“เหลวไหลสิ้นดี...”
เสียงทุ้มต่ำของคินกดลึกอยู่ในลำคอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ หากแต่ในวินาทีที่สายตาเบนกลับมาสบเข้ากับดวงหน้าซีดเผือดของหญิงสาวตรงหน้า เปลวไฟอันเกรี้ยวกราดพลันแปรเปลี่ยนเป็นความปวดร้าวที่รัดรึงจนแทบหายใจไม่ออก
เขาก้าวประชิดตัวเธอเพียงก้าวเดียว ก่อนจะคว้ามือเรียวบางที่เย็นเฉียบราวกับแช่ในน้ำแข็งขึ้นมากุมไว้แนบอก สองมือหนาหยาบกร้านตามประสาหนุ่มวิศวะโยธาถ่ายทอดไออุ่นทั้งหมดที่มี หวังละลายความหวาดหวั่นที่เกาะกุมหัวใจของคนตัวเล็ก
“พี่หมอฟังผมนะ...” น้ำเสียงที่มักจะกระด้างและห้วนสั้นกับคนทั้งโลก บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลอย่างที่สุด “ไม่ว่ายัยนั่นจะพล่ามอะไร จะอ้างเรื่องพ่อผม หรือจะปั้นน้ำเป็นตัวเรื่องคู่หมั้นบ้าบออะไรขึ้นมา... ในโลกนี้ คนที่ผมยอมให้ผูกมัดชีวิต มีแค่พี่คนเดียวเท่านั้น”
หมอไออุ่นช้อนสายตาที่สั่นระริกขึ้นมองเขา ขอบตาของเธอร้อนผ่าว รอยคล้ำจางๆ ใต้ตาฟ้องชัดถึงการอดหลับอดนอนมาตลอดสัปดาห์เพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบรวบยอดทักษะทางคลินิก (OSCE) และการประเมินความรู้ขั้นสุดท้ายของการเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหก การสอบครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตที่จะตัดสินว่าเธอพร้อมจะก้าวออกไปสวมเสื้อกาวน์ในฐานะ ‘แพทย์เต็มตัว’ หรือไม่
แต่ในเช้าวันชี้ชะตานี้ รินกลับเดินเข้ามาหย่อนระเบิดเวลาลงกลางใจเธอ พร้อมกับภาพถ่ายคุณพ่อของคินที่นอนอยู่ในห้องไอซียู... ผู้ชายที่คินตัดขาดและแบกรับบาดแผลในใจมาตลอดหลายปี
“แต่คุณพ่อของคุณ...” ไออุ่นกระซิบเสียงแผ่ว ริมฝีปากที่ไร้สีเลือดสั่นเทา “ถ้าท่านตื่นขึ้นมาแล้วยืนยันเรื่องนั้นล่ะคะคิน ถ้ารินพูดจริง... เรื่องผู้ใหญ่หมั้นหมายกันไว้...”
“พ่อไม่เคยมีสิทธิ์ในชีวิตผมตั้งแต่วันที่เขาทิ้งผมกับแม่ไปแล้ว” คินตัดบทอย่างเฉียบขาด ทว่าแววตาที่จ้องมองเธอกลับเว้าวอน “อย่าให้เรื่องของคนอื่นมาทำลายความฝันของพี่ วันนี้คือวันของพี่หมอ... หกปีที่พี่เหนื่อยมา เลือด ตา ความอดทนทั้งหมด มันเดิมพันอยู่ในการสอบอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ พี่ทุ่มเทเพื่อคนไข้ เพื่อวิชาชีพนี้มาทั้งชีวิต อย่าปล่อยให้เกมสกปรกของรินมาทำให้มือคู่นี้ของพี่ต้องสั่น”
ชายหนุ่มค่อยๆ ยกมือบางขึ้นจรดริมฝีปาก ประทับจูบลงบนหลังมือของเธออย่างทะนุถนอม สัมผัสอุ่นซ่านและหนักแน่นแล่นพล่านจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจที่กำลังแกว่งไกวของไออุ่น
“เข้าไปสอบซะ ทำให้เต็มที่” เขาส่งยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยากให้เธอ ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยพวงแก้มใสแผ่วเบา “เรื่องพ่อ เรื่องริน... ผมจะเคลียร์เอง พี่ไม่ต้องแบกอะไรทั้งนั้น ออกมาจากห้องสอบเมื่อไหร่ คนแรกที่พี่จะได้เจอคือผม... สัญญาด้วยเกียร์ของผมเลย”
