# วิศวะกับหมอ..เจอกันที่ห้องฉุกเฉิน
“ถ้ามึงยังไม่หยุดพ่นคำหยาบใส่กู... กูจะถีบมึงลงจากเตียงรถเข็นเดี๋ยวนี้แหละคิน!”
กวินตะโกนลั่นทางเดินของโรงพยาบาล เสียงฝีเท้าของเวรเปลที่เร่งจังหวะจนแทบจะกลายเป็นการวิ่งทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นไปอีกขั้น คินที่นอนจมกองเลือดอยู่บนเตียงพยายามกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดจากเหล็กเส้นที่เกี่ยวเข้าที่สีข้างไม่ได้ทำให้เขารู้สึกทรมานเท่ากับความรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องมาลงเอยในสภาพดูไม่ได้แบบนี้
“หุบปาก... มึงนั่นแหละที่ตื่นตูมเกินเหตุ” คินพยายามขยับตัว แต่ความเจ็บแปลบก็แล่นริ้วขึ้นมาจนต้องนิ่วหน้า “แค่แผลถลอก... รอยแค่นี้ไม่ต้องถึงมือหมอก็ได้”
“ถลอกพ่อมึงสิ! เลือดมึงไหลจนจะท่วมพื้นโรงพยาบาลอยู่แล้ว!” กวินสวนกลับทันควันพลางปาดเหงื่อที่ผุดพรายตามไรผม “ถ้ามึงตายก่อนเรียนจบ วิศวะโยธาปีสามคงไม่มีใครกล้าปากดีใส่โปรเจกต์งานกลุ่มเหมือนมึงอีกแน่!”
เมื่อมาถึงหน้าห้องฉุกเฉิน บานประตูอัตโนมัติก็เลื่อนเปิดออกพร้อมกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่โชยเตะจมูก คินแหงนหน้ามองเพดานสีขาวโพลนด้วยความอ่อนล้า ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะปิดเปลือกตาลง เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างมั่นคงและเด็ดขาดกลับดึงสติเขาให้กลับมาโฟกัสอีกครั้ง
“คนไข้ชาย บาดแผลจากของมีคมบาดลึกบริเวณชายโครงขวา ความดันตกลงเล็กน้อย เตรียมห้องเย็บแผลด่วนค่ะ”
เสียงหวานแต่เย็นเฉียบดั่งน้ำแข็งละลายในแก้วคริสตัลดังขึ้น คินหันไปมองต้นเสียง และวินาทีนั้นเอง... โลกที่กำลังหมุนคว้างด้วยความเจ็บปวดก็ดูเหมือนจะหยุดชะงักลงชั่วขณะ
หมอไออุ่นในชุดกาวน์สะอาดตา กำลังก้มหน้าอ่านแฟ้มประวัติด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาดูนิ่งสงบผิดกับความวุ่นวายรอบข้าง แม้ใบหน้าจะดูอ่อนล้าจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งคืน แต่นั่นกลับทำให้เธอดูมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด ในสายตาของคิน... เธอเหมือนภาพวาดที่สวยงามที่สุดท่ามกลางความโกลาหล
“หันมามองทางนี้หน่อยค่ะคนไข้” หมอไออุ่นเอ่ยโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “ดิฉันทราบว่าคุณเจ็บ แต่กรุณาให้ความร่วมมือด้วยค่ะ เพราะดิฉันมีเคสรออยู่อีกมาก”
คินจ้องมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวนิ่งสนิท มือที่สั่นเทาจากความเจ็บปวดค่อยๆ กำแน่นขึ้น เขาจำเธอได้แม่น... รุ่นพี่ที่เขาเคยแอบมองจากระเบียงคณะวิศวะฯ ในวันรับน้องเมื่อสองปีก่อน คนที่เย็นชาใส่เขาทุกครั้งที่เขาพยายามเข้าไปทักทาย
“หมอครับ... ถ้าผมเจ็บจนตาย หมอจะจำชื่อผมได้ไหม” คินถามเสียงแหบพร่า พลางคลี่ยิ้มจางๆ ที่มุมปากทั้งที่ยังเจ็บแผล
หมอไออุ่นชะงักมือที่กำลังถือเครื่องมือแพทย์ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยนั้นสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมานิ่งเฉยตามนิสัย “ถ้าคุณยังมีแรงหยอดมุกแบบนี้ แปลว่าแผลคงไม่ลึกอย่างที่กังวล... นอนนิ่งๆ ค่ะ อย่าให้ดิฉันต้องดุคนไข้ในที่สาธารณะ”
“ดุสิครับ... ผมชอบเวลาหมอดุ” คินกระซิบเบาๆ จังหวะที่เธอเริ่มลงมือทำความสะอาดบาดแผล มือของเธอเรียวสวยและนุ่มนวลอย่างเหลือเชื่อ แม้จะปากร้ายและเย็นชา แต่สัมผัสของเธอกลับทำให้หัวใจที่ด้านชาของคินเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก
“อยู่นิ่งๆ ค่ะคิน... อย่าให้ฉันต้องใช้ยาชาเกินความจำเป็น” เธอเน้นชื่อเขาชัดเจน น้ำเสียงนั้นมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ในความดุ “ความรับผิดชอบต่อร่างกายตัวเองคือสิ่งที่วิศวกรอย่างคุณควรเรียนรู้ ไม่ใช่เอาชีวิตมาเสี่ยงในไซต์งานแบบนี้”
“ผมทำเพื่ออนาคต... อนาคตที่มีหมออยู่ในนั้นไงครับ”
หมอไออุ่นชะงักไปครู่หนึ่ง เธอเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบา เธอรู้ดีว่าคินเป็นใครและมีกิตติศัพท์เรื่องความปากร้ายและดื้อรั้นแค่ไหน แต่ในนาทีนี้ ความใกล้ชิดที่บีบคั้นทำให้หัวใจของเธอเริ่มเต้นผิดจังหวะ
ท่ามกลางบรรยากาศในห้องฉุกเฉินที่กำลังจะดูเหมือนจะดำเนินไปอย่างเรียบง่าย รอยยิ้มจางๆ ของหมอไออุ่นก็เลือนหายไปเมื่อมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาพร้อมกับเงาร่างของหญิงสาวอีกคนที่ทุกคนในคณะแพทย์ต่างรู้จักดี
“ไออุ่น... เกิดอะไรขึ้นคะ? ได้ยินว่าคนไข้ของเธอเจ็บหนักเหรอ?” รินเดินเข้ามาด้วยท่าทางเป็นห่วงเกินกว่าเหตุ มือของเธอจับไหล่หมอไออุ่นอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะหันมามองคินด้วยสายตาเหยียดหยาม “อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็เด็กวิศวะนิสัยเสียคนนี้นี่เอง สกปรกแบบนี้จะทำให้หมอไออุ่นติดเชื้อหรือเปล่าคะเนี่ย?”
