“ถ้าคุณคิดจะเดินเข้าไปในโถงรับรองด้วยชุดที่ดูเหมือนคนใช้ในบ้านแบบนี้ ก็เชิญไปเปิดประตูให้แขกเหรื่อข้างนอกนั่นเถอะค่ะ รินรดา เพราะที่นี่ไม่มีที่ว่างสำหรับ ‘ของประดับ’ ที่ไร้ราคา”
น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งของศิรินทร์ดังขึ้นกลางห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ หญิงสาวในชุดราตรีผ้าไหมสีเลือดนกนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่ สายตาคมกริบของเธอไล่มองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม รินรดายืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานยักษ์ ในชุดราตรีเกาะอกสีขาวงาช้างที่คริสเตียนเป็นคนเลือกให้ด้วยตัวเอง แม้มันจะเรียบหรู แต่ในสายตาของศิรินทร์ มันคือความจืดชืดที่รอวันถูกบดขยี้
รินรดาไม่ได้โต้ตอบทันที เธอหมุนตัวกลับช้าๆ ดวงตากลมโตที่เคยอ่อนไหวบัดนี้มีความนิ่งลึกประหนึ่งผิวน้ำที่ซ่อนพายุไว้เบื้องล่าง มือเรียวของเธอกระชับสร้อยคอเพชรเม็ดงามที่ประดับอยู่บนลำคอระหง—ของขวัญที่คริสเตียนสวมให้เธอเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน พร้อมกับคำกระซิบที่ยังคงดังก้องอยู่ในหูว่า *‘อย่าให้ใครกล้าเหยียบย่ำคุณ... แม้แต่คนเดียว’*
“ถ้าศิรินทร์คิดว่าชุดนี้ดูเหมือนคนใช้... ก็คงต้องเป็นคนใช้ที่คริสเตียนมอบตำแหน่งนายหญิงให้ดูแลกิจการในเครืออัครเดชไพศาลทั้งหมด” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด เธอเดินเข้าไปใกล้ศิรินทร์อีกก้าว รัศมีของความกดดันที่เธอได้รับมาจากคริสเตียนค่อยๆ แผ่ออกมา “และอีกอย่างนะคะ... ความภูมิฐานไม่ได้วัดกันที่ผืนผ้า แต่วัดกันที่ว่าใคร ‘เป็นตัวจริง’ ในหัวใจของเจ้าของบ้านหลังนี้”
ศิรินทร์หน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ แต่ยังไม่ทันที่การปะทะฝีปากจะรุนแรงไปกว่านั้น ประตูห้องแต่งตัวก็ถูกผลักออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้ม
คริสเตียน อัครเดชไพศาล ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นกลับจับจ้องเพียงรินรดาเพียงผู้เดียว เขาเดินตรงเข้าไปหาเธอ ก่อนจะใช้มือหนาโอบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ สัมผัสนั้นร้อนผ่าวจนรินรดารู้สึกถึงไออุ่นที่แทรกซึมผ่านเนื้อผ้า
“พร้อมหรือยัง?” เขาถามด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ไม่เหลือบแลศิรินทร์แม้แต่น้อย
“พร้อมค่ะ” รินรดาตอบรับ พลางสบตาเขาด้วยความมั่นใจที่เธอกลั่นกรองออกมาจากความเจ็บปวดตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
ทั้งสองเดินเคียงคู่กันลงสู่บันไดวนใจกลางคฤหาสน์ ทุกสายตาในห้องโถงใหญ่ที่เต็มไปด้วยเหล่าผู้ทรงอิทธิพลและนักธุรกิจระดับแถวหน้าของประเทศต่างจับจ้องมาที่พวกเขา เสียงพูดคุยที่เคยอื้ออึงพลันเงียบสงัดลงราวกับถูกมนต์สะกด รินรดารู้สึกถึงแรงกดดันจากทุกทิศทาง ทั้งสายตาที่ชื่นชม สายตาที่ดูแคลน และสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
