแสงกระบี่สีเงินยวงสะท้อนวาบ กวาดล้างปราณกระบี่ไร้ลักษณ์จนสลายกลายเป็นละอองแสงโปรยปราย 'เย่ว์อิงเสวี่ย' ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าของฉินมู่เหวิน ปลายกระบี่ 'จันทราหนาวเหน็บ' ในมือของนางหยาดหยดละอองน้ำค้างสีคราม ความเย็นเยือกแผ่ขยายอาณาเขตจนพื้นศิลาเบื้องล่างจับตัวเป็นน้ำแข็งในพริบตา
นางไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองบุรุษด้านหลัง ทว่าน้ำเสียงเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปีกลับดังขึ้นกังวาน "ผู้ใดกล้าแตะต้องเขา... ต้องก้าวข้ามศพของข้าไปก่อน"
หลี่เทียนเจี้ยนใบหน้ากระตุกเกร็งด้วยความแค้น "เย่ว์อิงเสวี่ย! เจ้าเป็นถึงศิษย์เอกแห่งหุบเขาจันทราหนาวเหน็บ เหตุใดจึงหลงมัวเมาในตัวศิษย์ทรยศผู้นี้จนไม่สนแม้แต่กฎเกณฑ์สวรรค์!"
"กฎเกณฑ์สวรรค์?" เย่ว์อิงเสวี่ยปรายตามองเจ้าสำนักด้วยแววตาสมเพชระคนเยียบเย็น "สวรรค์อันใดที่สั่งให้พวกท่านสังหารผู้บริสุทธิ์นับหมื่นเพื่อหล่อเลี้ยงศิลาศักดิ์สิทธิ์ หากนี่คือวิถีแห่งเต๋าที่พวกท่านยึดถือ... ข้า เย่ว์อิงเสวี่ย ขอตัดขาดจากมัน ณ บัดนี้!"
บรรยากาศรอบลานพิธีพลันตกอยู่ในความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เหล่าศิษย์นับพันนายต่างหน้าซีดเผือด ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่แอะเดียว ความจริงเรื่องศิลาบรรพกาลเป็นสิ่งต้องห้ามสูงสุดในยุทธภพ หากแพรพรายออกไป รากฐานของสำนักกระบี่เทวะย่อมพังทลายในชั่วข้ามคืน
*โฮกกก!*
ท่ามกลางความตึงเครียด เสียงคำรามกึกก้องสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นก็ดังออกมาจากเงาดำบนไหล่ของฉินมู่เหวิน 'จิวจิว' สัตว์อสูรบรรพกาลรูปร่างคล้ายกิเลนตัวจิ๋ว ดวงตากลมโตสีเพลิงพ่นควันสีดำออกมาทางจมูก มันแลบลิ้นเลียอุ้งเท้าด้วยท่าทางกวนประสาท ก่อนจะส่งเสียงแหลมสูงผ่านกระแสจิตเข้าสู่สมองของฉินมู่เหวิน
*(เฮ้! เจ้านาย ข้าทนกลิ่นเหม็นเน่าของพวกหน้าซื่อใจคดนี่ไม่ไหวแล้ว รีบๆ ต่อยไอ้แก่หัวทองนั่นให้ฟันร่วงสักซี่สองซี่ แล้วเราค่อยไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่า ข้าหิวจนท้องร้องเป็นเสียงฟ้าร้องแล้วนะเว้ย!)*
ฉินมู่เหวินเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน เขายกมือขึ้นลูบหัวเจ้าสัตว์อสูรจอมกวนตัวแสบเบาๆ แววตาสีดำสนิทกลับทอประกายคมกริบดั่งคมกระบี่ที่รอวันปลดปล่อย
"เจ้าอสูรโง่ เงียบปากไปก่อน... วันนี้ ข้าจะพาเจ้าไปดูว่าศิลาศักดิ์สิทธิ์ที่พวกมันกราบไหว้กันนักหนา แท้จริงแล้วมันทำมาจากซากกระดูกของสิ่งใด"
พูดจบ ฉินมู่เหวินก็ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายของเขาแผ่ซ่านด้วยไอทมิฬประหลาดที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนัง พลังปิศาจที่เขาพยายามกดขี่ข่มเหงมาตลอดหลายปีเริ่มตื่นตัวและคำรามร้องอย่างไร้การควบคุม ดวงตาข้างซ้ายของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิต
"มู่เหวิน..." เย่ว์อิงเสวี่ยสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ นางหันกลับมามองเขาด้วยแววตาสั่นไหวเป็นครั้งแรก ความห่วงใยที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ความเย็นชาถูกเปิดเผยออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"วางใจเถอะอิงเสวี่ย" ฉินมู่เหวินส่งยิ้มบางเบาให้พานให้นางใจกระตุก "วันนี้ต่อให้เบื้องบนส่งทัณฑ์สวรรค์ลงมาสลายร่าง ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือนี้... ผ่าสวรรค์ให้พวกมันดูเอง"
เขาก้าวขึ้นไปประชิดหน้าศิลาบรรพกาลเจ็ดวิญญาณ ศิลาขนาดยักษ์สูงตระหง่านนับสิบเมตรสลักอักขระโบราณสีทองเรืองแสงวับวาว มันส่งแรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาบนบ่าของเขาจนกระดูกลั่นกรอบ ทว่าฉินมู่เหวินกลับไม่ยอมก้มหัวลงแม้แต่น้อย
"เจ้าจะทำอะไร หยุดนะ!" หลี่เทียนเจี้ยนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นฉินมู่เหวินยกกระบี่อัสนีโลหิตขึ้นชี้ฟ้า
"ข้าจะพังมันอย่างไรเล่า!"