ไออุ่นสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงเพื่อซึมซับความมั่นคงที่เขามอบให้ ความหวาดกลัวที่เคยมืดมิดค่อยๆ สลายตัวไปด้วยแสงสว่างจากความรักอันไร้ข้อแม้ของเด็กวิศวะตรงหน้า เธอพยักหน้ารับช้าๆ เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะหมุนตัวเดินตรงเข้าสู่อาคารศูนย์สอบแพทย์ศาสตร์ประยุกต์ ทิ้งภาระทางใจไว้เบื้องหลัง เพื่อเผชิญหน้ากับด่านทดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ทันทีที่แผ่นหลังบางในเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดลับสายตาไป รอยยิ้มบนใบหน้าของคินก็เลือนหายไปในพริบตา เหลือเพียงความดุดันและเยียบเย็น
“ไอ้คิน! มึงใจเย็นก่อนเพื่อน หน้ามึงตอนนี้เหมือนพร้อมจะไปทุบตึกไหนทิ้งสักแห่งเลยว่ะ”
กวินที่ยืนดูเชิงอยู่ใต้ร่มเงาไม้หน้าตึกสอบรีบสาวเท้าเข้ามาตบบ่าเพื่อนสนิท เขายื่นแก้วกาแฟดำเย็นเจี๊ยบให้ แต่คินกลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง สองมือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ ยืนปักหลักอยู่ตรงลานกว้างไม่ยอมขยับไปไหน
“มึงเช็กเรื่องที่โรงพยาบาลเอกชนนั่นหรือยัง” คินเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว
“เช็กแล้ว” กวินถอนหายใจยาว สีหน้าขี้เล่นเปลี่ยนเป็นจริงจัง “พ่อมึงแอดมิตเข้าไอซียูจริง อาการเส้นเลือดในสมองตีบเฉียบพลัน และคนที่เซ็นชื่อเป็นผู้ติดต่อฉุกเฉินก็นามสกุลเดียวกับยัยดาวแพทย์นั่นแหละ... ทางบ้านรินคอนเนกชันใหญ่โต มึงก็รู้ พ่อมึงติดหนี้ธุรกิจครอบครัวยัยนั่นอยู่ไม่น้อย ข่าวลือเรื่องคลุมถุงชนเพื่อล้างหนี้มีเค้าโครงจริง แต่มึงไม่เคยรู้เรื่องเพราะมึงตัดขาดกับพ่อไปนานแล้ว”
กรามแกร่งของคินบดแน่นจนขึ้นสันนูน “คิดจะใช้พ่อมาบีบกู แล้วยังกล้าเอาเรื่องนี้มาปั่นหัวไออุ่นก่อนเข้าห้องสอบ... รินล้ำเส้นเกินไปแล้ว”
“แล้วมึงจะเอายังไงต่อ จะบุกไปโรงพยาบาลตอนนี้เลยไหม”
“ไม่” คินตอบทันควันโดยไม่ต้องคิด “กูจะยืนอยู่ตรงนี้”
“ฮะ? แต่นี่เพิ่งแปดโมงครึ่ง การสอบรวบยอดมันลากยาวถึงบ่ายสามเลยนะเว้ย มึงจะยืนตากแดดรอพี่หมอหกชั่วโมงเนี่ยนะ”
“ต่อให้ต้องรอหกสิบชั่วโมง กูก็จะรอ” นัยน์ตาสีสนิมเหล็กจับจ้องไปยังทางเข้าอาคารสอบไม่วางตา “กูสัญญากับพี่เขาไว้แล้ว ว่าก้าวแรกที่เขาเดินออกมา เขาต้องเห็นกูเป็นคนแรก... กวิน มึงไม่เข้าใจหรอก สำหรับนักเรียนแพทย์ การสอบวันนี้มันคือกำแพงที่สูงที่สุด ถ้าเขาก้าวข้ามมันมาได้โดยที่ไม่มีกูยืนรับอยู่ข้างล่าง... กูคงให้อภัยตัวเองไม่ได้”
เวลาแต่ละนาทีที่หมุนผ่านไปเชื่องช้าเสียยิ่งกว่าหยดน้ำที่ไหลรินบนผิวหิน แดดสายเริ่มทวีความร้อนแรง ลานกว้างหน้าคณะแพทย์เริ่มคลาคล่ำไปด้วยผู้ปกครองและรุ่นน้องที่มารอให้กำลังใจ แต่ไม่มีใครเลยที่จะยืนนิ่งสงบ ดุจรูปสลักหินผาเหมือนร่างสูงโปร่งของหนุ่มวิศวะโยธาปีสามผู้นี้
โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของคินสั่นครืดคราดไม่หยุด หน้าจอปรากฏชื่อ ‘ริน’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เขากดตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใยทุกครั้ง ความสนใจทั้งหมดของเขามีเพียงแค่เข็มนาฬิกาบนหอนาฬิกาประจำมหาวิทยาลัยที่ค่อยๆ เคลื่อนเข้าใกล้เวลาบ่ายสามโมง
