"เสียดายที่มูลค่าความพยายามของเธอ มันมีค่าไม่ถึงเศษเสี้ยวของค่าน้ำมันรถคันนี้ด้วยซ้ำครับ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในโชว์รูมซูเปอร์คาร์ระดับอัลตราลักชูรี สายตาของเขานิ่งสงบราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหว ขณะจ้องมองไปยัง 'กานต์' อดีตเพื่อนร่วมงานที่เคยเหยียบย่ำเขาจนจมดินเพื่อไต่เต้าสู่ตำแหน่งผู้บริหาร กานต์ยืนอยู่ในชุดสูทสั่งตัดราคาเหยียบแสน แขนโอบกอดหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคู่หมั้นของธันวาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย
"ธันวา? นายมาทำอะไรที่นี่" กานต์หัวเราะร่วน แววตาเต็มไปด้วยความสมเพช "อย่าบอกนะว่ามาสมัครงานเป็นพนักงานล้างรถ? ขอบอกไว้ก่อนนะว่าที่นี่เขารับคนที่มีระดับเท่านั้น ไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้ที่เพิ่งถูกไล่ออกเพราะคดีฉ้อโกงบริษัท"
ธันวาไม่ตอบโต้ด้วยคำหยาบคาย เขาเพียงแค่ขยับเนกไทให้เข้าที่ นิ้วเรียวยาวหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ทำจากวัสดุพิเศษ น้ำหนักของมันให้ความรู้สึกเย็นเยียบราวกับเหล็กกล้าที่ถูกแช่ในน้ำแข็ง แต่ทว่า... มันกลับแผ่ซ่านไอความกดดันที่ทำให้พนักงานในโชว์รูมถึงกับชะงัก
"ผมไม่ได้มาสมัครงานครับ" ธันวาเอ่ยพลางยื่นบัตรใบนั้นให้กับพนักงานขายที่ยืนตัวสั่นด้วยความเกรงขาม "ผมมาปิดดีลคันสีดำด้านนั่น... คันที่ไม่มีใครในที่นี้กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปแตะ"
"รถราคาหกสิบล้านเนี่ยนะ?" หญิงสาวข้างกายกานต์หลุดขำออกมา "ธันวา... เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว กลับไปขายวิญญาณให้คนอื่นเถอะ เผื่อจะได้เงินมาซื้อบะหมี่สำเร็จรูปกินตอนสิ้นเดือน"
ธันวาปรายตามองเธอเพียงนิดเดียว แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธแค้น มีเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า เขาขยับกายไปใกล้รินรดาที่ยืนเกาะแขนเขาอยู่เบาๆ ราวกับจะบอกให้เธอวางใจ "ไม่ต้องกังวลครับรดา วันนี้เราจะซื้อความสุขที่พวกเขามองว่ามันเป็นความฟุ่มเฟือย... ด้วยราคาที่พวกเขาทั้งชีวิตก็จ่ายไม่ไหว"
พนักงานขายรูดบัตรผ่านเครื่องอ่านชิปในจังหวะที่เงียบเชียบที่สุดในโลก เสียงสัญญาณ 'ติ๊ด' สั้นๆ ดังขึ้น ทว่ามันกลับก้องกังวานดุจเสียงพิพากษาของพระเจ้า ทุกสายตาจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงผลสถานะการชำระเงิน
*อนุมัติเรียบร้อย*
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที ใบหน้าของกานต์ที่เคยเหยียดหยามบัดนี้ซีดเผือดราวกับศพที่ไร้เลือด เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าบัตรใบเดียวจะสามารถเคลียร์ตัวเลขมหาศาลได้ในลมหายใจเดียว ธันวาแสยะยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้กานต์รู้สึกราวกับเขากำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความตาย
"คุณกานต์ครับ" ธันวาขยับเข้าไปใกล้กระซิบข้างหู "เงินของผมไม่ได้แค่ซื้อรถ แต่มันกำลังซื้อ 'เวลา' ของพวกคุณที่เหลืออยู่... ได้ยินข่าวงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งใหม่ของคุณคืนนี้ไหมครับ? ผมเกรงว่ามันอาจจะไม่ราบรื่นอย่างที่คิด"