ฉินมู่เหวินคำรามลั่น ประสาทสัมผัสทุกส่วนระเบิดพลังปราณขั้นสมบูรณ์แบบ ทะלוวงขอบเขตเต๋าแห่งกระบี่ไปสู่ระดับที่เหนือกว่า เคล็ดวิชา 'กระบี่ดับสูญวิถีมาร' ถูกหลอมรวมเข้ากับโลหิตในกาย แสงกระบี่สีดำสนิทแผ่ขยายพุ่งทะยานเสียดฟ้า แหวกเมฆหมอกหนาทึบจนเผยให้เห็นความมืดมิดอันว่างเปล่าเบื้องบน
*เปรี้ยงงงง!*
วิชาชีพกระบี่พุ่งปะทะเข้ากับศิลาบรรพกาลอย่างจัง แรงสั่นสะเทือนระดับทำลายล้างแผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง พื้นดินรอบหุบเขาแตกแยกออกเป็นเหวลึกนับพันวา แรงระเบิดทำให้เหล่าศิษย์สำนักกระบี่เทวะกระเด็นลอยไปคนละทิศละทาง
*แคร็ก... แคร็ก... โครมมม!*
ศิลาบรรพกาลเจ็ดวิญญาณที่ตั้งตระหง่านมานับหมื่นปี ปรากฏรอยร้าวขนาดมหึมาลามเลียไปทั่วทั้งก้อน ก่อนที่มันจะพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตาผู้คนนับพัน!
ท่ามกลางเศษหินที่แตกกระจาย สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในศิลาศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้มีเพียงแค่พลังปราณบริสุทธิ์อย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่มันคือ 'ดวงตาโลหิต' ขนาดยักษ์นับร้อยดวงที่เบิกโพรงจ้องมองลงมายังพื้นพิภพ พร้อมกับกลิ่นอายความชั่วร้ายโบราณที่ทำให้วิญญาณของทุกคนต้องสั่นสะท้าน
หลี่เทียนเจี้ยนทรุดฮวบลงกับพื้น ใบหน้าซีดเผือกไร้สีเลือดราวกับคนใกล้ตาย เขารำพึงออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทา "ไม่... เป็นไปไม่ได้... มหาเทพ... พวกมันถูกปลุกให้ตื่นแล้ว..."
ฉินมู่เหวินหอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายโชกไปด้วยเหงื่อและเลือด ทว่าเขายังคงยืนหยัดอย่างองอาจ กระบี่ในมือชี้ตรงไปเบื้องหน้า
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ท้องฟ้าที่เคยถูกแหวกออกด้วยกระบี่ของเขากลับเปลี่ยนเป็นสีเลือด อสนีบาตเก้าสีฟาดผ่าลงมาจากห้วงมิติที่สูงยิ่งกว่า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานราวกับมาจากขุมนรก ที่ทำให้หัวใจของทุกคนหยุดเต้น
*"ในที่สุด... ประตูก็เปิดออกแล้วสินะ เจ้าหนูผู้ถือครองกระบี่วิปลาส..."*
ลั่วอสูรหมื่นภูผา ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านด้วยใจระทึกนะครับ
กระบี่วิปลาสกับนางเซียนผู้ล้างมลทินสวรรค์•ตอนที่ 1
รอยร้าวบนศิลาศักดิ์สิทธิ์
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสกับนางเซียนผู้ล้างมลทินสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