เหงื่อกาฬซึมชื้นตามไรผมและแผ่นหลังภายใต้เสื้อช็อปสีกรมท่าที่คุ้นตา คินไม่ยอมแม้แต่จะนั่งลงพัก ความกังวลในอกบีบรัดจนเจ็บแปลบ ไม่ใช่ความกังวลเรื่องหนี้สินของพ่อ หรือเรื่องการหมั้นหมายไร้สาระ... แต่เขากำลังกังวลถึงจิตใจของไออุ่น
*‘ถ้าพี่หมอสมาธิหลุดล่ะ... ถ้าเรื่องบ้าๆ นั่นทำให้พี่เขาทำข้อสอบไม่ได้...’*
ความคิดด้านลบผุดขึ้นมาทำร้ายจิตใจซ้ำๆ จนมือที่กำแน่นเริ่มสั่นระริก หากความฝันของเธอต้องพังทลายเพราะปัญหาเน่าเฟะของครอบครัวเขา คินคงไม่มีวันยกโทษให้ตัวเองไปตลอดชีวิต
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงสัญญาณหมดเวลาสอบดังกึกก้องกังวานไปทั่วทั้งตึก คล้ายเสียงปลดปล่อยพันธนาการที่ตรึงร่างของคินไว้มานานหลายชั่วโมง บรรยากาศเงียบสงัดพลันแตกฮือด้วยเสียงโห่ร้อง เสียงถอนหายใจยาว และเสียงสะอื้นของความกดดันที่พังทลายลง
ประตูบานใหญ่ของอาคารศูนย์สอบเปิดออก นักศึกษาแพทย์ปีหกทยอยเดินก้าวออกมา แต่ละคนมีสีหน้าที่หลากหลาย บ้างก็โผเข้ากอดเพื่อนร่วมรุ่นทั้งน้ำตา บ้างก็เดินโซเซราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง
คินยืดตัวตรง หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก สายตาคมกวาดมองฝ่าฝูงชนอย่างร้อนรน จนกระทั่ง... เขาเห็นเธอ
หมอไออุ่นเดินก้มหน้าออกมาอย่างเชื่องช้า สองมือยังคงกำสเตทโทสโคปไว้แน่น ไหล่บางที่เคยตั้งตรงดูห่อเหี่ยวและล้าโรยจนน่าใจหาย แววตาว่างเปล่าคู่นั้นมองไม่เห็นแม้แต่ทางเดินตรงหน้า
คินไม่รอช้า เขาสาวเท้ายาวๆ ฝ่าผู้คนเข้าไปหาเธอทันที
“พี่หมอ...”
เสียงเรียกที่คุ้นเคยทำให้ไออุ่นชะงักฝีเท้า เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง สบเข้ากับดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอันล้นพ้น ร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าคมคายดูอิดโรยไม่แพ้กัน แต่กลับส่งประกายความอบอุ่นที่โอบอุ้มหัวใจเธอไว้ได้เสมอ
“คิน...”
เพียงแค่เปล่งชื่อเขาออกมา ทำนบน้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้ตลอดการสอบอันแสนทรหดก็พังทลายลงมาเป็นสาย ไออุ่นทิ้งเครื่องตรวจฟังในมืออย่างไม่แยแส ก่อนจะโผเข้าซุกใบหน้าลงกับอกกว้างของเขาทันที
คินคว้าตัวเธอเข้ามากอดแนบแน่น วงแขนแข็งแรงตระกองกอดร่างบางที่สั่นเทาไว้จมอก มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างแผ่วเบา ปล่อยให้คราบน้ำตาของเธอเปรอะเปื้อนเสื้อช็อปของเขาโดยไม่คิดจะผลักไส
“ไม่เป็นไรนะคนดี... ไม่เป็นไรแล้ว” คินกระซิบชิดขมับเธอ เสียงสั่นพร่าด้วยความโล่งอก “มันจบแล้ว พี่ทำได้แล้วนะ”
“ไออุ่น... ไออุ่นทำพาร์ตสุดท้ายแทบไม่ทัน...” เธอสะอื้นฮักอยู่ในอกเขา เสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ “ในหัวมันมีแต่เรื่องที่คุณพ่อป่วย... เรื่องที่รินพูด... ไออุ่นกลัวว่าจะทำพลาด...”