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบโชว์รูมเริ่มเปลี่ยนไป ความร้อนระอุของแสงแดดภายนอกถูกแทนที่ด้วยไอเย็นจัดที่เสียดแทงถึงกระดูกสันหลัง รินรดารู้สึกถึงความผิดปกติ เธอขยับเข้าใกล้ธันวามากขึ้น สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ลอยวนเวียนอยู่รอบตัวเขา พลังงานที่ไม่ได้มาจากมนุษย์
ในงานเลี้ยงฉลองที่โรงแรมหรูใจกลางเมืองซึ่งกานต์เป็นเจ้าภาพ เหล่าแขกเหรื่อกำลังสนุกสนานกับแชมเปญราคาแพง ทว่าจู่ๆ ไฟในห้องจัดเลี้ยงก็ดับวูบลงพร้อมกัน! ความมืดสนิทเข้าครอบงำ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก แสงไฟสลัวจากโทรศัพท์มือถือเผยให้เห็น 'เงาดำ' ขนาดมหึมาที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง
มันคือวิญญาณอาฆาตที่มีรูปร่างบิดเบี้ยว ดวงตาของมันแดงก่ำราวกับถ่านไฟที่กำลังมอดไหม้ มันไม่ใช่เงาธรรมดา แต่มันคือผลพวงจาก 'บัตรเครดิตวิญญาณ' ที่ธันวาเพิ่งเปิดใช้! ทุกการรูดบัตรคือการดึงดูดหนี้แค้นที่ใครก็ตามเคยทำไว้กับเขาให้กลับมาทวงถาม
วิญญาณตนนั้นพุ่งเข้าหากานต์ที่กำลังล้มพับอยู่บนพื้น กลิ่นเน่าเหม็นของความตายโชยเข้าจมูกของทุกคน ธันวายืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดจากมุมมืดด้วยสายตาเย็นชา เขาไม่ได้ขยับเข้าไปช่วย แต่เขากลับยกแก้วไวน์ขึ้นจิบราวกับชมการแสดงชุดโปรด
"กรรมติดจรวดครับกานต์... แต่มันคงไม่เท่ากับ 'หนี้' ที่คุณติดผมไว้" ธันวาเอ่ยเบาๆ ในความมืด ขณะที่นิ้วของเขาแตะลงบนบัตรเครดิตในกระเป๋าเสื้ออีกครั้ง
ทว่าสิ่งที่น่าตกใจที่สุดกลับไม่ใช่การปรากฏตัวของวิญญาณ เมื่อไฟกลับมาสว่างอีกครั้ง สิ่งที่ทุกคนเห็นไม่ใช่แค่ความโกลาหล แต่เป็นร่างของชายชุดดำกลุ่มหนึ่งที่เดินถือเอกสารเข้ามาประทับตรากลางงานเลี้ยง พวกเขาคือตัวแทนจากสถาบันการเงินที่ไม่มีใครรู้จัก ซึ่งมาเพื่อประกาศยึดทรัพย์สินทั้งหมดที่กานต์เคยครอบครอง
"คุณธันวาครับ..." หัวหน้าทีมชุดดำก้มหัวให้เขาอย่างนอบน้อม "ทุกอย่างเรียบร้อยตามคำสั่ง... ตอนนี้ 'ของเล่น' ชิ้นใหม่ของคุณ พร้อมให้คุณไปรับแล้วครับ"
ธันวาเดินผ่านกานต์ที่นอนสั่นเทาอยู่บนพื้น เขาหยุดเดินเล็กน้อยแล้วทิ้งบัตรเครดิตสีดำใบนั้นลงบนอกของกานต์ "เก็บไว้ให้ดีนะครับ... เพราะยอดค้างชำระในบัตรใบนี้ ไม่ใช่เงินที่พวกคุณต้องจ่าย... แต่มันคือ 'อายุขัย' ของพวกคุณทุกคน"
ธันวาหันหลังกลับจูงมือรินรดาเดินออกจากห้องจัดเลี้ยง ทิ้งให้ความสยองขวัญที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นกลายเป็นฝันร้ายที่ไม่มีวันตื่น ทั้งคู่เดินตรงไปยังระเบียงที่เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวกำลังค่อยๆ ลดระดับลงมาจอดรับ ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเหล่าแขกเหรื่อ
เมื่อธันวาก้าวขึ้นไปบนเครื่อง เขาก็เหลือบมองหน้าจอมือถือที่แจ้งเตือนข้อความใหม่: *'ภารกิจถัดไป: ชำระล้างหนี้แค้นที่เหลือที่ตระกูลจาง... เริ่มต้นนับถอยหลังภายใน 3... 2... 1'*
ธันวาปิดเครื่อง แล้วดึงรินรดาเข้ามากอดแน่น สายตาคมกริบมองไปยังคฤหาสน์ของศัตรูที่อยู่ไม่ไกลออกไป "รดา... คืนนี้เรามีนัดสะสางบัญชีแค้นอีกยาวเลยครับ"
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในโลกของลิฟต์แก้วชั้นลบนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
มรดกอาถรรพ์หมื่นล้าน: เดิมพันชีวิตด้วยบัตรเครดิตวิญญาณ•ตอนที่ 2
รูดปรื๊ดเรียกวิญญาณ
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรดกอาถรรพ์หมื่นล้าน: เดิมพันชีวิตด้วยบัตรเครดิตวิญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