คริสเตียนหยุดยืนที่กลางเวที เขาโอบเอวรินรดาไว้แน่นก่อนจะหยิบแก้วแชมเปญขึ้นมา
“คืนนี้... ผมไม่ได้เชิญทุกคนมาเพื่อคุยเรื่องตัวเลขในบัญชี” คริสเตียนเริ่มประโยคด้วยน้ำเสียงทรงพลัง “แต่ผมเชิญมาเพื่อประกาศว่า ต่อจากนี้ไป รินรดา พิพัฒน์ธนากุล คือคนเดียวที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในตระกูลอัครเดชไพศาล เคียงข้างผม ใครที่คิดจะลองดีกับเธอ... ก็เท่ากับประกาศสงครามกับผมโดยตรง”
สิ้นเสียงของเขา บรรยากาศในห้องโถงพลันเปลี่ยนไป อนาวินที่ยืนปะปนอยู่ในกลุ่มนักธุรกิจมุมมืดของห้องขยับยิ้มเหี้ยม เขายกแก้วเหล้าขึ้นจิบพร้อมสายตาที่จ้องมองรินรดาด้วยความกระหายบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัว ในขณะที่ศิรินทร์ยืนกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อจนเลือดซึม
ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดนั้นเอง ไฟในห้องโถงทั้งหมดกลับดับวูบลงโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า เสียงกรีดร้องสั้นๆ ของแขกเหรื่อดังขึ้นท่ามกลางความมืดสนิท ก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้นหนึ่งนัด!
*ปัง!*
กระสุนนัดนั้นเฉียดผ่านแก้มของรินรดาไปเพียงนิดเดียว ก่อนจะฝังลงที่ผนังด้านหลังเธอ แรงลมจากวิถีกระสุนทำให้เส้นผมของเธอกระจุยกระจาย รินรดาสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่แตะจมูกไม่ใช่ของเธอ... แต่เป็นของคริสเตียนที่รีบดึงตัวเธอเข้าไปปะทะกับแผงอกหนาเพื่อเป็นโล่กำบังให้
“อยู่นิ่งๆ รินรดา!” เสียงของคริสเตียนเปลี่ยนไปเป็นความดุดันที่พร้อมจะฆ่าฟัน “อนาวิน... แกเริ่มก่อนสินะ”
ทว่าความเงียบที่ตามมาหลังเสียงปืนนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า เมื่อไฟฉุกเฉินสีแดงเริ่มทำงาน สาดแสงสลัวไปทั่วห้องโถง และภาพที่เห็นตรงหน้าคือร่างของชายชุดดำสามคนที่จ่อปืนไปยังแขกเหรื่อทุกคน แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาหัวใจแทบหยุดเต้นไม่ใช่จำนวนคนร้าย หากแต่เป็นชายแก่คนหนึ่งที่ก้าวออกมาจากเงามืด... ชายคนที่เธอคิดว่าตายไปตั้งแต่เหตุการณ์ล้างบางครั้งก่อน... พ่อของเธอที่ควรจะอยู่ในคุกกลับมายืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับปืนที่เล็งตรงมาที่หัวใจของคริสเตียน!
“พ่อ...” เสียงของรินรดาสั่นพร่าขณะที่โลกทั้งใบดูเหมือนกำลังถล่มลงตรงหน้า
คริสเตียนกระชับปืนในมือแน่นขึ้น สายตาที่เคยเย็นชาบัดนี้สั่นไหวด้วยโทสะและสิ่งที่ซ่อนเร้นมานาน “รินรดา ถอยออกมา... นี่ไม่ใช่เกมการเมือง แต่นี่คือความแค้นที่ต้องปิดบัญชีด้วยชีวิต!”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันโหดร้ายและงดงามของรินรดานะคะ
ด้วยรักและรอยเลือดที่ไม่อาจล้างออก,
เพลิงกุหลาบดำค่ะ
พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 26
ก้าวแรกของสงคราม
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!