คินหุบยิ้มทันที สายตาเขากลับมาแข็งกร้าวราวกับสัตว์ป่าที่ถูกรบกวน เขาจ้องหน้ารินด้วยความโกรธจัด ขณะที่หมอไออุ่นยังคงนิ่งเงียบ แววตาของเธอสลับไปมาระหว่างคินและรินราวกับกำลังตัดสินใจบางอย่างที่สำคัญมาก
“ริน... ออกไปก่อนค่ะ นี่เป็นพื้นที่ปฏิบัติงานของแพทย์” หมอไออุ่นเอ่ยขึ้น ทว่าน้ำเสียงของเธอกลับเย็นลงกว่าเดิมหลายเท่า
“ทำไมต้องไล่รินด้วยล่ะคะ หรือเพราะไออุ่นจะ ‘ดูแล’ คนไข้คนนี้เป็นพิเศษเกินหน้าที่?” รินแค่นยิ้มพลางก้มลงกระซิบข้างหูหมอไออุ่นให้พอได้ยินกันสามคน “อย่าลืมนะคะว่าชื่อเสียงของเธอในฐานะว่าที่แพทย์เกียรตินิยม มันจะพังพินาศแค่ไหน... ถ้าคนทั้งมหาลัยรู้ว่าเธอกำลังแอบคบกับเด็กวิศวะที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากความเถื่อน”
คินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่แขนปูดโปน ความเจ็บปวดจากแผลเทียบไม่ได้เลยกับคำพูดที่เหยียดหยามศักดิ์ศรีของเขาและเธอ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้โต้ตอบอะไร หมอไออุ่นก็วางมือจากการเย็บแผลลง ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด เธอเงยหน้าขึ้นสบตารินด้วยแววตาที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
“ในฐานะแพทย์... ดิฉันมีหน้าที่ดูแลคนไข้ทุกคนให้ดีที่สุด” หมอไออุ่นเอ่ยช้าๆ ชัดเจนทุกคำ ก่อนจะหันไปสบตาคินที่มองเธออย่างลุ้นระทึก “แต่ในฐานะของ 'ไออุ่น'... ดิฉันไม่เคยสนใจว่าใครจะมองคินเป็นยังไง... เพราะสำหรับดิฉัน... เขาเป็นคนสำคัญที่ดิฉันจะไม่มีวันปล่อยให้เจ็บมากกว่านี้อีกแล้วค่ะ”
คำพูดนั้นทำให้คนทั้งห้องเงียบกริบ แม้แต่รินยังหน้าถอดสี ทว่าในจังหวะที่คินกำลังจะเอ่ยปากถามถึงความหมายของคำพูดนั้น เสียงเครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพก็ดังเตือนขึ้นพร้อมกับสัญญาณไฟสีแดงที่กระพริบถี่รัว พยาบาลผู้ช่วยวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“หมอคะ! คนไข้เตียงข้างๆ อาการทรุดหนัก เลือดออกในช่องท้องเฉียบพลันค่ะ!”
หมอไออุ่นชะงักไป เธอหันไปมองคนไข้เตียงถัดไปที่กำลังโคม่า ก่อนจะหันกลับมามองคินด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสับสนและเป็นกังวล เธอกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่บีบคั้นที่สุดในชีวิตการเป็นแพทย์ เมื่อชีวิตหนึ่งต้องได้รับการช่วยเหลือทันที แต่คนตรงหน้า... ชายหนุ่มที่เพิ่งประกาศความเป็นห่วงออกมา—กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ร้องขอให้เธออยู่ต่อ
คินมองเห็นความลังเลในดวงตาของเธอ และในวินาทีนั้น เขาก็รู้ว่าตัวเองต้องตัดสินใจอย่างไรเพื่อไม่ให้เธอต้องลำบากใจ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่แสนวุ่นวายและหวานละมุนในตอนแรกนี้กับเกียร์เปื้อนกาวใจนะคะ
วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา•ตอนที่ 1
วิศวะกับหมอ..เจอกันที่ห้องฉุกเฉิน
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!