“พี่เก่งที่สุดแล้ว” คินจูบซับลงบนเรือนผมของเธอซ้ำๆ “ต่อให้ผลจะออกมาเป็นยังไง พี่ก็คือหมอที่ดีที่สุดของผมเสมอ ได้ยินไหมครับ”
“ผลคะแนนรอบแรก... ประกาศในระบบบอร์ดรวมแล้วค่ะ” เสียงสั่นๆ ของไออุ่นเอ่ยขึ้น เธอยกมือที่ยังสั่นเทาขึ้นมาหยิบสมาร์ตโฟนจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ นิ้วเรียวไม่กล้าแม้แต่จะแตะหน้าจอเพื่อรีเฟรชระบบ
คินจับมือเธอไว้ “เปิดด้วยกันนะ”
เขากุมมือเธอ ค่อยๆ ใช้นิ้วของทั้งคู่แตะลงบนหน้าจอเพื่อโหลดหน้าเว็บผลการสอบความรู้รวบยอด แถบดาวน์โหลดหมุนคว้างอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่รายชื่อและสถานะจะปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
*นางสาวไออุ่น อัครเวชเดชากุล : ผ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับดีเยี่ยม (Top 5% of the Class)*
ไออุ่นเบิกตากว้าง มือที่จับโทรศัพท์สั่นสะท้านจนแทบทำหล่น “ผ่าน... คิน ไออุ่นผ่านแล้ว!”
รอยยิ้มกว้างที่สว่างไสวที่สุดในรอบหลายเดือนผุดขึ้นบนใบหน้าหวาน คินหัวเราะออกมาด้วยความดีใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขายกร่างบางขึ้นอุ้มจนตัวลอยหมุนไปรอบๆ ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อยที่ส่งยิ้มยินดีให้
“ผมบอกแล้วว่าพี่ทำได้!” คินวางเธอลง สองมือประคองแก้มเนียนไว้แน่น ก่อนจะก้มลงจุมพิตหน้าผากมนอย่างลึกซึ้ง เนิ่นนานจนเวลาคล้ายจะหยุดหมุน “ยินดีด้วยนะครับ... คุณหมอของผม”
ความสุข ความโล่งใจ และความหวานละมุนแผ่ซ่านจนล้นปรี่ในอกของคนทั้งสอง... ทว่า ช่วงเวลาแห่งปาฏิหาริย์กลับดำรงอยู่ได้เพียงชั่วครู่
“แปะ... แปะ... แปะ...”
เสียงปรบมือช้าๆ ดังแทรกความวุ่นวายขึ้นมาจากเบื้องหลัง พร้อมกับเสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง
ไออุ่นและคินหันขวับไปมองพร้อมกัน รินยืนอยู่ตรงนั้นในชุดกาวน์สั้นสุดเนี้ยบ ใบหน้าสวยเฉียบประดับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ซ่อนความร้ายกาจไว้ไม่มิด แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของคินสะดุดกึก และหัวใจของไออุ่นดิ่งวูบลงสู่ก้นเหว... ไม่ใช่ตัวของริน
หากแต่เป็นเก้าอี้รถเข็นที่บุรุษพยาบาลกำลังเข็นตามหลังเธอมา ชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากคินเกือบทุกกระเบียดนิ้ว นั่งอยู่บนนั้นด้วยแววตาที่เย็นชาและไร้ความอบอุ่น
และข้างกายของชายผู้นั้น คือกลุ่มทนายความในชุดสูทดำที่ถือแฟ้มเอกสารตราประทับตระกูลใหญ่ พร้อมด้วยเอกสารสัญญาฉบับหนึ่งที่รินชูขึ้นมาในระดับสายตา
“ยินดีด้วยนะคะพี่หมอไออุ่นที่สอบผ่าน...” รินคลี่ยิ้มหวานเคลือบยาพิษ พลางปรายตามองคินด้วยสายตาของผู้ถือไพ่เหนือกว่า “แต่คงต้องขอแสดงความเสียใจล่วงหน้านะคะ เพราะนี่คือสัญญาการร่วมทุนและหนังสือยินยอมการหมั้นหมายที่ท่านประธาน—หรือคุณพ่อของคิน—เซ็นอนุมัติเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว... และถ้าคินปฏิเสธ โรงพยาบาลเครือนี้ทั้งหมด จะตัดสิทธิ์การบรรจุเข้าทำงานของพี่หมอไออุ่นทันทีค่ะ!”
***
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของเด็กวิศวะกับคุณหมอจนถึงตอนนี้นะคะ.
วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา•ตอนที่ 50
การสอบครั้งสำคัญ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!