คราบน้ำตาที่แห้งกรังบนกรอบรูปแต่งงานราคาแพง ไม่ได้ช่วยให้คฤหาสน์หินอ่อนหลังโตนี้ดูอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ศิลานั่งนิ่งอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้มตัวเดิม จุดศูนย์กลางของห้องรับแขกที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวใจของความสุข ทว่าในยามนี้ มันกลับกว้างใหญ่และวังเวงราวกับหลุมศพส่วนตัว ร่างกายที่เคยสง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจ บัดนี้ทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบที่เคยใช้กดดันคู่แข่งทางธุรกิจให้หมอบราบคาบแก้ว เต็มไปด้วยรอยคล้ำจากการอดนอน ความเงียบงันภายในบ้านหลังนี้ไม่ใช่ความสงบสุข แต่มันคือเสียงคำรณของความผิดบาปที่กัดกินหัวใจเขาอยู่ทุกค่ำคืน
"คุณศิลาคะ เอกสารการโอนหุ้นล็อตสุดท้าย... ท่านประธานต้องเซ็นอนุมัติภายในวันนี้ค่ะ" เลขานุการสาววางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะด้วยความระมัดระวัง พร้อมกับถอยฉากออกไปทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีความเย็นชาและอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น
ศิลาไม่ได้ชายตาแลแฟ้มเอกสารราคาหลายร้อยล้านนั่นเลยแม้แต่น้อย พลังอำนาจ เงินทอง และอาณาจักรธุรกิจที่เขาไขว่คว้ามาทั้งชีวิต บัดนี้มันไร้ซึ่งความหมาย เมื่อเทียบกับความจริงที่ว่า... พิมพ์มาดาได้ก้าวออกไปจากชีวิตเขาอย่างถาวรแล้ว โดยทิ้งรอยร้าวที่ไม่มีวันประสานไว้เบื้องหลัง
นิ้วเรียวหนายกขึ้นนวดขมับตัวเองอย่างแรง ราวกับต้องการขับไล่ภาพรอยยิ้มเย้ยหยันของรวิศ ทนายความหนุ่มผู้ประกาศตัวว่าเป็นพันธมิตรคนใหม่ของอดีตภรรยา ภาพนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก ยิ่งตอกย้ำว่าเขาคือผู้ชายที่โง่เขลาที่สุด ที่ปล่อยให้เพชรแท้หลุดมือไปเพียงเพราะความเย่อหยิ่งและอีโก้ที่ไร้สาระ
พิมพ์มาดา... ผู้หญิงที่เคยยอมก้มหัวให้เขา ยอมอดทนต่อความเย็นชา และยอมแม้กระทั่งกลืนกินหยาดน้ำตาตัวเองเพื่อรักษาคำว่าครอบครัว วันนี้เธอกลับกลายเป็นทนายสาวผู้ปราดเปรื่อง ยืนหยัดอย่างสง่างามบนลำแข้งของตัวเอง และเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาให้จมดินด้วยเกมธุรกิจและการฟ้องร้องที่เฉียบคม
ศิลาหัวเราะออกมาเบื้องต่ำ เป็นเสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยสมเพชตัวเอง
ชีวิตที่ไม่มีพิมพ์มาดา มันคืออะไรกันแน่? อาณาจักรหินอ่อนแห่งนี้ไม่ได้ต่างอะไรจากห้องขังนักโทษประหาร ทุกซอกทุกมุมมีเงาของเธอทับซ้อน กลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าที่เธอเคยใช้ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ หลอนประสาทให้เขาต้องหันไปมองความว่างเปล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาหยิบแก้ววิสกี้ขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว แอลกอฮอล์ร้อนผ่าวแผดเผาลำคอ แต่ไม่สามารถดับความหนาบเหน็บที่เกาะกุมขั้วหัวใจได้เลย ความหมายของชีวิตที่เขาเคยเชื่อมั่น—การเป็นที่หนึ่ง การกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ—พังทลายลงไม่เป็นท่า เมื่อตระหนักได้ว่าชัยชนะทั้งหมดบนโลกใบนี้ ไม่มีค่าอะไรเลยหากต้องแลกมาด้วยการสูญเสียผู้หญิงคนเดียวที่รักเขาด้วยใจจริง
ความหวังที่จะได้เธอกลับคืนมา... มันช่างริบหรี่ราวกับเปลวเทียนใกล้หมดไส้ในสายลมพายุ ยิ่งเขาพยายามเข้าใกล้ เธอกยิ่งผลักไส ยิ่งเขาใช้กำลังบีบบังคับ เธอกยิ่งแสดงออกถึงความรังเกียจเดียดฉันท์
"พิมพ์..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากริมฝีปากที่แห้งผาก แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของคนใกล้ตาย
ในวินาทีนั้นเอง เสียงกริ่งประตูหน้าคฤหาสน์ก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัด ศิลาขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เขาสั่งคนรับใช้ไปหมดแล้วเพื่อต้องการความเป็นส่วนตัว ใครกันที่กล้าอาจหาญมารบกวนเขาในยามวิกาลเช่นนี้?
ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเดินด้วยความหงุดหงิด ตรงไปยังประตูบานใหญ่ ผลักมันให้เปิดออกด้วยแรงอารมณ์ ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด หัวใจที่เคยด้านชาและเต้นแผ่วเบา กลับกระชากวูบขึ้นมาอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบ
ร่างบอบบางของพิมพ์มาดายืนนิ่งอยู่ภายใต้แสงไฟสลัวของระเบียง เธอยังคงงดงาม เฉียบคม และเย่อหยิ่งในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ทว่าข้างกายเธอกลับมีร่างของเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สามขวบ ที่ซ่อนใบหน้าขี้อายไว้หลังชายเสื้อสูทของเธอ และดวงตากลมโตคู่นั้น... ดวงตาที่ถอดแบบมาจากศิลาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน กำลังมองตรงมาที่เขาด้วยความหวาดระแวง
"คุณ..." ศิลาพูดไม่ออก ลิ้นแข็งกระด้างราวกับกลืนก้อนหิน
"ฉันไม่ได้มาเพื่อขอคืนดีนะคะคุณศิลา" พิมพ์มาดากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชา และบาดลึกถึงกระดูกดำ "แต่ฉันมาเพื่อส่งมอบคำตัดสิน... และของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณสมควรจะได้รับมัน"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
"เพลิงกุหลาบดำ"
ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 26
ความหวังที่ริบหรี่ของศิลา
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!